หนุ่มใหญ่รันทดหนัก บ้านแตกเคยคิดสั้น เมียหลงกลโดนสำนักปฏิบัติธรรม หลอกเงินเป็นล้านๆ

หนุ่มใหญ่รันทดหนัก บ้านแตกเคยคิดสั้น เมียหลงกลโดนสำนักปฏิบัติธรรม หลอกเงินเป็นล้านๆ

Publish 2019-02-05 18:16:22


กลายเป็นที่สนใจแก่โลกออนไลน์เป็นอย่างมาก เมื่อรายการ โหนกระแส ได้นำของผู้ชายคนหนึ่งที่ร้องเรียนเรื่องภรรยากับแม่ยาย เข้าไปอยู่ที่สำนักปฎิบัติธรรม แห่งหนึ่งใน จ.พัทลุง แต่กลับถูกหลอกลวงจนหมดเนื้อหมดตัว สูญเงินไปนับล้านบาท ทั้งบ้านที่เป็นร้านอาหาร และที่ดินกว่า 11.5 ไร่ แถมครอบครัวยังแตกแยก สุดจะทนถึงขั้นคิดจะฆ่าตัวตาย ล่าสุดรายการ โหนกระแส ที่ดำเนินรายการโดย หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย และได้เชิญ เจ (สามี ที่คิดฆ่าตัวตาย) และ กวาง รษิกา (อดีตลูกศิษย์สำนักปฎิบัติธรรม) มาเปิดใจถึงเรื่องนี้




ด้านสามีกล่าวเริ่มว่า "ภรรยากับแม่ยายเข้าไปในสถานปฎิบัติธรรม โดยการชักนำของลูกศิษย์คนหนึ่ง ที่ทำงานขายประกันชีวิต โดยบอกว่าพ่อขอภรรยาที่ตายมาหาเขา แล้วบอกว่าให้ภรรยากับแม่ยายไปหาเจ้าสำนัก พอไปเจ้าสำนักก็ให้ไปทำบุญให้พ่อ ซึ่งเขาบอกว่าเขาสามารถติดต่อกับวิญญาณ”

 

 

นอกจากนี้นายเจยังได้อธิบายลักษณะของเจ้าสำนักดังกล่าวอีกว่า “เป็นผู้หญิงใส่ชุดขาว ไม่ได้เป็นร่างทรง ไม่โกนหัว นุ่งขาวห่มขาว สุดท้ายภรรยาผมก็ไปกับแม่ยาย ซึ่งเขาบอกให้ไปทำบุญให้พ่อ โดยการถวายเงินสร้างกุฎิ ประมาณ 2 แสนบาท นี่ครั้งแรก พอเขากลับมาก็ให้ผมไปถอนเงินมา แต่เขาไม่บอกว่าเอาไปให้สถานปฎิบัติธรรม เขาบอกเอาไปให้แม่ ผมก็ไปถอนไปให้หมด พอรู้ว่าเขาเอาเงินไปให้เจ้าสำนักสร้างกุฎิ ซึ่งใครที่เข้าไปที่นั้นเขาก็บอกให้สร้างกุฎิทั้งหมด ซึ่งก็เป็นหลังนี้ แต่มีหลายคนที่ไม่ให้ก็มี”

 


ด้านภรรยาได้กล่าวเสิรมว่า "เคยอยู่ที่นั่น ซึ่งเมื่อปี 2555 ก็ขึ้นไปเอง ตอนนั้นไม่รู้จะไปไหน รู้สึกเบื่อๆ ก็ไปหาสถานที่ปฎิบัติธรรม อยู่ที่จังหวัดพัทลุง พอขึ้นไปครั้งแรกก็ไปเรื่อยๆ ลูกศิษย์เข้าพยายามพูดให้เรากินของจากสำนักปฎิบัติธรรม เขาบอกว่าไม่กินจะไม่เป็นมงคล เราขึ้นไปปลายปี 55 ลงมาปลายปี 56 ก็ยังไปคุยกับภรรยาของน้องเขาเลยว่าอย่าขึ้นไปนะ มันไม่โอเค ซึ่งตอนนั้นเขายังไม่ได้ขึ้นไป”

 


จากนั้นฝ่ายสามีได้เล่าต่ออีกว่า "หลังจากให้เงินไป 2 แสนแล้ว เขาก็ไปอีก พอกับมาเขาก็บอกว่าปฎิบัติกิจกรรมกับเขามั้ย เราก็บอกว่าอย่าไปเชื่อสถานปฎิบัติธรรมนะ เพราะเรารู้มาแล้วว่าเขาทำให้ครอบครัวแตกแยก ซึ่งคืนนั้นทั้งคืนเขาก็นอนร้องไห้ เพราะที่สำนักเขาบอกว่าสามีนอกใจ อีกวันเขาก็ไปอีก พอกลับมา เขาก็บอกว่าผมไม่ต้องอยู่ที่นี่แล้วนะ ซึ่งที่บ้านเปิดร้านอาหารอยู่ด้วย เขาก็บอกว่าเขายกให้แม่แล้ว 

 


ส่วนเขาจะไปปฎิบัติธรรม ไล่เราเลย นอกจากผมแล้วเขาก็ไล่พนักงานที่ร้านด้วย แล้วเขาไปอยู่ที่สถานปฎิบัติธรรมเลย ซึ่งผมก็ไปอยู่ข้างนอก ถัดมาอีก 2-3 วันเขาก็โทรมาหาผมอีกครั้ง เขาบอกว่าอยากอยู่เป็นครอบครัวอีกมั้ย ถ้าอยากอยู่ ให้ผมไปที่อาจารย์แม่ ซึ่งผมไป แต่ก่อนที่จะไปผมไปหาเจ้าคณะอำเภอ ท่านก็บอกว่าพวกนี้เป็นพวกต้มตุ๋น ไปได้ แต่อยากไปกินของที่เขาให้ ซึ่งพอผมไปเจ้าสำนักก็รอผมอยู่แล้ว เขาก็ดูดวงให้ผมเลย เขาบอกว่าเจกับภรรยาไม่ได้เป็นเนื้อคู่กัน แต่มีทางแก้ คือผมต้องมาปฎิบัติธรรมและเป็นลูกศิษย์ที่นี้ โดยการถือศีลและปิดวาจา 7 วัน ผมก็ด่าเลยว่าพวกคุณเป็น 18 มงกุฎ คุณหลอกคนมาเยอะแล้ว หลังจากนั้นภรรยาก้โกรธผมมาก บอกว่าว่าถ้าลบหลู่อาจารย์ต้องอายุสั้น”



นายเจได้เล่าต่อเนื่องไปว่า “พอผมกลับมาญาติพี่น้องก็โทรศัพท์มาให้ผมไปหา พอผมลงนั่ง เขาก็เอาผ้าขาวมาปูที่หน้าขา แล้วก็กราบ 1 ครั้งก่อนจะบอกว่าไม่ขอทำหน้าที่ภรรยาแล้ว ขอเลิกตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป ซึ่งเรามีลูกด้วยกัน 2 คน และที่บอกว่าแม่ยายมอบมรดกให้พี่สาวไป แต่แม่ชีบอกไปเอาคืนมา นั่นก็คือพี่สาวของแม่ยายทำงานอยู่ที่อำเภอ แม่ยายมากับพวกแม่ชี ก็เข้ามาขอ ก่อนหน้านั้นก็มาขอที่ดินที่บ้านภรรยาไปแล้ว ขอมาเป็นของแม่ พอมาเป็นของแม่ปุ๊บ

 

 

ทางสำนักก็เปลี่ยนชื่อร้านแล้วมาบริหารเอง จากเดิมเป็นปลาเผาตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็นร้านมังสวิรัติเรือนทิพย์และอาหารเจ แต่ไม่มีลูกค้า เพราะไม่มีใครกิน นอกจากนั้นก็มีเรื่องที่ดิน 11 ไร่ครึ่ง ซื้อมาเกือบล้าน ผมไปตัดปาล์มเพื่อเอาเงินมาให้ลูกจ่ายค่าโรงเรียน แต่เขาไม่เปิดทางไม่ให้เข้า เพราะภรรยายกให้สำนักนั้นไปแล้ว ผมสืบทราบมาว่ายกให้เปล่าๆ แต่ลงเป็นการซื้อขายเรียบร้อย

 

 

เมื่อหนุ่ม กรรชัย ถามว่าตอนนี้ภรรยาอยู่ไหนนายเจจึงตอบทันควันว่า “อยู่ที่สำนักครับ ไปกินนอนอยู่ที่นั้นเลย ส่วนเรื่องมรดกที่ยกให้พี่สาวไปก็ไปบีบคั้นเขาทุกวัน ตอนแรกๆ ญาติพี่น้องก็ไม่ยอม แต่เขามาทุกวัน สุดท้ายแม่สาวของพี่ยายก็โอนให้เลย เพราะรำคาญ ไปโอนกันที่ ที่ดินเลย 

 


พอเขาได้ที่ดินไป เขาก็มาขนของออกทั้งหมด แล้วปักป้ายขายเลย เขียนป้ายว่าขายด่วนเจ้าของออกบวช แต่ไม่มีกล้าซื้อ มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะเล่า เขาไปบอกญาติพี่น้องว่า เขาติดต่อวิญญาณพ่อตาได้ แล้วเขาถามว่าตายยังไง ภรรยาบอกว่าเจ้าสำนักบอกว่าเขาติดต่อภรรยาได้ และบอกว่าผมกับแม่ผมเป็นคนวางยาพ่อตา หรือว่าทำคุณไสยใส่ จนภรรยาเกลียดผมเลย ผมกล้าสาบานเลย เจอกันไม่มองหน้าเลย”

 

 

หนุ่ม กรรชัยได้ถามถึงว่านายเจถึงขั้นคิดสั้นเลยจริงมั้ย นายเจตอบว่า “จริงครับ ช่วงนั้นเครียดมากตอนที่เขาไล่ออกมา ผมนอนร้องไห้ทุกคน ซึ่งลูกก็อยู่กับแม่ยาย เพราะตอนนั้นเขายังไม่ได้อยู่ที่สำนัก พอผมไปรับลูกไปเที่ยว แม่ยายก็ขนหนังสือ เสื้อผ้าลูกมาโยนไว้ที่บ้านผมเลย”

 

 

จากนั้น หนุ่ม กรรชัย ก็หันไปถามฝั่งภรรยาบ้างว่า พี่เขาไปเห็นตรงนั้นแล้วถอนตัวมาใช่มั้ย ทำไมถึงถอนตัว ภรรยานายเจจึงบอกว่า “คือเขาไม่ให้เรานับถือพระ พระที่ห้อยคอ พระพุทธรูปที่บ้านก็ไม่ให้มี ไม่ว่าจะพระอะไรก็ให้เอาออก เขาบอกพระที่สร้าง ปลุกเสกมาทั้งนั้น ซึ่งมีวิญญาณ ครอบครัวเราก็จะอยู่ไม่เป็นสุข ให้เราเอาไปให้เขาไปล้างอาถรรพ์ เราก็หลงเชื่อมาเอาของแฟนไป ซึ่งของแฟนเป็นพระเก่าเยอะมาก เราก็เอาไปให้ เสร็จแล้วแฟนก็มาถามว่าของเขาหายไปไหน เราก็ยอมรับว่าเอาไปให้สำนัก แฟนไม่ยอม ไปเอากลับมา เราก็ขึ้นไปขอ เขาก็ให้กลับมา แต่แฟนบอกว่าพระที่เป้นพระเก่าหายไปหมดเลย มีแต่พระรุ่นใหม่ พอแฟนบอกแบบนั้นเราห็คิดว่าไม่ใช่แล้วสิ”

 

 

เมื่อพิธีกรถามถึงจดหมายจากประกันชีวิตฉบับหนึ่งส่งมาหานายเจ เขาจึงตอบว่า “ใช่ครับ มีจดหมายการทำประกันชีวิตให้ผมโดยที่ผมไม่รู้ตัว ส่งมาที่บ้านแม่ยาย แต่พอดีคนส่งรู้จักกับผมก็เอามาให้ผม ผมทำประกันนานแล้วและยกเลิกไปแล้ว ถ้าเกิดผมตายภรรยาจะเป็นผู้รับเงิน ผมก็ไม่ทราบว่าใครทำ แต่คนที่ทำประกันให้คือคนที่ชวนภรรยาผมไปสำนักนี้  คือผมไปขอความเป็นธรรมมาเยอะมาก ทางตำรวจบอกว่าทำอะไรไม่ได้ เพราะเขาทำถูกต้องทุกอย่าง ผมไม่มีทนายที่จะดูแลเรื่องนี้

 

ถ้าถามว่ายังรักภรรยาอยู่มั้ย ผมพูดเลยว่ายังรักเพราะรู้ว่าเขาถูกครอบงำอะไรสักอย่าง ถ้าเขาดูอยู่ผมก็อยากให้เขาออกจากสำนักนี้ มันไม่เป็นความจริง มันหลอกลวง เพราะผู้เสียหายมีเยอะมาก” 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"นัทโอนไว" เเจ้งความจับ สาวหลอกเงินรอบ 2 หลังผิดสัญญา!

"นัท โอนไว" หนุ่มเมืองจันทน์เหยื่อสาวหลอกเงิน ชีวิตจริงเป็นคนดีกตัญญู เสียรู้คนเพราะเฝ้าหวังเจอรักแท้

สาวสวยโร่แจ้งความหลังถูกใช้รูปไปหลอกเงินหนุ่มโอนไวเหยื่อแอปหาคู่!

ขอบคุณรายการโหนกระแส




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์

;