เจ้าของค่ายเพลงดัง ร้องกองปราบ ถูกปลอมสมุดบัญชียักยอกกว่า 13 ล้าน พนง.แบงค์โดนจับ ผ่าน 1 ปีได้เงินไม่ครบ

Publish 2019-11-28 12:39:58


สร้างความทุกข์ร้อนในใจจนทำให้หญิงชราวัย 83 ปีต้องร้องกองปราบ เมื่อหญิงชรารายนี้ถูกพนักงานธนาคารปลอมสมุดบัญชียักยอกเงินไป กว่า 13 ล้าน แต่ทว่าหลังแจ้งความผ่านมากว่า 1 ปีคดียังไม่คืบหน้า และยังได้รับเงินคืนจากธนาคารไม่ครบ 


เจ้าของค่ายเพลงดัง ร้องกองปราบ ถูกปลอมสมุดบัญชียักยอกกว่า 13 ล้าน พนง.แบงค์โดนจับ ผ่าน 1 ปีได้เงินไม่ครบ

ล่าสุดที่กองบังคับการปราบปราม ถนนพหลโยธิน ทนายรัชพล ศิริสาคร ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม พร้อมด้วย นางอรุณพร  หวังสันติพร อาม่า วัย 83 ปี เจ้าของกิจการ บริษัท กรุงไทยออดิโอ จำกัด ผลิตผลงานศิลปินลูกทุ่งดังในสมัยก่อน พร้อมด้วย นายวิจิตร  และนางวันวิสาข์  หวังสันติพร ลูกชายและลูกสะใภ้ ได้เดินทางเข้าร้องกองปราบเพื่อขอความเป็นธรรม 

 


โดยกรณีดังกล่าวมีอยู่ว่า พนักงานธนาคารหลอกโกงเงินในบัญชี โดยออกสมุดบัญชีปลอมให้ ภายหลังอาม่าเอาสมุดบัญชีไปปรับ แต่ไม่พบข้อมูล จนช่วงเดือนมีนาคม 2561 ทางธนาคารแจ้งว่า พนักงานดังกล่าวทุจริตเอาเงินลูลค้าไปหลายครั้ง ทางอาม่าจึงเข้าแจ้งตั้งแต่ปี 2561 แต่คดียังไม่คืบหน้า ปัจจุบันพนักงานที่ก็เหตุถูกควบคุมตัวอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร  


ทั้งนี้ทางอาม่าได้เจรจาไกล่เกลี่ยหลายรอบ จนธานคารยอมคืนเงินมาให้ จำนวน 10,075,629.46 บาท ซึ่งเป็นเช็คลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 ส่วนที่เหลืออีก 3,474,372 บาท ทางธนาคารให้ไปฟ้องร้องเอา แต่ไม่สามารถไปฟ้องร้องได้ เพราะต้องรอพยานหลักฐานจากคดีอาญา แต่ผ่านมากว่า 1 ปีแล้วคดียังไม่มีความคืบหน้า จึงต้องมาขอให้กองปราบช่วยเร่งรัดคดี

เจ้าของค่ายเพลงดัง ร้องกองปราบ ถูกปลอมสมุดบัญชียักยอกกว่า 13 ล้าน พนง.แบงค์โดนจับ ผ่าน 1 ปีได้เงินไม่ครบ


ด้าน นางวันวิสาข์ เล่าว่า มารดานำเงินไปฝากกับธนาคารแห่งนี้มานานกว่า 40 ปี จนเป็นลูกค้า VIP และรู้จักกับนางสาวสุปรียา พนักงานธนาคารซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารในขณะนั้น กระทั่งเมื่อช่วงปี 2560 นางสาวสุปรียาได้ย้ายไปทำงานที่สาขาตากสิน และชักชวนให้ย้ายบัญชีมาที่สาขาดังกล่าว เพื่อความสะดวกในการดูแลและจะได้ยอดเงินฝากเป็นผลงาน ด้วยความไว้วางใจจึงยอมโอนเงินมาฝากที่สาขาดังกล่าว 

 


จนกระทั่งเมื่อต้นปี 2561 ผู้จัดการธนาคารได้โทรมาแจ้งว่าผู้เสียหายทำบัญชีเงินฝากตกไว้ในธนาคาร ทั้งที่บัญชีของตนเองก็ยังอยู่กับตัว จึงไปตรวจสอบพบว่าบัญชีดังกล่าว เปิดในนามของตนจริง แต่ลายเซ็นต์เพื่อเบิกถอนกลับเป็นลายปลอม และจากนั้นไม่กี่เดือนก็ทราบข่าวว่า นางสาวสุปรียา ถูกดำเนินคดีฐานยักยอกทรัพย์ ในคดีที่ไปยักยอกเงินลูกค้าอีก 4-5 ราย โดยมีพฤติการณ์เดียวกัน ตนจึงไปแจ้งความกับตำรวจ สน.บุคคโล ให้ดำเนินคดี แต่ผ่านไปกว่า 1 ปีแล้ว คดีก็ไม่มีความคืบหน้า พนักงานสอบสวนอ้างว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบเปรียบเทียบลายเซ็นต์ และติดคดีอื่นอยู่

 


ส่วนเงินที่ถูกยักยอกไป ก็ได้ไปไกล่เกลี่ยกับธนาคารอยู่นานหลายเดือน จนในที่สุดธนาคารยอมชดใช้คืนให้ประมาณกว่า 10 ล้านบาท อ้างว่าเงินที่เหลืออีกกว่า 3 ล้านบาท ตรวจสอบที่มาที่ไปไม่ได้ เป็นบัญชีซ้ำ และให้ไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเอง ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะลูกค้านำเงินไปฝากตามช่องทางปกติ จะทราบได้อย่างไรว่า บัญชีที่นำเงินไปฝากมีปัญหา  จึงอยากร้องขอความเป็นธรรมให้ตำรวจกองปราบปรามช่วยติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดคดี

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์