ญาติเปิดใจเล่า นาที 2 สาวถูกปอร์เช่ชน ซ้ำคู่กรณีสั่งห้ามพูดเรื่องเมา ตามขู่จะไม่ให้เงินสักบาท

Publish 2019-03-16 17:37:13

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "แทงค์น้ำ มาเฟิย" ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความเหตุการณ์อุบัติเหตุระบุว่า #คนรวยขับรถชนคนตายไม่ต้องติดคุก? #ขอคนละแชร์ให้ความเป็นธรรมน้องผมหน่อยครับ เรื่องมีอยู่ว่าน้องผมโดนรถชนขาขาด 2 คน 1 คน เสียชีวิตแล้วส่วนอีก 1 คนอาการ 50-50 รถปอร์เช่ขับรถด้วยความเร็วสูงชนมอเตอร์ไซค์



คนขับรถปอร์เช่ได้หนีไปจากที่เกิดเหตุไม่มีการติดต่อ แต่ติดต่อตำรวจ ตำรวจบอกกับทางเราว่า #อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่? สรุปคนนึงตายคนนึง 50-50 #คนที่อาการ 50 ท้องอยู่เด็กในท้องเสียชีวิต คุณบอกเรื่องเล็กหราครับ #แบบนี้ถ้ารวยตำรวจเข้าให้ความเป็นธรรมหรอครับ #ขอให้เพื่อนๆช่วยแชร์ถึงนักข่าวและหลายๆเพจหน่อยครับ

 

 


โดย เจ้าของเฟซบุ๊ก "แทงค์น้ำ มาเฟิย" เปิดเผยอีกว่า หลังจากเกิดเหตุทางกู้ภัย เพื่อน และผู้ที่เห็นเหตุการณ์ได้บอกว่า คนขับปอร์เช่บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และไม่ได้ลงไปดูอาการคนบาดเจ็บ บอกเพียงว่าจะให้เงิน 2 หมื่น เพื่อให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยพาหลบหนี แต่ไม่มีใครช่วยพาหนี ทางคนขับปอร์เช่จึงโทรให้เพื่อนมารับแล้วออกจากที่เกิดเหตุไป 

 

เมื่อตนไปสอบถามด้านคดีกับตำรวจเจ้าของพื้นที่ก็พบไม่มีการตรวจวัดแอลกอฮอล์ ทั้งที่ตนไปสืบทราบมาว่าคนขับรถปอร์เช่เพิ่งขับออกมาจากผับแห่งหนึ่งด้วยความเร็ว ซึ่งตำรวจบอกว่า "เป็นความลับ ให้บอกกับทางประกันของปอร์เช่ว่าเขาไม่ได้เมา จะได้จ่ายค่าเสียหาย อย่าทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่" โดยคนขับรถปอร์เช่มีการติดต่อผ่านทนายว่าจะขอมอบเงิน 5 หมื่นพร้อมพวงหรีด 1 พวง ก่อนที่จะมีการเปิดเผยคลิปวิดีโอขณะที่คนขับปอร์เช่กำลังคลานออกจากรถ ภายหลังจากที่ขับชนรถจักรยานยนต์

 

อ่านข่าว : ด่วนสุด!! เปิดคลิปวินาทีคนขับปอร์เช่คลานหลบหลังพุ่งชน 2 สาว พยานยันซิ่งเร็วเสียหลัก


ล่าสุดน.ส.ณัฐธินี เลื่อนรุ่ง อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นพี่สาวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บพร้อมญาติ ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ณพสกล ทองแสง รอง สว.(สอบสวน) สน.หนองค้างพลู เจ้าของคดี เพื่อขอทราบความคืบหน้าด้านคดี

 

โดยทางด้านน.ส.ณัฐธินี กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ น.ส.กิตติยา ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ125 สีเขียวอ่อน ทะเบียน ฬกอ 618 กรุงเทพมหานคร ออกจากบ้านพักภายในซอยเพชรเกษม 114 เพื่อออกไปรับ น.ส.มีนารัตน์ ซึ่งเป็นเพื่อนรักกัน ซึ่งทำงานอยู่ที่ร้านอาหารย่านถนนพุทธมณฑลสาย 3 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ

ขณะกำลังขี่รถย้อนศรบนฟุตปาทมุ่งหน้าถนนบรมราชชนนี เพื่อเข้าซอยลัดไปส่ง น.ส.มีนารัตน์ ในซอยเพชรเกษม 110 ขณะที่ขี่ผ่านร้านรับซื้อของเก่าปากซอยพุทธมณฑลสาย 3 ซอย 5 ไปไม่ไกล ได้มีรถเก๋งปอร์เช่ เคย์แมน เอส ทะเบียน 6 กญ 9579 กรุงเทพมหานคร ขับมาด้วยความเร็วสูงข้ามสะพานข้ามคลองย่อย แล้วเหินเสียหลักขึ้นฟุตปาทมาชนรถจักรยานยนต์ของน้องสาวตนอย่างแรง

 


จนร่างของ น.ส.มีนารัตน์ กระเด็นไปข้ามรั้วเข้าไปอยู่ในร้านขายของเก่าห่างจากจุดที่ชนประมาณ 20 เมตร สภาพศพขาซ้ายขาด แขนหัก ศีรษะแตก เสียชีวิตคาที่ ส่วน น.ส.กิตติยา ก็กระเด็นไปอีกทางห่างไปประมาณ 20 เมตรเช่นเดียวกัน ได้รับบาดเจ็บสาหัสขาซ้ายขาด ม้ามฉีก ตับฉีก สะโพกแตก เลือดออกในช่องท้อง แขนด้านซ้ายรอตัด ส่วนลูกในท้องอายุ 3 เดือน เสียชีวิตในท้อง รอผ่าตัดเอาศพออกมา ขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลศิริราช และในที่เกิดเหตุรถปอร์เช่คันที่ก่อเหตุยังเสียหลักไปชนรถซาเล้งและรถตู้ได้รับความเสียหายอีก 1 คัน

 

ภายหลังเกิดเหตุมีพลเมืองดีได้ถ่ายคลิปและไลฟ์สดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอาไว้ เป็นภาพที่คนขับรถปอร์เช่ คลานออกมาจากในรถในสภาพเมาแล้วก็มีรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์สีดำ วนมารับขึ้นรถไปจอดดูเหตุการณ์อยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วก็หลบหนีไป ในที่เกิดเหตุมีพยานหลายคนเห็นว่าคนขับรถปอร์เช่นั่งดื่มเหล้าอยู่กับเพื่อนที่ร้านแห่งหนึ่ง ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุไปไม่ไกล

 

 

หลังจากผับปิดได้เอารถออกมาวิ่งโชว์ด้วยความเร็วสูงประมาณ 3 รอบ ซึ่งช่วงที่เกิดเหตุเป็นช่วงคอสะพานข้ามคลองที่รถทุกคันต้องระวัง หากใครไม่ชินทางรถก็จะเหินเสียหลักและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง หลังเกิดเรื่องตนพร้อมญาติไปขอกล้องวงจรปิดที่ร้านอาหาร แต่ก็ได้รับคำตอบว่าลบภาพออกไปแล้ว แต่ก็ยังโชคดีที่ยังได้ภาพจากกล้องใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุมาอีกหลายตัว

 

 


ตนเกรงว่าคดีนี้จะไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะคู่กรณีเป็นคนมีเงิน จึงขออาศัยโลกโซเชียลช่วย จนกระทั่งทราบว่า ภรรยาของคนขับรถหรูได้ติดต่อมาหาร้อยเวรเจ้าของคดี บอกว่าจะให้เงิน 5 หมื่นบาทเป็นค่าทำศพ แต่อย่าพูดเรื่องเมา ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้เงินเลยสักบาท ส่วนน้องสาวตนไม่ได้พูดถึง ตนเห็นว่าไม่ถูกต้อง ทำไมเห็นคุณค่าของคนมีค่าแค่เงิน 5 หมื่น น.ส.มีนารัตน์ ยังต้องเลี้ยงดูแล ลูกชายวัย 2 ขวบอีกด้วย

ด้าน ร.ต.อ.ณพสกล กล่าวว่า ขณะนี้ทราบชื่อเจ้าของและผู้ครอบครองรถคือ นายสมเกียรติ ภักดีนอก อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของเต็นท์ขายรถ ขณะนี้ได้รับบาดเจ็บขาหักทั้ง 2 ข้าง นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพญาไท 3 ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากนายสมเกียรติ ยังไม่พร้อมให้การ ซึ่งต้องรอผลตรวจเลือดจากทางโรงพยาบาลว่ามีแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ และทางภรรยาได้ติดต่อมาว่าจะช่วยเหลือค่าทำศพคนตาย 5 หมื่นบาทพร้อมพวงหรีด ส่วนค่าเสียหายอย่างอื่นรอให้ออกจากโรงพยาบาลจะมาคุยกับญาติผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง


นอกจากนี้ทีมผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับญาติของผู้บาดเจ็บ ที่สถานีตำรวจนครบาลหนองค้างพลู โดยน.ส.ณัฐธินี เลื่อนรุ่ง อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นญาติของ น.ส.กิตติยา เที่ยงธรรม หรือ น้องโอ๋ อายุ 22 ปี หนึ่งในผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ได้กล่าวถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและการที่เดินทางมาที่ สถานีตำรวจนครบาลหนองค้างพลูในวันนี้ว่า “มาให้ปากคำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทวงความเป็นธรรมเพราะทางคนขับรถยังไม่ได้เข้ามาดูแล ผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งอาการเป็นตายเท่ากัน”

 

 


อย่างไรก็ตาม มีรายงานเพิ่มเติมว่า ศพของ น.ส.มีนารัตน์ หรือ ไตเติ้ล ถึงวัดไผ่เลี้ยงแล้ว โดยจะมีพิธีรดน้ำศพ และรูป สวดอภิธรรม เวลา 19.00 น. คืนนี้ (16 มี.ค.) เป็นวันแรก ณ วัดไผ่เลี้ยง เพชรเกษม 110 (ศาลา 1)


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์