รู้แบบนี้ทำนานแล้ว!! สุดทึ่ง "ผื่นคัน" รักษาได้ด้วยของใกล้ตัว ที่หลายคนมองข้าม! ด้วยวิธีง่ายๆ ผลลัพธ์ที่ได้ถึงกับอึ้ง!! (รายละเอียด)

รู้แบบนี้ทำนานแล้ว!! สุดทึ่ง "ผื่นคัน" รักษาได้ด้วยของใกล้ตัว ที่หลายคนมองข้าม! ด้วยวิธีง่ายๆ ผลลัพธ์ที่ได้ถึงกับอึ้ง!! (รายละเอียด)

Publish 2018-06-10 15:02:14


สังเกตว่าใครหลายคน มีอาการผื่นคัน ผิวหนังแสบ คัน ต่มแดงกันมาก ซึ่งอาจเกิตจากการแพ้ยา หรือบางทีโดนสารเคมีและอีกสาเหตุหนึ่งก็คือ ภาวะผิวหนังเครียด แต่เพื่อนๆรู้หรือไม่ว่า 10 อย่างของใกล้ตัวที่อยู่ในบ้านของเรานั้นสามารถ ช่วยบรรเทาผื่นคัน ผิวหนังแสบได้ จะมีอะไรบ้างที่เราสามารถเอามาใช้ได้ไปดูกันเลย

 

 



อาการของผื่น

– อาการผื่นส่วนใหญ่ไม่รุนแรงมากนัก โดยอาจมีอาการผิดปกติบริเวณผิวหนังส่วนต่าง ๆ ที่เห็นได้ชัด คือ

– ผิวหนังบวมแดง มีลักษณะเป็นปื้น

– มีอาการระคายเคือง คัน เจ็บ หรือปวดแสบปวดร้อน

– มีตุ่มน้ำใส ๆ เกิดขึ้น

– ผิวลอก

– เป็นแผลพุพอง

 

 

10 ของใกล้ตัวในบ้าน ช่วยคุณได้!

1. เปลือกกล้วย

รู้ไหมว่า กล้วยถือผลไม้ที่มีความเย็น ใช้บรรเทาผดผื่นคันหรืออาการแสบร้อนจากการแพ้ได้ รู้แบบนี้แล้วเมื่อเกิดผื่นคันจากอาการแพ้ คุณก็สามารถนำเปลือกกล้วยด้านในมาประคบบริเวณที่เกิดอาการได้เลย แต่ถ้าไม่มีเปลือกกล้วย จะใช้เปลือกแตงโมแทนก็ได้ วิธีนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีบรรเทาอาการคันที่ใช้กันมานมนานอีกด้วยนะ

 

 

2. แตงกวา

เมื่อเกิดผื่นคันจากอาการแพ้ แนะนำให้ใช้แตงกวามาสไลด์เป็นแผ่นบาง ๆ แล้วนำมาแปะผิวบริเวณที่เกิดอาการคัน เพื่อบรรเทาความแสบร้อนและลดผื่นคันได้ เพราะแตงกวามีคุณสมบัติของความเย็น จึงสามารถสยบอาการลุกลามที่อาจเกิดขึ้นบนผิวหนังของเราได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถปั่นแตงกวาให้พอละเอียด แล้วนำมาทาบนผิวหนังที่เป็นผื่นแดงแสบร้อนได้เช่นกัน

 

 

3. น้ำส้มสายชูสกัดจากแอปเปิล

บางคนอาจจะเรียกว่า แอปเปิลไซเดอร์ มักจะใช้ประกอบอาหารกันอย่างแพร่หลาย  เคยรู้หรือไม่ว่า แอปเปิลไซเดอร์ก็มีตัวยาที่สามารถถอนพิษ และบรรเทาอาการแพ้บนผิวหนังได้ดีอย่างเหลือเชื่อ เพียงแค่นำกระดาษชุบแอปเปิลไซเดอร์ให้ชุ่ม แล้วนำมาประคบบนผิวบริเวณที่โดนพิษ ทิ้งไว้สักพักเพื่อให้แอปเปิลไซเดอร์ดูดเอาสารพิษออกจากผิวหนังให้หมด เท่านี้ก็สามารถบรรเทาอาการแสบร้อน และลดผื่นคันบนผิวหนังได้แล้ว

 

 

4. เบกกิ้งโซดา

หากเกิดอาการแพ้จากสารเคมีแบบเฉียบพลัน จนผิวมีผื่นแดงเป็นปื้น เราสามารถใช้เบกกิ้งโซดาถอนพิษ และบรรเทาอาการได้ ด้วยการผสมเบกกิ้งโซดา 3 ช้อนชา กับน้ำสะอาด 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน และนำมาทาผิวบริเวณที่โดนพิษ รอจนเบกกิ้งโซดาแห้ง และหลุดลอกออกเองแล้วค่อยล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าอีกครั้ง

 

 

แต่ถ้าบริเวณที่โดนพิษมีขนาดกว้างมาก แนะนำให้ผสมเบกกิ้งโซดาปริมาณ 1 ถ้วยตวง ลงในน้ำเย็น คนให้เข้ากัน แล้วนำส่วนของร่างกายที่โดนพิษไปจุ่มไว้สักพัก พอให้อาการแสบร้อนทุเลาลง หรือถ้าเป็นแผล ก็ผสมเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนชา กับน้ำสะอาด 1 ลิตร คนให้เข้ากัน แล้วนำผ้าก๊อซฆ่าเชื้อมาจุ่มน้ำที่ผสมเบกกิ้งโซดาให้ชุ่ม จากนั้นนำไปแปะแผลเพื่อถอนพิษ และบรรเทาอาการผื่นคันแสบร้อน เจ้าเบกกิ้งโซดานี้ แนะนำให้หามาติดบ้านไว้เลย เพราะว่าประโยชน์ของเขามีมากจริงๆ ไม่ใช่แค่บรรเทาอาการผื่นคัน

 



5. ข้าวโอ๊ต

ธัญพืชที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ไม่เพียงนั้นข้าวโอ๊ตยังบรรเทาอาการผื่นคันได้อีกด้วย ไม่ว่าจากการโดนแมลงสัตว์กัดต่อย หรือแพ้สารเคมีอะไรก็ตาม เพียงแค่นำข้าวโอ๊ต 1 ถ้วยตวง ไปบดจนละเอียดเป็นผง เสร็จแล้วนำมาเทใส่ผ้าขาวบาง หรือถุงน่องที่ยังไม่ใช้ก็ได้ มัดปากให้เรียบร้อยแน่นหนา แล้วนำไปแขวนไว้ที่ใต้ก๊อกน้ำในอ่างอาบน้ำ จากนั้นก็เปิดน้ำอุ่น ให้น้ำไหลผ่านถุงข้าวโอ๊ตบดที่เรานำไปแขวนไว้ พอน้ำเต็มอ่างคุณก็สามารถแช่ตัวได้ตามสบาย แนะนำให้แช่อย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้สารอาหารจากข้าวโอ๊ตรักษาอาการคันตามผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

6. ว่านหางจระเข้

เนื้อวุ้นใสๆในว่านหางจระเข้จะมีความเย็น บรรเทาอาการแสบร้อน รอยไหม้บนผิวหนังได้อย่างดี ดังนั้นหากคุณมีผิวไหม้จากแสงแดด หรือจากอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถนำวุ้นของว่านหางจระเข้ มาบดให้เป็นเจล แล้วนำมาทาผิวบริเวณที่แสบร้อน เพื่อบรรเทาอาการ นอกจากนี้ว่านหางจระเข้ยังสามารถรักษาอาการคันจากผื่นแพ้ได้ด้วย

 

 

7. รับบิ้งแอลกอฮอล์

เมื่อผิวหนังสัมผัสกับสารพิษ พิษก็อาจจะลุกลาม ทำให้เกิดผื่นแดงบริเวณกว้างได้ ดังนั้นเราจึงควรใช้รับบิ้งแอลกอฮอล์ยับยั้งการลุกลามของพิษและผื่นคันทันทีที่ผิวหนังโดนสารพิษ ด้วยการใช้สำลีชุบรับบิ้งแอลกอฮอล์ให้ชุ่ม และนำมาเช็ดทำความสะอาดแผล หรือผิวบริเวณที่โดนพิษ จะเช็ดให้ทั่วผิวหนังเพื่อป้องกันการลุมลามของพิษด้วยก็ดี

 

 

8. น้ำมะนาว

คุณสมบัติพิเศษของน้ำมะนาวก็คือ สามารถกำจัดความมันส่วนเกินออกจากผิวหนังของเราได้ ดังนั้นถ้าหากคุณสัมผัสกับยางของต้นไม้ จนเกิดผื่นแดงและอาการคัน ก็สามารถใช้น้ำมะนาวทาผิวหนังบริเวณที่สัมผัสกับยางต้นไม้ได้เลยทันที เพื่อให้น้ำมะนาวกำจัดยางต้นไม้บนผิวหนังของคุณออกก่อนที่มันจะซึมซาบลงบนผิว และกัดผิวคุณจนเกิดผื่นแดงได้ในที่สุด

 

 

9. น้ำเปล่า

ทันที่โดนพิษจากสารเคมี หรืออะไรก็ตามที่สามารถทำร้ายผิวของเราให้ระคายเคืองได้ สิ่งแรกที่คุณควรทำก็คือล้างพิษออกด้วยการเปิดให้น้ำไหลผ่าน และถ้ามีสบู่อยู่ใกล้ ๆ ก็ทำความสะอาดผิวบริเวณนั้นด้วยสบู่อีกครั้ง เพื่อกำจัดสารพิษ และลดโอกาสที่พิษจะลุกลาม ทำร้ายผิวให้เกิดแผลหรือผื่นคันต่อไป แต่ห้ามใช้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเด็ดขาด เพราะน้ำร้อนจะเปิดรูขุมขน ให้พิษซาบซึมลงสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

 

 

10. เจลเย็น

ผื่นคันจะทำให้ผิวหนังของเรามีความร้อน ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เราเกาจนเกิดแผลถลอก ก็ควรนำเจลเย็นมาประคบผิวบริเวณที่คันทันที จะเลือกใช้วิซ ฮาเซลท์ (Witch hazel) ทาลงบนผิวที่คันโดยตรง หรือจะใช้สำลีก้อนจุ่มในน้ำชา แล้วนำไปประคบผิวบริเวณที่คัน รอจนสำลีแห้ง จากนั้นก็นำสำลีออกก็ได้ สะดวกวิธีไหนก็เลือกได้ตามสบาย แต่ถ้าอาการยังไม่ทุเลาก็ทำซ้ำอีกครั้งจนดีขึ้น

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูล : Naykhaotom




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อำมฤทธิ์ สุระสังข์