3 เคล็ดความเชื่อ... ขอพรให้สำเร็จผล

3 เคล็ดความเชื่อ... ขอพรให้สำเร็จผล

Publish 2019-05-12 14:33:23


การอ้อนวอนด้วยจิตอันอ่อมน้อมต่อสิ่งที่ตนเคารพศรัทธา เช่น เทพ เทวดา หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ  เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ปรารถนา เรียกว่า “การขอพร” นั้น มีมาช้านานแล้ว หากแต่การขอพรที่หลายคนอาจจะสมปรารถนาและหลายคนไม่สมปรารถนา เกิดจากหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น การตั้งจิตให้เป็นสมาธิขณะขอพร มีความเชื่อความศรัทธาในสิ่งที่ตนเคารพ และพื้นฐานของบุญ  เป็นต้น

 





อย่างไรก็ตาม หากจะกล่าวถึงเคล็ดความเชื่อของการขอพรให้สำเร็จผล ก็จะมีวิธีการที่ต่างกันไปในแต่ละบุคคลตามความเชื่อ ดังจะยกตัวอย่าง 3  เคล็ดความเชื่อ เพื่อการขอพรให้สำเร็จผล คือ  

อุทิศบุญก่อนขอพร การอุทิศบุญหรือถวายบุญให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆที่ตนเคารพ ทำให้ตน ได้รับบุญไปโดยอัตโนมัติ เพราะการให้บุญก็คือการทำบุญอย่างหนึ่งนั่นเอง จึงควรให้บุญกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนที่จะขอพร  โดยการตั้งจิตอุทิศบุญที่ตนได้ทำมา ไม่ว่าจะเป็น ทาน ศีล ภาวนา ให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนกำลังจะขอพร และต้องให้ด้วยจิตที่นอบน้อมเป็นกุศล พร้อมบอกกล่าวให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้อนุโมทนาในบุญที่เราอุทิศให้ไปด้วย ขณะเดียวกัน การให้ ยังเป็นการชำระจิตใจให้คลายจากความโลภอีกด้วย  เพราะหากขอพรด้วยความโลภ ด้วยความอยากได้มากจนเกินไป จิตใจก็จะเต็มไปด้วยกิเลส ไม่ผ่องใส  จิตใจขุ่นมัว สับสนร้อนรน เมื่อความเป็นกุศลไม่เกิดกับใจ สิ่งดีๆที่ขอไปก็อาจไม่สำเร็จ

การอุทิศบุญให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนขอพร จึงเป็นเสมือนต้นทางของการชำระอารมณ์ของความขุ่นมัวในโลภะกิเลสให้ลดน้อยลง เพื่อความเป็นกุศลความบริสุทธิ์จะเข้ามาแทนที่ เพียงชั่วขณะที่กำลังขอพรจิตเกิดความเป็นกุศล ปราศจากความโลภ หรือเกิดความโลภน้อย  เชื่อว่า พรที่ขอก็มีโอกาสสมปรารถนาได้ไม่ยาก

 

อย่าขอเกินกรรม – อย่าเกินวาสนาของตน การขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆก็ตาม เพื่อให้เกิดผลอย่างแท้จริง ผู้ขอควรจะขอในสิ่งที่เป็นไปได้ หรือไม่เกินกรรม เกินบุญบารมี เกินอำนาจวาสนาของตนเอง เพราะบางคนนั้นสั่งสมบุญมาน้อย แต่อยากได้มาก ก็ไม่สามารถเป็นไปได้ หรือขอในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เช่น ขอพรให้ตนได้งานทำ ขณะที่ตนไม่เคยสมัครงานไว้เลย จะรอให้ผู้อื่นหางานมาให้เองก็คงยาก หรือการที่ตนเป็นคนขี้เกียจ เอาแต่นอน ไม่ขยันทำมาหากิน แล้วขอพรให้ตนร่ำรวย ก็คงเป็นไปไม่ได้   เพราะการขอพรที่ดีและมีโอกาสได้ผลนั้น ผู้ขอต้องลงมือทำสิ่งนั้นๆด้วย การขอพรจึงเป็นการเสริม การกระตุ้นกำลังใจด้วยความเชื่อความศรัทธา  ให้เกิดในสิ่งที่ตนเองได้คาดหวังไว้

 

ขอพรกับผู้มากบารมี จริงๆแล้วบารมีนั้น เราสามารถสร้างเองได้ ด้วยการปฏิบัติในทาน ศีล ภาวนา ซึ่งต้องทำอยู่เป็นประจำจะเกิดบารมีแก่ตนเอง พรใดๆที่อยากได้ก็ไม่ไกลเกินไปที่จะสมปรารถนา พรที่เกิดจากตนเองจึงเป็นพรที่ดีที่สุด หากแต่การขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น ก็พึงขอพรกับผู้มากบารมี ไล่เรียงลำดับลงไป คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รวมไปถึง บิดามารดา ครูบาอาจารย์ เป็นต้น  โดยสิ่งที่ขอกับพระรัตนตรัยได้ คือ การขอให้ตนได้พบกับแสงสว่างแห่งธรรม  หรือหากจะขอพรกับบิดามารดา พรนั้นก็จะเกิดแก่ตนเองในด้านของความเป็นสิริมงคล ส่วนเทวดารูปเคารพศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เช่น พระพรหม พระพิฆเนศ ท้าวเวสสุวรรณ พญานาค พญาครุฑ และอื่นๆ ก็ถือเป็นผู้มากบารมีตามคติความเชื่อ หรือการขอพรกับผู้มีวาจาสิทธิ์ เช่นครูบาอาจารย์หลายๆรูปที่มีวาจาสิทธิ์  เมื่อท่านพูดสิ่งใด ให้พรในเรื่องใด ก็จะเป็นไปตามนั้น เรียกว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ในวาจา เนื่องจากท่านสั่งสมบารมีมาด้านนี้ คือ พูดไว้อย่างไร คิดไว้อย่างไรก็ทำตามนั้น ไม่ผิดคำพูด เป็นผู้รักษาสัจจะยิ่งชีพ เมื่อประพฤติอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด  จึงเกิดเป็นบารมีขึ้นมา มีความศักดิ์สิทธิ์ในวาจา ทำให้หลายๆคนอยากจะให้ครูบาอาจารย์ที่มีวาจาสิทธิ์ให้พรนั่นเอง  เพราะพูดอย่างไร ให้พรอย่างไร ก็จะเป็นไปตามนั้น

 

ส่วนปัจจัยต่างๆที่มีผลต่อความสำเร็จของการขอพร ก็มีหลายประการ โดยเฉพาะเรื่องของ “กรรม” ทั้งกรรมดีและกรรมชั่วที่เคยทำไว้ หากกรรมดีถึงเวลาให้ผลแล้ว การขอพรก็จะเป็นไปได้ไม่ยาก แต่ถ้ากรรมชั่วหนักหนาสาหัสกว่าและกำลังให้ผล แม้จะขอพรกับผู้มากบารมีอย่างไรก็ไม่เกิดผล  ฉะนั้นผู้ที่ขอพร ควรอย่างยิ่ง ที่จะต้องสั่งสมบุญบารมีอยู่เป็นประจำ ทำได้ทั้งทาน ศีล ภาวนา ซึ่งต้องทำอย่างสม่ำเสมออย่าให้ขาด เพื่อจะเกิดเป็นบุญบารมีคุ้มครองตนเองในยามมีเคราะห์ และยังเกื้อหนุนให้พรที่ตนปรารถนาประสบความสำเร็จได้อีกด้วย  

 

 

 

 

เครดิตภาพ : Napapawn

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นภาพร เครือชัยสุ
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

ติดตามข่าวอื่นๆ