แพทย์เผยข้อมูลสำคัญ บัตรสมาร์ทการ์ด อ้างบรรเทาอาการป่วย

แพทย์เผยข้อมูลสำคัญ บัตรสมาร์ทการ์ด อ้างบรรเทาอาการป่วย

Publish 2019-06-13 16:36:09


เมื่อวานนี้ 11 มิ.ย. 62 ที่บ้านศาลาดิน ต.ศรีสุขสำราญ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น มีการซื้อขาย บัตรสมาร์ทการ์ด ที่อ้างว่ามีสรรพคุณในการรักษาโรคโดยเฉพาะอาหารปวดเมื่อยต่างๆ ตามร่างกาย โดยวิธีการใช้คือนำบัตรไปแตะบริเวณที่ปวด หรือ นำแก้วน้ำไปวางบนบัตร และ นับ 1ถึง10 จากนั้น นำมาดื่ม และอีกวิธีหนึ่งคือ การนำเอาบัตร ไปจุ่มในแก้วน้ำแล้วนำมาดื่ม ซึ่งวิธีเหล่านี้สามารถช่วยอาการปวดให้ทุเลาลงได้ 

 

 



นางทองศรี วงษ์ไชยเวทศ์ อายุ 66 ปี เป็นหนึ่งคนที่ซื้อบัตรมาจากนายทวี ในราคา 1,100 บาท นางทองศรีเล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนเองมีอาการปวดหลัง และมีน้ำไหลออกมาจากหู ก่อนหน้านี้เคยไปหาหมอที่โรงพยาบาลก็ไม่หาย จึงได้ลองซื้อบัตรพลังงานนี้มาใช้ แตะไว้ที่หลัง พบว่าอาการน้ำที่ไหลออกจากหูนั้นหายไป แต่ขณะเดียวกัน ตนเองก็ได้ทานยาจากโรงพยาบาลที่ให้มาควบคู่ไปด้วย นอกจากนี้ ตนยังใช้วิธี วางแก้วน้ำไว้บนบัตรแล้วอธิษฐานให้หายจากโรค ซึ่ง นางทองศรีก็ยอรับว่า หลังจากใช้บัตรแล้ว อาการปวดหลังยังมีอยู่ แต่ไม่มีน้ำไหลออกจากหูแล้ว ส่วนตัว ก็เชื่อว่าบัตรสามารถช่วยได้ 50 เปอร์เซ็นต์

 

 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

- ชาวบ้านแห่ซื้อ "บัตรพลังงาน" รักษาโรค 108 ชนิด เชื่อช่วยได้ 50 เปอร์เซ็นต์ 

 



ด้านนายทวี เพียอินทร์ ชาวบ้านศาลากิน ใน อ.อุบลรัตน์ ขอนแก่น เป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกชักชวนเข้าอบรมในการใช้บัตรสมาร์ทการ์ด โดยนายทวี เรียกบัตรนี้ว่า บัตรพลังงาน เพราะสามารถใช้รักษาอาการปวดหลังของตนเองได้ ซึ่งก่อนจะได้บัตรนี้มา มีคนจากบริษัทแห่งหนึ่งมาชักชวนให้เข้าอบรม และสาธิต สรรพคุณของบัตรให้ดู ช่วงระหว่างการสาธิต เมื่อพนักงานนำบัตรมาแตะที่ตัวตนเองรู้สึกมีอาการชา และพอนำบัตรออก ก็หายจากอาการชานั้น

ตนจึงตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อจะได้สมาร์ทการ์ดนำกลับมาใช้ โดยสมัครครั้งแรก มีการให้เลขที่บัญชีกับเจ้าหน้าที่ และได้จ่ายเงินไป 4,400 บาท ได้บัตรมา 5 ใบ หลังจากนั้น ตนจึงนำมาบอกต่อ คนที่สนใจ โดยขายให้ในราคา 1,100-1,500 บาท เพื่อให้นำไปรักษาอาการปวดเมื่อย ซึ่งหากตนเองขายได้ และมีสมาชิกเพิ่มก็จะได้เงินเพิ่มเข้ามาในบัญชี


ขณะที่ทีมข่าวได้สอบถามชาวบ้านอีกหลายรายพบว่า ไม่เพียงแค่ชาวบ้านศาลาดินเท่านั้น ที่ซื้อขายบัตรสมาร์ทการ์ด หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าบัตรพลังงาน แต่มีชาวบ้านอีกหลายหมู่บ้านก็มีบัตรลักษณะเดียวกันนี้ ซึ่งยังมีชาวบ้านอีกหลายคนไม่เชื่อว่าบัตรนี้จะสามารถรักษาอาการต่างๆได้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบ เพื่อไม่ให้มีผู้เสียหายจากกรณีนี้เพิ่มขึ้น หากขายบัตรนี้เป็นการหลอกลวง

 

 

เกี่ยวกับเรื่องนี้ล่าสุด บรรพต หัวใจ ได้ออกมาโพสต์ข้อความดังนี้

 

แจ้งเตือนพี่น้องคนไทยด้วยครับ
สรุปการ์ดพลังงานที่เป็นข่าวดัง ตรวจสอบแล้วภายในมีสารกัมมันตภาพรังสี 2 ชนิด คือ ยูเรเนียมและทอเรียม ปกติสารทั้งสองชนิดมีอยู่ในธรรมชาติ แต่..

สิ่งที่น่ากังวล
1. คนขายการ์ดนี้ จะมีสต๊อคการ์ดหลายใบ ทำให้ปริมาณสารรังสีสูงกว่าใครเพื่อน ระวังบุตรหลานและคนท้องด้วย
2. ถ้านำการ์ดนี้ไปรีไซเคิล ทำเป็นภาชนะพลาสติก มีโอกาสที่เอาสารรังสีนี้ปนเปื้อนเข้าไปในเนื้อภาชนะด้วย บางคนอาจเอาไปใส่อาหาร ก็ปนเปื้อนอาหารได้ เพราะค่าครึ่งชีวิตของสารกัมมันตภาพรังสีนี้หลายพันปี
3. สารรังสีนี้ มีรายงานกระตุ้นมะเร็งปอด ตับ และมะเร็งเม็ดเลือดขาว เมื่อได้รับในปริมาณมากๆ เป็นเวลานานๆ จึงห่วงคนใน ข้อ 1 และ 2 มาก

ฝากหน่วยงานราชการหาที่รวบรวมการ์ดและทำลายในที่ที่เหมาะสม
ระวังทอเรียม เกิดการติดไฟง่ายและเกิดเพลิงไหม้ได้

ยูเรเนียม (อังกฤษ: Uranium) คือธาตุที่มีหมายเลขอะตอม 92 และสัญลักษณ์คือ U เป็นธาตุโลหะหนักกัมมันตรังสี ตามธรรมชาติมีลักษณะสีเงินวาว อยู่ในกลุ่มแอกทิไนด์ (actinide group) ไอโซโทป U-235 ใช้เป็นเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และอาวุธนิวเคลียร์ ตามธรรมชาติพบยูเรเนียมในปริมาณเล็กน้อยในหิน ดิน น้ำ พืช และสัตว์ รวมทั้งมนุษย์ด้วย ครึ่งชีวิตของธาตุยูเรเนียมคือ 4,500 ล้านปี (U-238) และทุกไอโซโทป ถ้ามีปริมาณมาก ทำให้ไตวาย และเป็นสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งปอด ผิวหนัง ช่องปากที่สัมผัสสารกัมมันตรังสีนี้

ทอเรียม (อังกฤษ: Thorium) คือธาตุเคมีที่มีหมายเลขอะตอม 90 และสัญลักษณ์คือ Th เป็นธาตุโลหะกัมมันตภาพรังสีที่พบในธรรมชาติเมื่อบริสุทธิ์มีลักษณะสีเงินวาวอ่อนนุ่ม เมื่อสัมผัสกับอากาศจะหมองเป็นสีน้ำตาลหรือสีดำเพราะเกิดอ๊อกไซด์ คือ ทอเรียมอ๊อกไซด์ (Thorium oxide (ThO2))หรือทอเรีย(thoria)เป็นอ๊อกไซด์ที่มีจุดเดือดสูงที่สุด(3300 °C) เมื่อถูกทำให้ร้อนในอากาศโลหะทอเรียมจะติดไฟได้เองเกิดเป็นแสงจ้าสีขาว มีอัตราการแผ่รังสีมากกว่ายูเรเนียม มักใช้ในการทำปฏิกรณ์นิวเคลียร์ พบก่อให้เกิดมะเร็งปอด ตับ และมะเร็งเม็ดเลือดขาว(ลิวคีเมีย)

หมอเอ้

 

 

 

 

ขอบคุณ ภาพ/ข่าว : สทท.ขอนแก่น

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์