ราชกิจจาฯ ออกประกาศเผยแพร่ ปลดนามสกุลดัง พ้นสภาพบุคคลล้มละลาย

ราชกิจจาฯ ออกประกาศเผยแพร่ ปลดนามสกุลดัง พ้นสภาพบุคคลล้มละลาย

Publish 2019-03-27 13:43:29



วันนี้ (27/03/2562)  เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่อง ปลดลูกหนี้ที่ 2 จากล้มละลาย คดีหมายเลขแดงที่ ล. 501/2558 กองบังคับคดีล้มละลาย 6 โดยมีใจความว่า ตามประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ลงวันที่ 26 เมษายน 2559 ศาลล้มละลายกลางได้พิพากษาให้ นางเทียมจันทร์ ชยางกูร หรือ ชยางกูร ณ อยุธยา ลูกหนี้ที่ 2 เป็นบุคคลล้มละลาย ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2559 นั้น 

 

 




บัดนี้ ครบกําหนดระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว จึงปลดให้ นางเทียมจันทร์ ชยางกูร หรือ ชยางกูร ณ อยุธยา พ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลาย นับตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2562

 

 

 

สำหรับ กฎหมายล้มละลาย เป็นกฎหมายทั้งสารบัญญัติและวิธีสบัญญัติแขนงหนึ่ง ซี่งบัญญัติถึงกระบวนพิจารณาคดีล้มละลาย ตั้งแต่เงื่อนไขการขอให้ลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลาย วิธีการขอให้ลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลาย การขอให้พิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้ ซึ่งมีทั้งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวและพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด การประนอมหนี้ รวมทั้งการขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ซึ่งศาลที่มีอำนาจในการพิจารณาคดีล้มละลายได้แก่ศาลล้มละลายกลาง

 

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีกฎหมายล้มละลายที่ใช้อยู่คือพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ซึ่งได้มีการแก้ไขปรับปรุงตามสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในการบัญญัติกฎหมายดังกล่าวนั้น ไทยได้นำการวางหลักกฎหมายส่วนใหญ่มาจากกฎหมายล้มละลายของประเทศสหรัฐอเมริกา

 

การบังคับใช้กฎหมายล้มละลาย จะต่างจากการบังคับใช้กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เนื่องจากกฎหมายล้มละลายเป็นเพียงการบังคับใช้เพื่อให้เจ้าหนี้ได้มีหลักประกันว่าจะได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้อย่างแน่นอนและเท่าเทียมกัน (pari passu) และมีลักษณะที่เปิดช่องให้มีการเจรจา ประนีประนอมกันมากกว่ากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งซึ่งมุ่งระงับข้อพิพาททางแพ่งที่มีการโต้แย้งสิทธิกันเพื่อให้เจ้าหนี้ชนะคดีและบังคับเอาจากลูกหนี้เพียงอย่างเดียว

 



สำหรับ การเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย พระราชบัญญัติล้มละลายไม่ได้จำกัดไว้ว่าผู้ที่ล้มละลายจะต้องเป็นบุคคลประเภทใด ดังนั้น ไม่ว่าบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลประเภทใดก็สามารถล้มละลายได้ ต่างจากการฟื้นฟูกิจการที่จะต้องเป็นบริษัทจำกัดหรือบรัษัทมหาชนจำกัดเท่านั้น โดยกฎหมายกำหนดวิธีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลายไว้ 5 วิธี ดังนี้

1. เจ้าหนี้ธรรมดาฟ้องให้ลูกหนี้ล้มละลาย

2. เจ้าหนี้มีประกันฟ้องให้ลูกหนี้ล้มละลาย 

3. เจ้าหนี้ฟ้องขอให้จัดการทรัพย์มรดกของลูกหนี้ที่ตาย

4. ผู้ชำระบัญชีร้องขอให้นิติบุคคลล้มละลาย 

5. เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอให้หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดล้มละลายตามห้างหุ้นส่วนสามัญ 

อย่างไรก็ตาม กฎหมายล้มละลายของไทยไม่อนุญาตให้ลูกหนี้ร้องขอให้ตัวเองล้มละลายได้ แต่ลูกหนี้สามารถร้องขอให้ตัวเองฟื้นฟูกิจการได้

 

ส่วนการ การปลดจากล้มละลายการปลดจากล้มละลาย อาจเป็นไปโดยคำสั่งศาล หรือโดยผลของกฎหมาย โดยหากมีการแบ่งทรัพย์ให้เจ้าหนี้ที่ขอรับชำระหนี้แล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 และไม่เป็นบุคคลล้มละลายโดยทุจริต ผู้ล้มละลายก็อาจขอให้ศาลมีคำสั่งปลดจากล้มละลายได้ หรือหากลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาล้มละลายมาแล้วครบสามปี ก็จะปลดจากล้มละลายโดยผลของกฎหมาย

เมื่อปลดจากล้มละลายแล้ว จะมีผลให้บุคคลล้มละลายหลุดพ้นการล้มละลาย มีอำนาจจัดการทรัพย์สินที่ได้มาหลังจากการปลดล้มละลายและหลุดพ้นจากหนี้ที่ขอรับชำระหนี้ได้ทั้งปวง ยกเว้นหนี้ภาษีอากรและหนี้ที่เกิดจากการทุจริตฉ้อโกงของลูกหนี้คงยังได้รับชำระหนี้เต็มจำนวน


การปลดจากล้มละลายไม่ทำให้ผู้ค้ำประกันหรือหุ้นส่วน หรือลูกหนี้ร่วมของลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้ไปด้วย เจ้าหนี้ยังเรียกร้องจากผู้ค้ำประกัน หุ้นส่วน ลูกหนี้ร่วมของลูกหนี้ได้อยู่จนครบ

 

โดย การยกเลิกการล้มละลาย เมื่อมีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ ผู้มีส่วนได้เสียหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอต่อศาลให้ยกเลิกการล้มละลายได้

(1) เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่อาจดำเนินการให้ได้ผลเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย เพราะเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ไม่ช่วยหรือยอมเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายหรือวางเงินประกันตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกร้อง และไม่มีเจ้าหนี้อื่นสามารถและเต็มใจกระทำการดังกล่าวแล้ว ภายในกำหนดเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันที่เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ได้ขัดขืนหรือละเลยนั้น

(2) ลูกหนี้ไม่ควรถูกพิพากษาให้ล้มละลาย

(3) หนี้สินของบุคคลล้มละลายได้ชำระเต็มจำนวนแล้ว

ถ้าลูกหนี้ปฏิเสธหนี้สินรายใด แต่ลูกหนี้ยอมทำสัญญาและให้ประกันต่อศาลว่าจะใช้เงินให้เต็มจำนวนกับค่าธรรมเนียมด้วยก็ดี หรือถ้าหาตัวเจ้าหนี้ไม่พบ แต่ลูกหนี้ได้นำเงินเต็มจำนวนมาวางต่อศาลก็ดี ให้ถือว่าหนี้สินรายนั้นได้ชำระเต็มจำนวนแล้ว

(4) เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แบ่งทรัพย์ครั้งที่สุด หรือไม่มีทรัพย์สินจะแบ่งให้แก่เจ้าหนี้แล้ว ต่อแต่นั้นมาภายในกำหนดเวลาสิบปี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่อาจรวบรวมทรัพย์สินของบุคคลล้มละลายได้อีก และไม่มีเจ้าหนี้มาขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จัดการรวบรวมทรัพย์สินของบุคคลล้มละลาย

โดยการยกเลิกการล้มละลายตาม (1) หรือ (2) นั้นไม่ทำให้ลูกหนี้หลุดพ้นหนี้สิน ส่วนการยกเลิกการล้มละลายตาม (3) หรือ (4) ทำให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้สินทั้งหมด รวมถึงหนี้ภาษีอากรและหนี้จากความทุจริตฉ้อโกงด้วย

 มาตรา 9 พระราชบัญญัติล้มละลาย

 มาตรา 10 พระราชบัญญัติล้มละลาย

 มาตรา 82 พระราชบัญญัติล้มละลาย

 มาตรา 88 พระราชบัญญัติล้มละลาย

 มาตรา 89 พระราชบัญญัติล้มละลาย

 มาตรา 7 พระราชบัญญัติล้มละลาย

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์