กรมขนส่งเรียกปรับแท็กซี่ 2 พัน หลังทะเลาะคิมอูริพิธีกรเกาหลี เจ้าตัวโอดสื่อสารเข้าใจผิด

กรมขนส่งเรียกปรับแท็กซี่ 2 พัน หลังทะเลาะ"คิมอูริ"พิธีกรเกาหลี เจ้าตัวโอดสื่อสารเข้าใจผิด

Publish 2018-12-07 11:31:23


จากกรณีที่โลกโซเชียลได้แชร์คลิปของคิมอูริ พิธีกรชื่อดังชาวเกาหลีใต้ ซึ่งได้โพสต์ผ่านอินสตาแกรม หลังที่มาเที่ยวเมืองไทยและได้ใช้บริการแท็กซี่สีชมพู เลขทะเบียน ทห8397 แต่คนขับพยายามขับวนไปวนมาอยู่เกือบ 20 นาที แต่โดยปกตินั้นจะนั่งใช้เวลานั่งรถใช้เวลาแค่ประมาณ 10 นาทีเท่านั้น ทั้งนี้เมื่อถามคนขับว่าไปไหน กลับถูกโชเฟอร์ขอค่ารถเพิ่ม

 

อ่านข่าว : เเท็กซี่ไทย เอาไม้ไล่ฟาด พิธีกรชาวเกาหลี "คิมอูริ"

 

 แต่คิมอูริและเพื่อนที่เดินทางมาด้วยกันไม่ยอมให้ จึงถูกไล่ลงจากรถพร้อมกับเอาไม้ขู่ไล่ตีพวกเขาด้วยและเธอได้โพสต์รูปคนขับแท๊กซี่คันดังกล่าวลงอินสตราแกรมส่วนตัว เพื่อเตือนให้ชาวเกาหลีใต้ที่จะมาเที่ยวประเทศไทย จะได้ระมัดระวังตัวมากขึ้น แต่หลังจากลงไปได้ไม่นานคิมอูริ ก็ได้ลบคลิปดังกล่าวออกไปแล้ว อย่างไรก็ตามเรื่องราวดังกล่าวข้างต้นนี้ยังคงที่พูดถึงและเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากชาวเน็ตกันเป็นจำนวนมาก

 

(ไล่ผู้โดยสารลงจากรถ)



โดยก่อนหน้านี้ กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างติดตามตัว นายสุรชาติ อาจวงษา ผู้ขับรถแท็กซี่หมายเลขทะเบียน ทห 8397 กทม. ผู้ที่รับผู้โดยสารชาวเกาหลีมา แต่กลับขับรถวนเพื่อที่จะได้ค่าโดยสารเยอะๆและเก็บค่าโดยสารเพิ่ม ก่อนไล่ลงจากรถและหยิบไม้จะทำร้ายชี้แจงข้อเท็จจริง และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะปรับ 2,000 ตามกฎหมายเพราะคนขับแท๊กซี่ไม่ส่งผู้โดยสารปลายทางและแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพต่อนักท่องเที่ยว ซึ่งนายสุรชาติ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ทุกประเภทชนิดที่ 2 เลขที่ 535/55 จะเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันพรุ่งนี้เวลาประมาณ 09.00 น.



อ่านข่าว : กรมขนส่งฯ เรียกแท็กซี่หัวร้อนแจงข้อเท็จจริง หลังพา "คิมอูริ" พิธีกรเกาหลีขับรถวน เอาไม้ไล่ฟาด!

(ไล่ผู้โดยสารลงจากรถ)

(ไล่ผู้โดยสารลงจากรถ)

 



ล่าสุด นายสุรชาติ อาจวงษา ผู้ขับรถแท็กซี่หมายเลขทะเบียน ทห 8397 กทม. ซึ่งเป็นผู้ที่รับผู้โดยสารชาวเกาหลีมาแต่กลับขับรถวน เพื่อที่จะได้ค่าโดยสารเยอะๆและเก็บค่าโดยสารเพิ่มก่อนไล่ผู้โดยสารลงจากรถและหยิบไม้จะทำร้าย ได้เดินทางเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กรมการขนส่งทางบก พหลโยธิน 

 

(เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว)

โดย สุรชาติ อาจวงษา ได้เปิดเผยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 15.00 – 16.00 น. ตนได้รับผู้โดยสาร 4 คนจากห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ตนได้เข้าคิวรับผู้โดยสารอยู่หน้าห้างฯ ซึ่งตอนนั้นรปภ.ที่ดูแลคิวรถ ได้บอกว่าผู้โดยสารจะไปสำเพ็ง เมื่อขับรถถึงถนนเยาวราช ผู้โดยสารคนหนึ่งสะกิดเรียกตนทำท่าทางเหมือนจะบอกว่าไม่ใช่เส้นทางนี้และได้ยื่นมือถือที่เปิดแผนที่ให้ตน และมีผู้โดยสายคนหนึ่งพูดว่าสาทร ตนจึงได้สื่อสารด้วยภาษามือ ประมาณว่าไม่ได้ไปสาทร ไม่ใช่ตามที่ได้บอกไว้ แล้วบอกให้ผู้โดยสารไปขึ้นรถคันอื่น เนื่องจากใกล้เวลานำรถไปส่งอู่แล้ว

 

(เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว)

 

จากนั้นผู้โดยสารยอมลงจากรถแต่ไม่ยอมปิดประตู ด้วยความโมโหจึงหยิบแท่งแกนผ้าออกมาขู่ แต่ผู้โดยสารก็ไม่ยอมปิดประตูอีก ตนจึงต้องลงไปปิดเองแล้วก็แยกย้ายกันโดยที่ตนไม่ได้เก็บค่าโดยสาร และไม่ได้มีการทำร้ายร่างกายแต่เพราะเป็นการสื่อสารที่ไม่รู้เรื่อง ทั้งนี้ต้องขอโทษพี่น้องแท็กซี่ ด้วยที่การกระทำดังกล่าวอาจจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแท็กซี่

 

ทั้งนี้ด้าน นายกิจจา สมสุข ผู้รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองตรวจการ ได้เปิดเผยว่า "หลังจากที่โซลเชียลได้มีการเผยแพร่คลิปดังกล่าว ทางกรมขนส่งทางบกก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งติดตามผู้ขับรถแท็กซี่โดยสารรายดังกล่าวเข้ามาชี้แจงโดยเร็ว ซึ่งผู้ก่อเหตุก็ยอมรับว่าได้ทำแบบนั้นจริงๆ"

 

(เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว)

 

โดยทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีการแจ้ง2ข้อหา คือมีความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ฐานไม่ส่งผู้โดยสารตามสถานที่ที่ตกลงกันตามมาตรา 57 ประกอบมาตรา 66/2 มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท และฐานแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ ตามมาตรา 57ฉ ประกอบมาตรา 66/2 มีโทษปรับไม่เกิน 1,000บาท และมีการอบรมแท็กซี่คนดังกล่าวเป็นเวลา3ชม. แต่อย่างไรก็ตามอยากจะฝากผู้ที่ให้บริการขับรถแท็กซี่นั้นให้บริการนักท่องเที่ยวเหมือนพี่น้อง เหมือนเพื่อนของเรา บริการให้ทุกคนมีรอยยิ้ม เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศเรา"


(เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว)

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม