ไฮไลต์ "ช้างศึก" โดน "อินเดีย" ไล่ถล่มยับ เปิดสนาม"อช.คัพ2019" (คลิป)

Publish 2019-01-07 00:21:38


เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2561 เวลา 20.30 น. ตามเวลาประเทศไทย  เกมการแข่งขันฟุตบอล เอเชียน คัพ 2019 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ นัดแรก ทีมชาติไทย ทีมอันดับ 118 ของโลก ลงประเดิมสนาม พบกับ ทีมชาติอินเดีย ทีมอันดับ 97 ของโลก ณ สนาม อัล นาห์ยาน สเตเดียม ในกรุงอาบูดาบี ประเทศ สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์  สถิติการเจอกันล่าสุดนั้น ช้างศึก เปิดบ้านลับเเข้ง ชนะไป 1-0 เมื่อกันยายน 2553 ที่เอสซีจี สเตเดี้ยม

 

 


เเมตช์นี้  มิโลวาน ราเยวัช กุนซือใหญ่ช้างศึก  วางทีมมาในระบบ 4-2-3-1 โดยวาง ธีรศิลป์ แดงดา กัปตันทีม เป็นกองหน้าตัวเป้า โดยมี ชนาธิป สรงกระสินธ์, อดิศักดิ์ ไกรษร และ ศุภชัย ใจเด็ด เป็นสามมิดฟิลด์สนับสนุน ส่วนกลางรับมี สรรวัชญ์ เดชมิตร และ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ส่วนแนวรับ นำโดย ทริสตอง โด, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, พรรษา เหมวิบูลย์, ธีราทร บุญมาทัน ส่วนผู้รักษาประตูใช้ ฉัตรชัย บุตรพรม

 

ด้าน อินเดีย นำโดย ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมอย่าง สุนิล เชตรี ที่ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า ส่วน ผู้รักษาประตูเป็น กูร์ปีต ซิงห์ สันธุ ที่เคยมาเล่นรายการเอเชียน คัพ ปี 2011 เฝ้าเสา (ชมคลิปไฮไลต์)



 


เริ่มเกมมาทั้งสองทีมสู้กันได้อย่างสูสี และนาทีที่ 11 เป็นทีมชาติไทย ที่มาได้ลุ้นก่อน จากจังหวะต่อเนื่อง ที่อดิศักดิ์ ไกรษร ไหลให้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กดด้วยขวาจากระยะเกือบ 30 หลา บอลพุ่งหลุดเสาสองออกไปนิดเดียว

นาที 21 ไทยเกือบมาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากฟรีคิก ที่ทริสตอง โด ที่เปิดให้ อดิศักดิ์ ไกรษร วิ่งมายิง แต่ยังติดเซฟของ นายทวารอินเดีย ก่อนโดนสกัดออกหลังไป

 

แต่นาที 26 กลายเป็นอินเดียที่มาได้จุดโทษจากจังหวะโต้กลับ ที่บอลขลุกขลิกและไปโดนแขนของ ธีราทร บุญมาทัน และเป็น สุนิล เชตรี ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปให้ ทีมจากแดนภารตะนำก่อน 1-0

นาที 31 ไทยน่ามาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่ ศุภชีย ใจเด็ด พาบอลตะลุยขึ้นมาก่อนไหลให้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กดด้วยขวาโล่งๆ จาก 25 หลา ข้ามคานออกไป

 

 

 

และนาที 33 ไทยก็มาตีเสมอจากฟรีคิกและเป็น ธีราทร บุญมาทัน ที่เปิดให้ ธีรศิลป์ แดงดา โฉบไปโหม่งเข้าไปให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1   จากนั้น นาที 42 อินเดีย มาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะบอลยาว ที่มาเข้าทาง สุนิล เชตรี ที่ได้วอลเลย์ด้วยขวาแต่บอลเหินข้ามคานออกไป  ถึงนาที 44 ไทยมาได้ลุ้รอีกครั้งจากจังหวะต่อบอลกันสวยงาม ที่ ธีราทร บุญมาทัน ให้ ธีรศิลป์ แดงดา แปะต่อให้ศุภชัย ใจเด็ด ยิงข้ามคานออกไป และไม่มีจังหวะเพิ่มเติมจบครึ่งแรก สกอร์ยังเสมอกันอยู่ที่ 1-1

 

 

 



 

 


เริ่มครึ่งหลังมาไม่ถึงนาที อินเดียมาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะสวนกลับ และเป็น สุนิล เชตรี คนเดิม ที่วิ่งมายิงด้วยขวาเข้าประตูไปให้ อินเดีย ขึ้นนำไทย อีกครั้งเป็น 2-1  ถึง นาที 58 ไทยเปลี่ยนตัวคนแรก ด้วยการส่ง กรกช วิริยอุดมศิริ ลงไปเล่นแทน สรรวัชญ์ เดชมิตร พร้อมหุบ ธีราทร บุญมาทัน ไปเล่นตรงกลาง

 

 

นาที 68 อินเดีย มาได้ประตูที่สามจากจังหวะโต้กลับ และเป็น อนิรุธ ทาปา ที่ได้ชิพข้ามตัว ฉัตรชัย บุตรพรม เข้าไปให้ อินเดีย หนีไปเป็น 3-1  จากนั้นถึง นาที 73 ไทยเปลี่ยนตัวคนที่สองด้วยการส่ง สิโรจน์ ฉัตรทอง ลงมาเล่นแทน ชนาธิป สรงกระสินธ์

 

 

 

นาที 79 ไทยเปลี่ยนตัวคนสุดท้ายด้วยการส่ง สุมัญญา ปุริสาย ลงไปเล่นแทน อดิศักดิ์ ไกรษร  เเต่เเล้ว นาที 80 อินเดียมาได้ประตูที่สี่จากจังหวะที่ แนวรับไทยเคลียร์บอลไม่ขาดมาเข้าทาง เจเจ ลัลเปคลัว ยิงด้วยขวาเข้าประตูไปให้ สกอร์ห่างเป็น 4-1 

 

 

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม ทีมชาติไทย พ่ายต่อ อินเดีย ไป 1-4 เป็นการพ่ายอินเดีย เป็นครั้งเเรก ในรอบ 33ปี ของทีมชาติไทย  (ไทยแพ้อินเดียครั้งล่าสุด คือ รายการ เมอร์เดก้า คัพ 1986 ด้วยสกอร์ 1-3 ) ทำให้ยังไม่มีแต้มจากการแข่งขันนัดแรก ส่วนอินเดีย ขึ้นไปเป็นจ่าฝูง ส่วนผลอีกคู่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เสมอกับ บาห์เรน ไป 1-1

 

 

 

โปรแกรมนัดต่อไป ฟุตบอลชายทีมชาติไทย จะทำการแข่งขันฟุตบอลเอเชียน คัพ 2019 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ นัดที่สอง พบกับ ทีมชาติ บาห์เรน ที่สนาม อัล มัคตูม ใน นครดูไบ ในวันที่ 10 มกราคม 2561 เวลา 18.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD และ บักกาบู ทีวี

 

 


โปรแกรมการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม (เวลาไทย)

วันที่ 6 มกราคม 2562 เวลา 20.30 น.
ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติอินเดีย
สนาม อัล นาห์ยาน สเตเดียม, กรุงอาบูดาบี

วันที่ 10 มกราคม 2562 เวลา 18.00 น.
ทีมชาติบาห์เรน พบ ทีมชาติไทย
สนาม อัล มัคตูม สเตเดียม, นครดูไบ

วันที่ 14 มกราคม 2562 เวลา 23.00 น.
ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พบ ทีมชาติไทย
สนาม ฮัซซา บิน ซายิด สเตเดียม, อัล ไอน์

 

(สรุปอันดับตารางคะเเนน)

 

รายชื่อ 11 ตัวจริง

ไทย : ฉัตรชัย บุตรพรม - ทริสตอง โด, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, พรรษา เหมวิบูลย์, ธีราทร บุญมาทัน, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, สรรวัชญ์ เดชมิตร (กรกช วิริยอุดมศิริ 58), อดิศักดิ์ ไกรษร (สุมัญญา ปุริสาย 79), ชนาธิป สรงกระสินธ์ (สิโรจน์ ฉัตรทอง 73), ศุภชัย ใจเด็ด - ธีรศิลป์ แดงดา

 

 

 

อินเดีย : กูร์ปีต ซิงห์ สันธุ, สุภาซิช โภส, ซานเดช จินกัน, อนิรุธ ทาปา (โรว์ลิน บอร์เจส 78), สุนิล เชตรี, อชีค คุรุนิยาน (เจเจ ลัลเปคลัว 78), โปรนาย ฮัลเดอร์ (จักกิจันทร์ ซิงห์ 86), อุดันทา ซิงห์, ฮาลิจารัน นาร์ซารี, ปริตาม โคทัล, อนัส เอดาโทดิกา

 

 

( อินเดีย คว้าชัยชนะในรอบสุดท้าย เอเชียน คัพ เป็นนัดเเรก ในรอบ 55 ปี )

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ดลวรรธน์ โพธิชาธาร