กราบสาธุ!! ปริศนาธรรมอันลึกซึ้งของ "หลวงปู่สรวง" สู่ "หลวงพ่อทองพูน อาริโย" พระเกจิอาจารย์ชื่อดังสายกรรมฐาน !!

Publish 2017-08-25 14:51:02

               หนึ่งในพ่อแม่ครูอาจารย์ที่มีโอกาสได้สัมผัสพบเห็นหลวงปู่สรวงและมีประสบการณ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ก็คือ หลวงพ่อทองพูน วัดป่าโคกชาติ จ.ศรีสะเกษ จากการได้สัมภาษณ์ท่านเกี่ยวกับที่มาที่ไปจนได้ผูกพันกับหลวงปู่สรวงนั้น ท่านได้เมตตาเปิดเผยให้ฟังว่า ตัวของท่านนั้นเป็นคนพื้นเพเมืองสุรินทร์ มีพี่น้อง ๑๓ คน ตัวของท่านเป็นคนสุดท้อง เมื่อบวชอยู่ในบวรพระพุทธศาสนานั้น แต่เดิมท่านไปศึกษาเล่าเรียนด้านการปฏิบัติกรรมฐานกับหลวงปู่ดูลย์อตุโล และหลวงปู่ฝั้น อาจาโร ในขณะที่ท่านอยู่สุรินทร์นั้นหลายครั้งได้ยินเขาร่ำลือเกี่ยวกับหลวงปู่สรวงแต่ไม่มีโอกาสได้ไปกราบจนกระทั่งประมาณปี ๒๕๓๑-๒๕๓๒ พวกคณะญาติโยมได้พาหลวงพ่อทองพูนไปกราบหลวงปู่สรวง ที่อำเภอภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ขณะนั้นพบหลวงปู่สรวงอยู่ในเถียงนากลางทุ่ง



 

          เมื่อหลวงพ่อทองพูนเข้าไปกราบหลวงปู่ท่าน ท่านก็ชวนคุยธรรมะนิดๆ หน่อยๆ จากนั้นท่านก็ยื่นผ้าสบงให้ ซึ่งก็แปลความหมายได้ว่าท่านต้องการให้เราอยู่เป็นพระไปนานๆ เป็นพุทธบุตรอยู่ในบวรพระพุทธศาสนานี้ อย่าไปใช้เสื้อไปใช้กางเกง ให้บวชเป็นพระเรื่อยไป ถ้าเราไม่มองหลวงปู่สรวงในแง่ของอภินิหารเราจะได้ธรรมะจากท่านอย่างมากมาย ท่านจะสอนเราให้รู้จักละวาง ท่านจะสอนว่าสิ่งต่างๆ มันเป็นของว่างเปล่า ให้รู้ให้เตือนสติตัวเองว่าโลกเป็นของว่าง ให้อยู่กับพุทโธ พุทธะ เสมอ นี่คือสิ่งที่ท่านสอนแต่เราจะรู้หรือไม่เท่านั้น ขึ้นอยู่กับสติปัญญาของเรา
                

           หลวงพ่อทองพูน พำนักอยู่ที่วัดป่าโคกชาติ ครั้งหนึ่งประมาณ ปี ๒๕๔๑ ท่านได้เล่าให้ฟังว่า “ขณะที่ท่านเดินทางกลับจากธุระผ่านมาทางวัดบ้านขะยูงและได้ทราบว่าหลวงปู่สรวงท่านพักอยู่ที่วัดบ้านขะยูง จึงให้คนขับรถเข้าไปเพื่อไปกราบหลวงปู่สรวง พอเดินขึ้นเหยียบบนพื้นศาลา หลวงปู่สรวงซึ่งพักอยู่ด้านบน กำลังนอนอยู่ก็ลุกขึ้นในทันทีทันใดเหมือนว่าท่านจะลุกขึ้นมาเพื่อแสดงธรรมอะไรสักอย่างให้แก่หลวงพ่อทองพูน ซึ่งในวันนั้นภายในศาลามีคนอยู่เต็มศาลาจำนวนประมาณ ๑๐๐ กว่าคน เมื่อท่านลุกขึ้นแล้วได้บอกให้พระไปเอาบาตรมา พอหลวงพ่อทองพูนท่านเดินเข้าไปกราบอยู่ตรงหน้าพอดี เหมือนว่าหลวงปู่สรวงท่านเจตนาจะแสดงธรรมให้ท่านฟัง ให้ท่านดู
                

           พอดีพระเอาบาตรเข้ามาถวาย หลวงปู่สรวงได้แง้มฝาบาตรแล้วเอามือล้วงคนวนในบาตรเปล่า จากนั้นปิดฝาบาตรแล้วหยิบไฟฉายส่องไปทางพระประธานอยู่ด้านข้าง หลวงปู่ท่านทำอย่างนี้ถึงสามครั้ง หลวงพ่อทองพูนจึงได้พูดขึ้นว่า “เข้าใจแล้วครับผม” แล้วจึงกราบลาหลวงปู่สรวง หลวงปู่ท่านก็นอนลงต่อไปและไม่ได้พูดอะไรวันนั้น ซึ่งเป็นการแสดงธรรมที่ลึกซึ้งมากทีเดียวโดยที่ไม่ต้องพูดเลยแม้สักคำเดียว หากผู้ใดพิจารณาตามจักต้องได้ รู้แจ้ง เข้าใจ เข้าถึงธรรมโดยแท้


 

       หลวงพ่อทองพูนท่านได้ให้คำอธิบายสิ่งที่ท่านเข้าใจคือ "บาตรเปล่าๆที่หลวงปู่สรวงคนในบาตร คือสิ่งต่างๆล้วนแล้วแต่เป็นความว่างเปล่าไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"
"แสงสว่างของไฟฉายคือปัญญา ความรู้แจ้ง ในกฎไตรลักษณ์อนิจจัง ทุกขัง อนันตา" "การส่องไฟฉายไปตรงหน้าพระประธาน คือความรู้ตื่นเบิกบานอย่าง พุทธะ คือผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งอันประเสริฐที่สุด"

            ตามปกติแล้วหลวงปู่สรวงท่านมักจะสอนเป็นปริศนาธรรมอย่างนี้ประจำ แต่สำหรับผู้เข้าไปหากราบไหว้ขอพรหลวงปู่สรวงส่วนใหญ่มักไปจับดูกิริยาอาการการกระทำของหลวงปู่สรวงแล้วจึงพากันตีเป็นเลขเป็นหวย และส่วนใหญ่ก็จะได้โชคร่ำรวยไปตามๆ กันกิตติศัพท์หลวงปู่สรวงจึงถูกร่ำลือไปทั่วประเทศจนทุกวันนี้ แต่เมื่อใดก็ตามที่หลวงพ่อทองพูนเข้าไปกราบหลวงปู่สรวงท่านไม่ได้เลขหวยสักครั้งเดียว ท่านจะได้แต่ธรรมะที่หลวงปู่แสดงให้นำไปปฏิบัติตามทุกๆครั้ง จากที่พบหลวงปู่สรวงครั้งแรกที่หลวงพ่อทองพูนได้เข้าไปกราบหลวงปู่สรวง หลวงปู่สรวงได้ให้ผ้าสบงใช้ชื่อเป็นนิมิตหมายว่าให้ท่านบวชอยู่สืบทอดพระศาสนาต่อไป จนทุกวันนี้หลวงพ่อทองพูน อาริโย ก็ยังคงดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส อยู่วัดป่าโคกชาติ ซึ่งห่างจากวัดไพรพัฒนา ที่ประดิษฐานสรีระสังขารหลวงปู่สรวงเพียง ๑ กิโลเมตร เท่านั้น
 

 

 

ที่มาจาก : หนังสือ หลวงปู่สรวง อริยะเหนือโลก


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน