สาเหตุที่แท้จริง ผู้กองอ้วน  ทั้งที่ไม่เคยมีประวัติเสีย

สาเหตุที่แท้จริง "ผู้กองอ้วน" ทั้งที่ไม่เคยมีประวัติเสีย

Publish 2019-05-07 14:09:01


ตำรวจสอบเครียด "ผู้กองอ้วน" ไม่มีมีประวัติเสีย เหตุค้ายาบ้าเหตุจากคบหากิ๊กสาวชาวลาว ขณะที่ผู้บังคับบัญชา เพื่อนตำรวจ รู้ข่าวต่างสลดใจ ต้องคดียาเสพติด ทั้งๆที่จะเกษียณ ก.ย. ปีนี้

จากกรณี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. และตำรวจเมืองนครพนม ร่วมกันจับกุม ร.ต.อ.ชัยณรงค์ อ่อยภูธร หรือ ผู้กองอ้วน อายุ 59 ปี รองสารวัตรสืบสวน บก.ภ.จว.นครพนม พร้อมของกลางยาบ้ารวม 6,000 เม็ด และกัญชาอัดแท่งอีก จำนวน 9.5 กิโลกรัม อาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก ที่บ้านพักในพื้นที่ ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม โดยเจ้าตัวอ้างว่า มีค่าใช้จ่ายมาก เงินเดือนไม่พอใช้ จึงตัดสินใจมาค้ายาเสพติด ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ผู้กองสืบนครพนม เหลืออีกเเค่1ปี จะเกษียณเเล้ว

รวบ ผู้กองอ้วนค้ายา

 

ล่อซื้อ ผู้กองค้ายา โดนรวบ

 

 



เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวฝ่ายสืบสวน ว่าหลังจากจับกุม ผู้กองอ้วนแล้ว ได้มีการดำเนินในข้อหา ความผิดตามพ.ร.บ.ยาเสพติด พ.ร.บ.อาวุธปืน ทั้งนี้เจ้าตัวถูกสืบสวนอย่างหนัก เกี่ยวกับการพัวพันกับเอเย่นต์ยาเสพติดประเทศเพื่อนบ้าน เบื้องต้นพอจะทราบว่า ผู้กองอ้วน ไปติดพันหญิงสาวชาวลาวรายหนึ่ง กระทั้งมีการเดินสายค้ายาเสพติดประเทศเพื่อนบ้านโดยให้วัยรุ่นนำเอายามาส่ง ก่อนที่ตัวเองจะเข้าไปรับเอามาเก็บไว้ที่บ้านพักเตรียมจะนำไปส่งให้ลูกค้า แต่ก็มาถูกจับกุมได้เสียก่อน

รวบตำรวจค้ายาเสพติด

 

 



อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อสอบถามทางผู้บังคับบัญชาและเพื่อนฝูงของนายตำรวจ โดยหลายคนต่างรู้สึกสลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจาก "ผู้กองอ้วน" ไม่เคยมีประวัติในการค้ายาเสพติดมาก่อน อีกทั้งยังมีนิสัยใจคอดี มีน้ำใจกับเพื่อนฝูง ซึ่งในวันที่ 30 กันยายนนี้ ก็จะครบกำหนดเกษียณอายุราชการแล้ว กลับต้องมาเสียประวัติและอนาคตทางราชการ ในช่วงบั้นปลายของชีวิต

 

รวบผู้กองอ้วน พร้อมของกลาง คาบ้านพัก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : รื้อแฟ้มประวัติ ร.ต.อ. นครพนม พฤติกรรมยาวเหยียด

ขอบคุณ เทียนทะเล นิว

ภาพ เกตุแก้ว พรมลา/พร้อมพันธ์ กุลภาข่าวนครพนม




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ปมิณตรา สิงหวรรณะ
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์