สภาพอากาศ 8-14 ม.ค. ไทยตอนบนระวังฝนฟ้าคะนอง ลูกเห็บตก อุณภูมิลด 2-4 องศา เกษตรกรเตรียมป้องกันความเสียหายต่อผลผลิต

สภาพอากาศ 8-14 ม.ค. ไทยตอนบนระวังฝนฟ้าคะนอง ลูกเห็บตก อุณภูมิลด 2-4 องศา เกษตรกรเตรียมป้องกันความเสียหายต่อผลผลิต

Publish 2019-01-09 10:09:14


พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยภาคเหนือจะมีฝนฟ้าคะนองมากกว่าบริเวณอื่น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และลมกระโชกแรงไว้ด้วย สำหรับเกษตรกรควรเตรียมป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อผลผลิตทางการเกษตร ส่วนภาคใต้มีฝนน้อย 
 




ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา    บริเวณความกดอากาศสูงปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ทำให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและประเทศลาว ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อน ทำให้ภาคใต้มีฝนน้อย
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร สุโขทัย และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี และชัยภูมิ อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-17 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วนกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

 

 



พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 8 มกราคม 2562 - 14 มกราคม 2562 ในช่วงวันที่ 8-9 ม.ค. 62 บริเวณภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 10-11 ม.ค. 62 อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส โดยมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนในช่วงวันที่ 12-14 ม.ค. 62 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกยังคงมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 8-9 ม.ค. 62ข้อควรระวัง   ในช่วงวันที่ 8-14 ม.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย ในช่วงวันที่ 8-9 ม.ค. 62 ขอให้ประชาชน และเกษตรกร บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังผลกระทบจากฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงไว้ด้วย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 8-9 ม.ค. 62 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 10-11 ม.ค. 62 อุณหภูมิจะลดลง และมีอากาศเย็นถึงหนาว ในขณะที่ในช่วงวันที่ 12-14 ม.ค. 62 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนลงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศเย็น ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมภาคใต้ตลอดช่วง

ภาคเหนือ    ในช่วงวันที่ 8-9 ม.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนัก ในช่วงวันที่ 10-11 ม.ค. 62 อากาศเย็นถึงหนาว โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 12-14 ม.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ มีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 15-17 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้าตลอดช่วง และมีฝนเล็กน้อยในช่วงวันที่ 8-9 ม.ค. อุณหภูมิต่ำสุด 17-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้าตลอดช่วง และมีฝนเล็กน้อยในช่วงวันที่ 8-10 ม.ค. อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ในช่วงวันที่ 8-10 ม.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ตอนล่างในช่วงวันที่ 8-9 ม.ค. อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ตลอดช่วง อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีหมอกในตอนเช้าตลอดช่วง อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

 


สภาพอากาศไทย

 

ขอขอบคุณ  กรมอุตุนิยมวิทยา

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วรรณิดา อักษรเพ็ชร