รสบัสโดยสารพุ่งชนท้ายพ่วง 22 ล้อ ไถลตกไร่อ้อย  ผู้โดยสารเจ็บกว่า 13 ราย

รสบัสโดยสารพุ่งชนท้ายพ่วง 22 ล้อ ไถลตกไร่อ้อย ผู้โดยสารเจ็บกว่า 13 ราย

Publish 2019-02-27 11:02:25


อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดให้เราเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ทุกวันเลยก็ว่าได้ สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร การขับรถด้วยความเร็วก็มีส่วนทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ได้เสมอ ถึงแม้ว่าปัจจุบัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการตรวงเข้มเรื่องการขับรถเกินว่ากฎหมายกำหนดต้องจับปรับเงิน แต่ประชาชนก็ไม่ได้เกรงกลัวกับบทลงโทษดังกล่าวเลย 


การขับรถบนท้องถนนไม่ได้แปลว่าถ้าเราไม่ประมาทไม่ได้ขับรถเร็ว เราจะไม่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งถ้าหากคนอื่นประมาทแล้วเราขับรถไปตรงนั้นพอดีก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ แต่ไม่ว่าแต่ละครั้งจะแค่ได้รับบาดเจ็บหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้ อย่างเช่นเคสนี้ที่อยุ่ๆมีรถขับมาด้วยความเร็วพุ่งชนท้ายทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้น เป็นเหตุทำให้คนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต 
 



ล่าสุด ร.ต.อ.โอภาส บำรุงถิ่น รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชัยภูมิ ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจ.ชัยภูมิ ว่าเกิดอุบัติเหตุหมู่ มีรถทัวร์โดยสารสายชัยภูมิ-ชุมแพ พุ่งชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ที่จอดอยู่ ริมถนน มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากในที่เกิดเหตุ อยู่ริมถนนสาย 201 ขาเข้าตัวเมืองชัยภูมิ ระหว่าง กม.137-138 บ้านซับรวงไทร หมู่ 5 ต.นาเสียว อ.เมือง จ.ชัยภูมิ จึงเร่งรุดไปตรวจสอบพร้อมแจ้งอาสากู้ภัยมูลนิธิสว่างคุณธรรมชัยภูมิ พร้อมประสานรถกู้ชีพอีโอดีจากโรงพยาบาลชัยภูมิและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บโดยด่วน

 


โดยที่เกิดเหตุพบรถทัวร์โดยสาร สีส้มขาวสายชัยภูมิ-บ้านแท่น ยี่ห้อเบนซ์  ป้ายทะเบียน 10-2119 หมวดจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งขับพุ่งมาชนเข้ากับท้ายรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียนตัวแม่ 70-1683 หมวดจังหวัดอุดรธานี ตัวลูกป้ายทะเบียน 70-1909 หมวดจังหวัดอุดรธานี จอดอยู่ข้างทาง ทำให้ด้านหน้าของรถทัวร์โดยสาร ที่พุ่งชนท้ายพ่วง 22 ล้อเข้าอย่างจัง 


ทำให้รถเสียหลักพุ่งตกลงไปในไร่อ้อยข้างทางห่างจากที่เกิดเหตุไปไกลอีกกว่า 100 เมตร ภายในรถทัวร์โดยสารพบผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 13 ราย ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ใกล้เคียง ต้องเร่งช่วยกันนำผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดออกจากตัวรถ ก่อนรีบช่วยนำส่งโรงพยาบาลชัยภูมิ เป็นการด่วนและต้องช่วยกันประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยในรอยต่อ 3 อำเภอ ออกมาช่วยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง

 

 



ทั้งนี้ จากการตรวจสอบทราบว่า รถทัวร์โดยสารคันดังกล่าว รับผู้โดยสารบรรทุกมาส่งมาจากอำเภอบ้านแทน รวมทั้งสิ้นจำนวน 18 คน เพื่อไปส่งผู้โดยสารที่ บขส.จ.ชัยภูมิ เมื่อถึงที่เกิดเหตุรถได้เกิดเสียหลักพุ่งชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ที่จอดอยู่ข้างทาง ส่วนคนขับรถรถพ่วงชื่อนายวรเมธ อ้วนเต็ม อายุ 25 ปี ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ มีอาการแน่นหน้าอก ยังให้การอะไรไม่ได้ 


หลังจากที่ นายวรเมธฯ คนขับรถบรรทุก สามารถให้การได้แล้ว เจ้าตัวได้ให้การว่า "ตนได้ไปรับน้ำตาลที่อ.หนองเรือ อุดรธานี เพื่อที่จะไปส่งที่จังหวัดสระบุรี มาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นเนิน ตนจึงบังคับรถอยู่ทางด้านซ้ายและรถเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ แต่รถทัวร์ข้างหลังขับมาด้วยความเร็วและได้พุ่งชนท้ายรถเต็มแรงทำให้รถเสียหลัก และตนพยายามบังคับรถปล่อยให้ไถลลงไปจอดกลางไร่อ้อย จนมีผู้โดยสารทั้งหมดไดรับบาดเจ็บรวม 13 ราย 

 

 


อย่างไรก็ตาม อาการผู้บาดเจ็บทั้งหมดปลอดภัยแล้ว ส่วนทานด้าน ร.ต.อ.โอภาส บำรุงถิ่น พนักงานสอบสวบฯได้เชิญตัวคนขับรถบรรทุกไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองชัยภูมิ ก่อนเดินทางไปดูผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลชัยภูมิเพื่อสอบสวนหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ที่แน่ชัดอีกครั้งหนึง

 



อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง    
-"เก๋งขาว" ขับแซงไม่พ้น กระบะเบี่ยงหลบให้ พุ่งชนกระบะอีกเลน แต่คนก่อเรื่องกลับหนีไร้ความรับผิดชอบ! (คลิป)
-ลูกชายผู้ใหญ่บ้าน กลับไม่ถึงที่หมาย หลังรถบรรทุกพุ่งชน จยย.กลางสี่แยก ร่างลอยละลิ่วดั่งสายป่านขาด ก่อนจะเสียชีวิต
-ชายแต่งกายคล้ายตำรวจซิ่งมอไซค์พุ่งชนทะลุประตูรั้ว (คลิป)

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์