ความยุติธรรม...ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ !!! "อำแดงเหมือน" สตรีคนแรก...ที่ชนะคดี "ผู้มีอำนาจ" ในสังคม !!!

ความยุติธรรม...ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ !!! "อำแดงเหมือน" สตรีคนแรก...ที่ชนะคดี "ผู้มีอำนาจ" ในสังคม !!!

Publish 2018-04-11 15:33:50

นางเหมือน หรือ อำแดงเหมือน เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ที่ว่ากันตามหลักฐานที่มีบันทึกในพระราชพงศาวดารแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว ถือว่าเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้ลุกขึ้นสู้เพื่อทวงสิทธิสตรีของตน



ตามประวัติศาสตร์มีการบันทึกว่าเป็นเรื่องจริง เกิดขึ้นในสมัยพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔  อำแดงเหมือน เกิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๘๗ ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ที่ บางม่วง เมืองนนทบุรี เป็นบุตรีของนายเกตกับอำแดงนุ่ม ในขณะอายุได้ ๒๑ ปี จึงเกิดชอบพอรักใคร่ กับนายริด โดยที่บิดามารดา ของอำแดงเหมือนไม่ทราบ ต่อมาบิดามารดา ของอำแดงเหมือน จัดการบังคับแต่งกับนายภู 

แต่เธอไม่สมัครใจที่จะอยู่กินฉันสามีภริยากับนายภู บิดามารดาของอำแดงเหมือนจึงทุบตีและบีบบังคับให้แต่งงานกับนายภู  และได้สมคบกับนายภูให้ฉุดคร่าอำแดงเหมือนไปไว้ในที่บ้านถึงสองครั้ง แต่อำแดงเหมือนก็ดิ้นรนและยืนกรานไม่ยอมเข้าไปในเรือนของนายภูและหลบหนีกลับมาบ้าน เมื่อมาถึงบ้านบิดามารดาก็ทุบตี และข่มขู่จะฆ่า

ในที่สุดอำแดงเหมือนจึงหลบหนีไปอยู่บ้านนายริด หลังจากนั้นบิดามารดาของอำแดงเหมือน บอกให้นายริดนำผู้ใหญ่ไปสู่ขอและขมาโทษที่บ้านกำนัน  เมื่อนายริดแลญาติผู้ใหญ่ไปถึง พบนายภู นายภูจัดการกักตัวญาติผู้ใหญ่ของนายริดไว้ที่บ้านกำนัน และอำแดงเหมือน , นายริดและบิดามารดาของนายริด ก็ถูกหมายเรียกตัว ไปยังศาลากลางเมืองนนทบุรีเพื่อดำเนินคดี  

ซึ่งอำแดงเหมือนให้การต่อพระนนทบุรีและกรมการว่าไม่ได้รักใคร่ยอมเป็นเมียนายภู กรมการจึงเปรียบเทียบว่าถ้านายภูสาบานตัวได้ว่าอำแดงเหมือนยินยอมเป็นเมียนายภู ก็ให้นายริดแพ้ความ  แต่นายภูไม่ยอมสาบานตัว กรมการจึงเปรียบเทียบว่าให้อำแดงเหมือนสาบานว่าไม่ได้ยอมเป็นเมียนายภูและให้คดีเลิกแล้วต่อกัน แต่นายภูก็ไม่ยอมให้อำแดงเหมือนสาบานอีก 

ต่อมานายภูได้มาฟ้องกล่าวหานายริด บิดามารดาของนายริด และญาติผู้ใหญ่ของนายริดอีก ๒ คน พระนนทบุรี และกรมการบังคับให้นายริดส่งตัวอำแดงเหมือนให้แก่ตุลาการ อำแดงเหมือนได้ให้การตามเดิมว่าไม่ได้เป็นภริยาของนายภู แต่เธอกลับถูกควบคุมตัวไว้ในห้องขัง ในระหว่างนั้นมารดาของเธอก็ได้ขู่เข็ญให้ยอมเป็นเมียนายภู และแกล้งใช้งานต่างๆ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนมาก 

ในที่สุด อำแดงเหมือน จึงได้หนีมาถวายหนังสือฎีกาแก่พระเจ้าอยู่หัว ยืนยันว่าไม่ได้เป็นภริยาของนายภู และสมัครใจที่จะอยู่กินกับนายริด พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ จึงมีพระบรมราชวินิจฉัยว่า  

"หญิงนั้นอายุก็มากถึง ๒๐ ปีเสศแล้ว ควรจะเลือกหาผัว ตามใจชอบของตนเองได้"  

แต่ให้นายริดจ่ายค่าเบี้ยละเมิด และค่าฤชาธรรมเนียม แก่บิดามารดาอำแดงเหมือนและนายภู ให้เลิกอายัดและยกฟ้องปล่อยตัวญาติผู้ใหญ่ ของนายริด และวินิจฉัยถึงสาเหตุ ที่บิดามารดา ของอำแดงเหมือน ยอมให้นายภูมาฉุดคร่าตัวอำแดงเหมือนไปถึงสองครั้งนั้นว่า อาจเนื่องมาจาก เหตุที่บิดามารดาได้ทำหนังสือขายอำแดงเหมือนให้แก่นายภูไปแล้วซึ่งหาเป็นเช่นนั้นได้ตัดสินว่า  

"บิดามารดา ไม่ได้เป็นเจ้าของผู้หญิง ดังหนึ่งคน เป็นเจ้าของโค กระบือ ช้าง ม้า ที่ตนจะตั้งราคาขายโดยชอบได้  เมื่อบิดามารดายากจนจะขายบุตรได้ก็ต่อบุตรยอมให้ขาย ถ้าไม่ยอมให้ขายก็ขายไม่ได้ ฤๅยอมให้ขายถ้าบุตรยอมรับหนี้ค่าตัวเพียงไร ขายได้เพียงเท่านั้น กฎหมายเก่าอย่างไร ผิดไปจากนี้อย่าเอา" 


หลังรัชกาลที่ ๔ ไต่สวนความจริงกับพระนนทบุรีจนแล้ว ได้ทรงมีพระบรมราชโองการประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๐๘ ว่าให้อำแดงเหมือนชนะฎีกา และแต่งงานกับนายริดได้ ถือว่าอำแดงเมือนเป็นสตรีไทยคนแรก ที่ออกมาเรียกร้องสิทธิ์ของตนเอง คดีนี้จึงโด่งดังมาก ผู้เขียนขอยกข้อความทั้งหมดจากคัดจากชุมนุมประกาศในรัชกาลที่ ๔ เพื่อใช้อ้างอิง และประกอบความรู้ในเรื่องนี้ด้วย

อ้างอิงข้อมูลจาก - topicstock.pantip.com , th.wikipedia.org


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ปิยะนัย เกตุทอง