ผลชันสูตร น้องชายแดน เรียนกวดวิชาเสียชีวิต เพื่อนแฉครูไม่ปกติ

ผลชันสูตร น้องชายแดน เรียนกวดวิชาเสียชีวิต เพื่อนแฉครูไม่ปกติ

Publish 2019-06-15 16:20:33


จากกรณีที่ นายพิษณุ อายุ 47 ปี ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อขอให้สอบสวนหาความจริง กับเจ้าของสถาบันกวดวิชาเตรียมทหารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เมืองนครสวรรค์ เนื่องจาก ด.ช.ฐปกร หรือน้องชายแดน อายุ 15 ปี เข้าไปพักอยู่อาศัยเพื่อศึกษาเตรียมตัวสอบนักเรียนเตรียมทหาร จู่ๆ ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสและมีอาการช็อกหมดสติ อุจจาระ-ปัสวะเรี่ยราด จนต้องส่งเข้าห้องไอซียูรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ เบื้องต้นแพทย์ระบุว่า ด.ช.ฐปกร ได้รับความบอบช้ำอย่างมาก ทั้งจากอวัยวะภายในและภายนอก รวมถึงมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด อาการเป็นตายเท่ากันนั้น


ต่อมา นายพิษณุ พ่อของน้อง ได้บอกว่า ลูกชายได้เสียชีวิตแล้ว ตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก โดยขณะนี้ยังอยู่ การชันสูตรตรวจสอบศพอย่างละเอียดก่อนจะออกใบมรณบัตรระบุสาเหตุการตาย จากนั้นจะมีการเคลื่อนย้ายศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ จ.ตาก ส่วนการสืบค้นหาความจริง ก่อนหน้านี้ตนได้รับโทรศัพท์จากหญิงรายหนึ่ง ได้บอกว่าเป็นแม่ของเด็กชายที่เคยไปศึกษาและเก็บตัวอยู่ที่สถาบันกวดวิชาดังกล่าว แต่ได้ถอนตัวออกมาแล้ว

 


เนื่องจากภายในมีการใช้การปกครองด้วยกฏแบบเข้มงวด หากมีการทำผิดหรือไม่พอใจอะไร จะมีการใช้ความรุนแรงในการทำโทษ โดยในระหว่างการสนทนากันนั้น ตนได้บันทึกเสียงการพูดคุยไว้ทั้งหมด จึงทำให้ทราบเรื่องราวของการเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ที่สถาบันแห่งนี้และเหตุการณ์หลายๆอย่างที่ผ่านมา ทำให้่ผมเชื่อว่า ลูกชายผมต้องถูกรุมทำร้ายอย่างแน่นอน แต่จะเป็นใครรุมทำร้ายนั้น ยังบอกไม่ได้ซึ่งตอนนี้ผมต้องหาหลักฐานเพิ่มเติมในการเอาผิดส่งให้กับตำรวจ  ทางเจ้าหน้าที่จะมีการเชิญตัวเจ้าของสถาบันมาสอบสวน โดยเรื่องนี้ ผมจะดำเนินการเอาผิดเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกชายให้ถึงที่สุด
 



จากการชันสูตรตรวจสอบสภาพศพ ด.ช.ฐปกร พบว่านอกจากมีแผลศีรษะแตก เย็บ 7 เข็มและแขนขวาหักแล้ว และหลังมีร่องรอยการถูกทุบตีด้วยของแข็งตั้งแต่แผ่นหลังไปจนถึงขาหลายจุด รวมถึงที่อัณฑะมีร่องรอยไหม้คล้ายถูกไฟลนด้วย อวัยวะภายในได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก กระเพาะ ปอดช้ำ ตับอ่อนฉีกขาด โดยแพทย์ระบุสาเหตุการณ์เสียชีวิตว่า เป็นการบาดเจ็บของตับอ่อน โดยการกระทบต่อช่องท้อง


ทั้งนี้ นายณัฐพล ถาวรพิบูลย์ อายุ 27 ปี เจ้าของสถาบันกวดวิชาบ้านพี่ณัฐ ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากการเล่นกันเองของกลุ่มนักเรียนในสถาบันที่พักเก็บตัวอยู่ร่วมกันโดยการสกรัมให้ล้มเหมือนการเล่นรักบี้ แล้วเด็กคนอื่นก็จะล้มตัวทับกันเป็นชั้นๆ ซึ่งในขณะที่เล่นกันนั้น ตัว ด.ช.ฐปกร อยู่ข้างล่างสุด แล้วสะบัดตัวหลุดออกมาได้ ก็วิ่งหนีขึ้นไปชั้น 2 ของบ้าน ขณะวิ่งขึ้นไปยังชั้น 2 ของบ้าน จู่ๆ ด.ช.ฐปกร ก็หมดสติ ล้มลงตรงหน้าบันได จนทำให้ศีรษะกระแทกกับบันไดจนแตกและนอนนิ่งไป เด็กนักเรียนที่เล่นกันจึงรีบมาแจ้งตน ก่อนจะช่วยกันพา ด.ช.ฐปกร ส่งโรงพยาบาล"

 


ขณะที่ ด.ช.เอ(นามสมมุติ) อายุ 15 ปี นักเรียนกวดวิชาที่เข้าเก็บตัวอยู่ในสถาบันเดียวกัน ได้เล่าเหตุการณ์เหมือนกับนายณัฐพล (เจ้าของสถาบัน) สีหน้าตกใจมากที่ทราบว่าเพื่อนเสียชีวิต พร้อมทั้งพาสื่อมวลชนดูสำรวจพื้นที่ภายในบ้าน ซึ่งตั้งเป็นสถาบันกวดวิชาเตรียมทหาร และยืนยันว่า เป็นการเล่นกันเอง จนทำให้ ด.ช.ฐปกร เกิดหมดสติหัวล้มฟาดกับราวบันได
 



ล่าสุด ด.ช.บี  (นามสมมุติ) เพื่อนสนิทกับน้องชายแดนผู้เสียชีวิตและเคยไปเก็บตัวเรียนอยู่ที่สถาบันกวดวิชาเตรียมทหารดังกล่าวด้วยกัน โดยน้องได้เล่าว่า "รู้สึกหดหู่ใจ และเสียใจ ที่เรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับกับเพื่อน แต่ตอนที่น้องชายแดนได้รับบาดเจ็บหนัก ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เนื่องจากได้ลาออกไปแล้ว แต่เชื่อว่าเป็นการถูกรุมทำร้ายอย่างแน่นอน"

 


"ตนเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และได้ไปสมัครเรียนกับกับสถาบันกวดวิชาเตรียมทหารดังกล่าว เพื่อเก็บตัวและศึกษาวิชาในการสอบเข้าเตรียมทหาร โดยได้สมัครเข้าอยู่แบบกินนอนศึกษาที่นี่ ควบคู่ไปกับเรียน กศน. ค่าใช้จ่ายปีละ 280,000 บาท ซึ่งการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นั้น จะมีการใช้กฎระเบียบกึ่งทหาร ตอนแรกที่ตนเข้ามาสัมผัสรู้สึกว่าน่าอยู่ การทำโทษสำหรับคนที่ไม่ทำตามกฎระเบียบ ให้ยืนกระโดดตบเต็มที่ก็แค่ 500 ที"

 


"แต่พออยู่นานๆ ไป ตนกลับรู้สึกว่าอยู่ไม่ได้แล้ว เนื่องจากการทำโทษหลายๆ ครั้ง มักจะรุนแรงเรื่อยๆ โดยมีการใช้ไม้ ตั้งแต่ไม้หวาย จนถึงไม้เบสบอลตี ด้วยความแรงจนทำให้รู้สึกปวดระบมอยู่หลายครั้ง และยังมีการต่อยตนจนปากแตกเลือดกลบเพราะไม่พอใจที่ไปขโมยหยิบขนมในตู้เย็นกิน มันรุนแรงเกินไป จนต้องตัดสินใจลาออกและครูมักจะอวดอ้างว่าตัวเองมีองค์ของพ่อปู่ หากใครที่มาเรียนและพักอาศัยอยู่ที่นี่"


"แสดงพฤติกรรมหรือพูดจาไม่ดี จะรู้เห็นหมด รวมถึงยังอ้างตัวว่ารู้จักกับนายทหารทุกระดับชั้น จนทำให้เด็กเกือบทุกคนที่มาเรียนเกิดความเกรงกลัวอีกด้วย เรื่องราวในระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่ในสถาบันนี้ ไม่ว่าจะเกิดเรื่องรุนแรงอะไร ห้ามนำไปเผยแพร่กับบุคคลภายนอกอย่างเด็ดขาด และตนก็ทำแบบนั้นในระหว่างที่ไปอยู่กับสถาบันดังกล่าว มีเรื่องอะไรก็ต้องเก็บไว้ แม้แต่แม่ก็ไม่บอกให้รู้"




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์