ศาลอาญาสั่งโทษตลอดชีวิต ไอ้โก้

Publish 2019-11-14 11:26:41


จากกรณีที่เป็นข่าวดังก่อนหน้านี้ที่ ไฮโซเชอรี่ หรือ น.ส.ธิติมา หรือไฮโซเชอรี่ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ ถูกหนุ่มชัยภูมิทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต ล่าสุด ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัว นายอัศยา ชัยภา หรือ โก้  อายุ 34 ปีชาวชัยภูมิ  จำเลยในคดี "ฆ่xผู้อื่นฯ" จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มายังศาลอาญา เพื่อฟังคำพิพากษาคดีฆ่xไฮโซเชอรี่หมายเลขดำ อ.3493/2561 


ศาลอาญาสั่งโทษตลอดชีวิต ไอ้โก้

ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายอัศยา ชัยภา หรือ โก้ อายุ 34 ปีเศษ ชาว จ.ชัยภูมิ  เป็นจำเลยในความผิดฐาน "ฆ่xผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.288, ทำให้เสียหายซึ่งเอกสารของผู้อื่น ม.188, ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อประโยชน์ในการเบิกถอนเงินสดหรือชำระสินค้า 269/5, 269/7 และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน" ที่ห่องพิจาณาคดี 907  ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล 

 

 

     
สำหรับคดีนี้ อัยการโจทก์ได้ยื่นฟ้องคดี เมื่อวันที่ 22 พ.ย.61 ระบุพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 26 – 27 ก.ค.61 เวลากลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยใช้ไม้เบสบอลเหล็กขนาดยาว 70 ซม. เป็นอxวุxตีที่ศีรษะ ใบหน้า ลำตัว และสะบักขวา ของ น.ส.ธิติมา หรือไฮโซเชอรี่ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ อายุ 39 ปี นักธุรกิจสาวด้านอสังหาริมทรัพย์ แฟนสาวที่อวัยวะสำคัญ หลายครั้ง 

 



ทำให้ น.ส.ธิติมา ถึงขั้นเสียชีวิต โดยหลังก่อเหตุจำเลยได้ลักทรัพย์ของผู้เสียชีวิต เป็นรถยนต์เบนซ์ , โทรศัพท์มือถือ , เครื่องประดับ กระเป๋าแบรนด์เนม ของผู้เสียชีวิตไป มูลค่า 1,080,000 บาท รวมทั้งเอกสารบัตรเดบิต ธ.ออมสินฯ ของผู้เสียชีวิตไปใช้ประโยชน์ในการเบิกถอนเงินหรือชำระสินค้าบริการอื่น หลบหนีไปประเทศกัมพูชา เหตุเกิดในห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านซ.ประดิษฐ์มนูธรรม19 แขวง-เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ  โดยในชั้นสอบสวนจับกุมจำเลยให้การยอมรับสารภาพ

 

 

กระทั่งศาลอาญาได้ตัดสิน จำคุกตลอดชีวิต นายโก้ มือไม้เบสบอส ที่ตีไฮโซเชอรี่ แฟนสาว ดับคาห้องพัก ย่านลาดพร้าว ก่อน หนีกบดานประเทศเพื่อนบ้าน แต่ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกรวม 37 ปี 4 เดือน 

 


ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น ขณะเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวนายอัศยา จำเลยออกจากห้องพิจารณากลับไปคุมขัง นายอัศยาได้ก้มลงกราบ 1 ครั้ง ขอขมานายอำนวย บิดาของไฮโซเชอร์รี่ที่เดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วย โดยนายอำนวยมีท่าทีนิ่งเฉย ซึ่งต่อมานายอำนวยเปิดเผยถึงความรู้สึกหลังฟังคำพิพากษาว่า พอใจในคำพิพากษาระดับหนึ่ง แต่อยากให้คนร้ายได้รับโทษหนักกว่านี้ อยากจะอุทธรณ์คดีต่อไป ไม่ให้อภัย เป็นการกระทำที่เกินไป ส่วนความเป็นอยู่ของครอบครัวนั้น ที่ผ่านมาก็พยายามทำใจกับเรื่องที่เกิดมาแล้ว
 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์