R.I.P. ล่วงหน้าเลยครับ !!? ดอกนี้สะเทือน "ทนายตั้ม"  ตอกกลับโดนฟ้อง "ร่วมกันฟ้องเท็จ"...ซัด ไร้สาระ! ไม่กล้าแม้แต่ใส่ชื่อตัวเอง!

R.I.P. ล่วงหน้าเลยครับ !!? ดอกนี้สะเทือน "ทนายตั้ม" ตอกกลับโดนฟ้อง "ร่วมกันฟ้องเท็จ"...ซัด ไร้สาระ! ไม่กล้าแม้แต่ใส่ชื่อตัวเอง!

Publish 2018-05-01 14:36:23

วันที่ 1 พ.ค. 2561 นายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้โพสต์ผ่านทางเฟซบุ๊กอีกครั้งหลังแจ้งข่าวผลสรุปการนัดสืบพยานนัดแรกระหว่างครูปรีชาและร.ต.ท.จรูญ โดยในช่วงเช้าทนายตั้มแจ้งว่า

ศาลจังหวัดกาญจนบุรีเห็นพ้องด้วยกับที่ตนได้ยื่นคำร้องขอให้จำหน่ายคดีชั่วคราว เพื่อให้รอผลในคดีอาญาก่อน โดยศาลเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา จึงนัดพร้อมอีกครั้งวันที่ 12 กันยายน 2561 เวลา 09.00 น.




ต่อมาทนายตั้มโพสต์ข้อความถึงกรณีที่ตนถูกฟ้องร้องเพิ่มในคดี "ร่วมกันฟ้องเท็จ" โดยทนายตั้มกล่าวไว้ดังนี้

วันนี้ผมและคุณลุง ถูกฟ้องอีกหนึ่งคดีในข้อหา “ร่วมกันฟ้องเท็จ” จากการที่ผมปฎิบัติหน้าที่ทนาย เสียดายที่ทนายคนเก่งที่ออกมาท้าปาวๆ ไม่กล้าแม้แต่จะลงชื่อผู้เรียง หรือแต่งตั้งตัวเองเป็นทนาย กลับเอาชื่อน้องทนายมาทำแทน คงจะกลัวดาบคืนสนอง แต่ผมไม่คิดที่จะทำอะไรไร้สาระแบบนี้แน่นอน ผมจะไม่ใช้อารมณ์ฟ้องกลับแก้เก้อเหมือนที่บางคนชอบทำ เพราะนิสัยของผมไม่ใช่ทนายที่ชอบค้าความ เพื่อประโยชน์ของตัวเอง

ผมจะอดทนแล้วค่อยๆสู้ให้ครอบครัวคุณลุงชนะทุกคดี ถึงเวลาค่อยไล่เช็คบิล แต่บาปเคราะห์ที่เค้าทำคงจะตกแก่ตัวความเค้าเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อถึงเวลานั้นคงจะคิดได้ว่าการเลือกทนายที่ดีเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินคดี หากเจอทนายที่ไร้ความสามารถ ไม่มีคุณธรรมมันจะทำให้สถานะการณ์ที่แย่อยู่แล้วยิ่งแย่ไปอีก

#Ripล่วงหน้าเลยครับ


โดยก่อนหน้านี้เองได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Subpatpoj Patr Nitisasathorn‎ ซึ่งก็คือ นายศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร อดีตฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำในคดีรถหรู ก็ได้โพสต์ข้อความไปยังกลุ่ม มิติใหม่ โดยมีการวิเคราะห์ถึงคดีหวย30ล้านที่กำลังจะเข้าสู่การพิพากษาคดีส่วนแพ่ง และกล่าวถึงทนายครูปรีชาว่าดูมีความมั่นใจว่าจะชนะซึ่งก็ไม่รู้ว่าไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ทั้งเรื่องของพยานที่ไปหามา ก็พูดว่าพยานนะไม่ใช่เห็ดที่จะไปขุดหามาง่ายๆ และขอฝากไว้ว่าคงรู้ดีถึงความผิดหากเป็นการเบิกความเท็จก็จะมีโทษทางกฎหมาย ถ้ารู้แล้วก็ไปเสี่ยงภัยเอาเอง ตนไม่ได้ประเมินพยานของฝ่ายครูต่ำนะแต่หลังจากพิจารณาดูทุกซอกทุกมุม ก็ยังไม่เห็นว่าฝั่งครูปรีชาจะชนะคดีได้

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา..........
มาตรา 46 ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา
มาตรา 28 บุคคลเหล่านี้มีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาล (1) พนักงานอัยการ (2) ผู้เสียหาย

………เริ่มเห็นอะไรบ้างหรือยังครับ.....

...........ยกหลักกฎหมายและลำดับเหตุการณ์ให้ฟัง...(สำนวนจะโอนไปไหนต่อไหนอย่าไปสนใจ)

..........ต่อจากนี้ไปจะมีการสืบพยานในคดีแพ่งที่ครูปรีชายื่นฟ้องหมวดจรูญ ติดตามเงินที่ถูกรางวัล และไต่สวนมูลฟ้องคดีที่ครูปรีชาฟ้องคดีเองว่าหมวดจรูญยักยอกทรัพย์สินหาย หรือรับของโจร............

.......ขอนำเรียนว่า.... “ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา” แปลว่าคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา(เช่นคดีนี้) คดีแพ่งกับคดีอาญามีประเด็นเดียวกันว่าครูทำหวยตกและหมวดจรูญเก็บได้หรือไม่.....

...... กรณีอย่างนี้ ศาลในคดีแพ่งจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคดีอาญา แปลว่าในคดีแพ่งถึงแม้จะนัดสืบพยานก่อน โดยหลักศาลจะต้องจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว รอฟังคดีอาญา (ที่ครูฟ้องเอง)ว่า ศาลในคดีอาญาจะชี้ว่า ครูทำหวยตกและหมวดจรูญเก็บได้จริงหรือไม่................

........ ฟังทนายครูออกรายการพูดอย่างมั่นอกมั่นใจว่า “ทนายครูที่ทำคดีแพ่ง อย่าแถลงศาลให้จำหน่ายคดีชั่วคราว รอฟังข้อเท็จจริงในคดีอาญานะครับ สืบพยานไปเลย...ว่างั้น...........

........ท่านทนายคงจะลืมไปว่า....การจำหน่ายคดีชั่วคราวในคดีแพ่งเพื่อรอฟังข้อเท็จจริงในคดีอาญานั้น กฎหมายบัญญัติไว้ชัดเจน ศาลมีอำนาจจำหน่ายคดีชั่วคราวเองได้....ไม่ต้องให้คู่ความแถลง.....ท่านน่าจะปล่อยไก่ไปแล้วหนึ่งฝูง........ฮา

.....ถ้าศาลในคดีอาญาพิพากษายกฟ้องเพราะคดีไม่มีมูล ไม่ประทับฟ้องไว้พิจารณา.........คดีส่วนแพ่งก็จำต้องถือตาม หมายฟามว่าคดีแพ่งศาลจะต้องยกฟ้อง.....ไม่ต้องสืบพยาน.........แต่ถ้าคดีอาญาศาลสั่งว่าคดีมีมูล ศาลก็จะประทับฟ้องไว้พิจารณา นัดสืบพยานกันต่อไป (คดีแพ่งรอฟังต่อ)

...........ไม่ได้ก้าวล่วงอำนาจการพิจารณาคดีของศาลส่วนอาญานะฮะ.....เท่าที่พิจารณาดูทุกซอกทุกมุมแล้ว ความเห็นผม ยังหาไม่เจอว่าครูจะชนะคดีได้ตรงไหน.......ศาลส่วนอาญาน่าจะพิพากษาว่าคดีไม่มีมูล...ยกฟ้อง ซึ่งคดีแพ่งต้องถือตามโดยการยกฟ้อง.....ไม่ต้องสืบพยาน...............

.......ถามว่า เมื่อเป็นอย่างนี้...ทำไมท่านทนายครูจึงฟ้องคดีอาญาเอง.....เข้าใจว่าท่านคงมั่นใจว่า...สามารถเอาชนะในคดีอาญาได้......ไม่รู้ท่านไปเอาความมั่นใจนี้มาจากไหน..........

.......มีบางคำบางประโยคที่ฟังท่านทนายแล้วไม่ค่อยสบายใจคือ.........

......พยานทนายหามาเอง....พยานไม่ใช่เห็ดนะครับ ที่จะเปิดหาได้ตามป่า สุมทุมพุ่มไม้...หรืองอกได้เหมือนถั่วเขียว

......นายแผนไม่ได้อยู่ในแผน.....นายแผนช้ำแล้ว....การสืบพยานบุคคลคือการนำพยานเข้าเบิกความเพื่อให้เล่าข้อเท็จจริงตามที่ไปรู้ไปเห็นมาให้ศาลทราบ....มันมีช้ำ ไม่ช้ำด้วยเหรอครับ....แล้วไม่อยู่ในแผน...แผนอะไรเหรอฮะ.....

........ไม่ได้ประเมินพยานของท่านต่ำนะครับ...แต่อยากให้ท่านเตือนพยานด้วยว่า...การเบิกความเท็จมีโทษตามกฎหมาย...เมื่อพยานทราบแล้ว...ที่เหลือก็เป็นการเสี่ยงภัยเอง..........

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณ 
ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ

Subpatpoj Patr Nitisasathorn



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล