ตร.เพิ่มขัอหาหนุ่มใหญ่นิสัยไม่ดี

ตร.เพิ่มขัอหาหนุ่มใหญ่นิสัยไม่ดี

Publish 2019-04-27 16:45:17

จากกรณีที่เจ้าหน้าพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.พนมสารคาม ทหารชุดประสานงานและรักษาความสงบประจำ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ได้นำกำลังบุกเข้าทำการจับกุมตัว นายวินัย อายุ 61 ปี หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ซ.เกาะบุญนาค ผ่านมาทางอาจารย์ในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใน อ.พนมสารคาม ว่า ผู้เป็นบิดามีพฤติกรรมในลักษณะกระทำการอนาจารบุตรสาว ซึ่งกำลังเรียนอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 วัย 17 ปี มานานกว่า 4 ปีแล้ว ก่อนที่จะทำการควบคุมตัวนำส่ง ร.ต.อ.สุริยันต์ แก้วพิฑูลย์ พนักงานสอบสวน สภ.พนมสารคาม ให้ทำการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

 



จากการสอบสวนเบื้องต้น นายวินัย ได้ให้การยอมรับสารภาพว่า ได้กระทำการอนาจารข่มขืนบุตรสาวของตนเองมานานถึงกว่า 4 ปีจริง เริ่มตั้งแต่เมื่อปี 2558 จนมาถูกเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายร่วมกันบุกเข้ามาจับกุมตัวดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า "ข่มขืนกระชำทำเราเด็กซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีของตนโดยเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม" ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 ,277  

 

 

จากข้อมูลทราบว่า หากลูกสาวขัดขืนก็จะถูกทำร้ายร่างกาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวและนำผู้เสียหายไปตรวจร่างกาย ขณะเดียวกันขณะที่เจ้าหน้าที่บุกเข้าทำการตรวจค้นจับกุมภายในบ้านพักนั้น ยังพบแผ่น ซีดี แผ่น ดีวีดี ภาพวีดีโอในเมมโมรี่การ์ด สื่อลามกอนาจารอยู่ภายในบ้านพักเป็นจำนวนมาก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานในการสอบสวนดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดรายนี้ต่อไป

 


 


กระทั่งต่อมา ร.ต.อ.สุริยันต์ แก้วพิฑูลย์ รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ได้ทำการควบคุมตัว นายวินัย ผู้เป็นพ่อที่ก่อเหตุข่มขืนลูกสาววัย 17 ของตัวเอง ออกจากห้องขัง สภ.พนมสารคาม เดินทางไปยังที่บ้าน ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทร เพื่อชี้จุดเกิดเหตุทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

 

จากการสอบสวน ร.ต.อ.สุริยนต์ เผยว่า นายไก่ยอมรับว่า มีความสัมพันธ์กับลูกสาวของตนเองจริง โดยอ้างว่าวันที่เกิดเหตุได้ดื่มสุรามีอาการเมา และเข้าไปนอนในบ้านกับลูกโดยได้ลงมือลูบคลำตามร่างกายของลูก และลูกไม่มีอาการขัดขืน จนกระทำการเรื่อยไปจนเสร็จกิจ และมีความสัมพันธ์กันเรื่อยมาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา

 

นอกจากนี้ ร.ต.อ.สุริยันต์ กล่าวว่า ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาได้ให้การยอมรับสารภาพตามข้อกล่าวหารวม 2 ข้อหา ตามมาตรา 277 ในข้อหากระทำชำเราเด็กซึ่งอายุยังไม่เกิน 15 ปี (เนื่องจากเริ่มก่อเหตุมาตั้งแต่เมื่อปี 2558) ซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 8 หมื่นถึง 4 แสน

 

 

และดำเนินคดีตามมาตรา 285 ให้มีโทษเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งในสามหากกระทำผิดต่อผู้สืบสันดาน หรือผู้ที่อยู่ในความดูแลปกครองควบคุมตามหน้าที่ ซึ่งจะทำให้ต้องได้รับโทษที่หนักเพิ่มขึ้นไปอีก ร.ต.อ.สุริยันต์ กล่าว

 

ขณะเดียวกันเด็กสาววัย 17 ปี ที่ถูกผู้เป็นบิดาของตนเองข่มขืนกระทำอนาจารนั้น ขณะนี้ยังอยู่ในความดูแลของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้มีการสอบปากคำจากทางฝ่ายของบุตรสาวซึ่งเป็นผู้เสียหาย และขณะนี้ทราบว่าผู้เป็นมารดาของเธอ ซึ่งได้เดินทางไปอยู่ยังที่ประเทศออสเตรเลียหลังจากเลิกราไปจากนายวินัยผู้เป็นสามี จะเดินทางมารับตัวไปอยู่ด้วย

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์