ครูหนุ่มวอนเห็นใจนักเรียนในพื้นที่ไกล เสียโอกาสเพราะนโยบายยุบ 15,00 0 แห่งทั่วประเทศ

ครูหนุ่มวอนเห็นใจนักเรียนในพื้นที่ไกล เสียโอกาสเพราะนโยบายยุบ 15,00 0 แห่งทั่วประเทศ

Publish 2019-05-24 17:41:30


จากกรณีที่ นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประธาน กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมมีมติให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปรวบรวมระเบียบ กฎหมายทั้งหมดที่เป็นเกี่ยวข้องกับการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก 



เนื่องจากในปัจจุบัน หากมีพิจารณาแล้วเห็นว่าโรงเรียนใดควรควบรวมก็จะติดคำสั่ง หรือ ประกาศเก่า ดังนั้น ที่ประชุมจึงเห็นว่าควรจะนำระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาศึกษารายละเอียด และนำมาปรับแก้ในคราวเดียวกัน ทั้งนี้ในส่วนของการยุบเลิกหรือควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ในขั้นตอนการดำเนินการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะต้องให้แจ้งไปยังศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ว่า 

 


ภายในจังหวัดนั้นๆ มีโรงเรียนขนาดเล็กอยู่จำนวนเท่าไหร่ มีการยุบเลิก หรือ ควบรวมไปแล้วอย่างไร เพื่อให้ ศธจ.ไปกระตุ้นโรงเรียนในจังหวัดของตนเอง ซึ่งขณะนี้โรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศที่อยู่ในเป้าหมายควบรวมประมาณ 15,000 โรง

 


ทั้งนี้ นายเอกชัย กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงปัญหาของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ที่เปิดให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนเดิม ซึ่งขณะนี้มีโรงเรียนขนาดเล็ก 7,000-8,000 โรง ที่เปิดสอนขยายโอกาสทางการศึกษา และพบมีบางโรงมีนักเรียนระดับชั้นม.ต้น เพียง 4 คน ไม่มีเด็กเรียนชั้น ม.2 และ ม.3 

 

 

โดยแต่นักเรียน เรียนแค่ชั้นม.1 จำนวน 4 คนเ จึงแสดงให้เห็นว่า 2 ปีที่ผ่านมาไม่มีเด็กที่ศึกษาต่อ ดังนั้น ที่ประชุมมีเห็นว่าหากโรงเรียนใดที่มีโรงเรียนที่เปิดสอนระดับมัธยมศึกษาอยู่บริเวณใกล้เคียง และเด็กไม่มีปัญหาการเดินทางให้หยุดรับเด็ก ชั้นม.1 โดยประกาศล่วงหน้า 1 ปี ซึ่งการขยายโอกาสทางการศึกษาที่ทำอยู่ในขณะนี้ส่งผลให้เด็กเสียโอกาสในด้านคุณภาพ เด็กไม่มีการทำกิจกรรมกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน เพราะเด็กน้อยมากบางโรงเรียนมีเด็กชั้นม.ต้น แค่ 2 คน

 

 



นโยบายดังกล่าวได้สร้างความกังวลใจไปถึงโรงเรียนบ้านกุดแคนประชาสรรค์ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ทำให้คุณครูรู้สึกไม่สบายใจหลังมีข่าวว่า โรงเรียนที่ตนสอนจะถูกยุบ ทั้งที่เด็กๆ ของโรงเรียนจะสามารถทำคะแนนระดับประเทศได้ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูง คุณครูจึงได้โพสต์เล่าเรื่องราวลงในแฟนเพจ คณิตศาสตร์ By พี่ช่วย ว่า  

 

 

" 46 คนของผมคงต้องเดินทางไกลอีก 5 กม. แต่ละคนอยู่กับตายายแก่ ๆ ฐานะยากจนมาก ผิดด้วยเหรอที่อยู่บ้านนอก ทำไมจ้องแต่จะยุบ รร.ฉัน แทนที่จะส่งครูมาช่วยกันพัฒนากระจายการศึกษาให้ทั่วถึง เด็กบ้านนอกไม่ใช่คนเหรอครับถึงได้เขี่ยเล่นตามใจชอบ

 

 


นี่ก็สอนกันอยู่ 3 คน  คนแรก=อนุบาล  คนสอง=ป.1-2-3  คนสาม(ผมเอง) ป.4-5-6  เราก็อยู่ของเราได้ โอเน็ตก็สูงกว่าระดับประเทศอีก มันเปลืองงบอะไรนักหนา แต่ละปีไม่เห็นส่งงบอะไรมาให้พัฒนาถึงกับต้องเปลืองเลย คอมพิวเตอร์/สนามกีฬา/ป้าย/รั้ว/บ้านพักครู ฯลฯ ผ้าป่าชาวบ้านล้วน ๆ

 

 


รร.ที่ผมอยู่ อยู่ติดเขื่อนอุบลรัตน์ ชาวบ้านมีอาชีพหาปลา เด็กกำพร้าพ่อแม่(พ่อแม่อย่าร้างแยกทาง) อยู่กับตายาย 90% ห่างจากตำบล =12กม. ห่างจาก อ.ภูเวียง =24 กม. ห่างจาก สพป.ขก.5 =82 กม. เศร้าแทนตายายแก่ ๆ กับโรงเรียนที่ชาวบ้านร่วมกันสร้างมา และน้อยใจเหมือนเขามองเด็กเหล่านี้ไร้ค่ารวมถึงมองครูบ้านนอกอย่างพวกเราด้วย" 

 

 

นอกจากนี้ครูหนุ่มยังได้โพสต์บอกรายละเอียดเพิ่มเติมอีกว่า "โรงเรียนยังไม่มีคำสั่งยุบมานะครับ(อีกไม่นานนี้ก็ไม่แน่) ผมเห็นข่าวจะยุบ รร.ขนาดเล็ก15,000กว่าโรงพร้อมบอกจะแก้กฎหมายที่ขัดขวางการยุบฯ #เหมือนเขาจะยุบให้ได้ แล้วน้อยใจที่เขาไม่มองเห็น ไม่ให้ความสำคัญในจุด ๆ นี้ เลยสื่อออกไปให้เห็นภาพตามที่โพสต์ครับ

 

 


อย่างน้อยผมก็ได้แสดงจุดยืนของผม และสิ่งที่เป็นอยู่จริงอีกขั้วหนึ่งของการศึกษาไทยที่หลาย ๆ คนไม่เคยเข้าใจและไม่เคยรู้ว่ายังมีกลุ่มนี้ที่รอให้การศึกษามาถึงชมชุนเขาอยู่ กระผมขอขอบคุณกำลังใจที่ทุกท่านมอบให้มาก ๆ ครับ #ครูบุญช่วย"

 

 


ขอบคุณเฟซบุ๊ก คณิตศาสตร์ By พี่ช่วย



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์