นับถอยหลังสู่สงครามครั้งที่3 (ตอนที่ 2) วิกฤตสงครามนิวเคลียร์จาก "ความพินาศร่วมกัน" ที่เสียไป?

Publish 2016-10-19 11:40:32

สงครามนิวเคลียร์จาก "ความพินาศร่วมกัน" ที่เสียไป?

/เปาบุ้นจุ้น ๗ (ทีมงานเพจ "เปาบุ้นจุ้น")

 

ในช่วงที่สงครามข่าวสาร สงครามชิงความชอบธรรมของมหาอำนาจ มันกำลังคุกรุ่นอยู่นี้

ผมได้รับการบ้านมาให้พยายาม เรียบเรียง อธิบาย วิกฤตินิวเคลียร์ รอบใหม่นี้ ให้คนไทยเราได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่บิดเบือนมากที่สุด เท่าที่จะทำได้ครับ

(ย้อนอ่าน กลิ่นสงครามโชย?? สถานการณ์อันคุกรุ่นทางสากล ที่สุ่มเสี่ยงลุกลามเป็นสงครามโลกครั้ง 3!! นับถอยหลังสู่สงคราม ตอนที่ 1)

ผมจะอธิบายอย่างที่ผมเห็นว่ามันเป็น อย่างไม่มีพระเอก หรือ ผู้ร้ายครับ เป้าหมายของผมมันอยู่ที่ตรงนี้

ซึ่งในหลายๆส่วน มันต้องอาศัยการคาดการณ์ ประติดประต่อเรื่องราว ซึ่งถ้ามันมีความผิดพลาด ผมก็ต้องขออภัยด้วย

ครับเพื่อที่จะได้เข้าใจว่าทำไม มันถึงมาถึงจุดนี้ ผมขอยกคำให้สัมภาษณ์ ของ ปูติน ถึงเรื่องนี้ มาให้อ่านกันก่อน อันนี้มาจาก แทบลอยด์ the Express ของอังกฤษวันนี้

“Major global conflicts have been avoided in the past few decades, due to the geostrategic balance of power, which used to exist.

“The two super-nuclear powers essentially agreed to stop producing both offensive weaponry, as well as defensive weaponry.

“It’s not in my nature to scold someone - but when the United States unilaterally withdrew from the Anti-Ballistic Missile Treaty 1972 they delivered a colossal blow to the entire system of international security.

“That was the first blow when it comes to assessing the strategic balance of power in the world.

“At that time in 2002 I said we will not be developing such systems also, because A) it is very expensive, and B) we aren’t sure yet how they will work for the Americans.”

ครับ ปูติน เขาหมายความว่ายังไง "สมดุลอำนาจในทางภูมิรัฐศาสตร์" มันเกี่ยวอะไรกับ "ระบบป้องกัน" defensive weaponry ที่มันแพงจนรัสเซีย ไม่อยากพัฒนามันขึ้นมา?



แล้วทั้งหมดนี้มันเกี่ยวอะไรกับ "ความขัดแย้งในระดับโลก" global conflicts เข้าใจข้อความของ ปูติน ตรงนี้ คุณจะเข้าใจว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น

ถ้ายังจำได้ ย้อนกลับไป เมื่อเดือน พฤษภาคม ที่ผ่านมา นาโต้ เขาเพิ่งฉลองระบบป้องกัน มิสไซต์ ที่สหรัฐเขาเอาไปติดตั้งไว้ที่ยุโรป

โดยสหรัฐอ้างว่าเพื่อป้องกัน ยุโรป จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

แต่ทางฝั่งรัสเซียอ้างว่า ระบบป้องกันนี้มันเป็นภัยคุกคาม เป็นการละเมิด สนธิสัญญามิสไซต์ระยะกลาง ระหว่างกัน

ถึงขนาดที่ทาง เครมลิน ถึงกับส่งสัญญาณว่ามันอาจนำไปสู่สงครามนิวเคลียร์

อะไรกันครับ ระบบป้องกันขีปนาวุธ ที่มันน่าจะเป็นเรื่องของ สันติภาพ มันกลายเป็น ภัยคุกคาม ที่จะนำไปสู่สงครามนิวเคลียร์ ได้ยังไง?

จะเข้าใจเรื่องนี้ได้ มันต้องเข้าใจเกมอำนาจ ภูมิรัฐศาสตร์ ของอาวุธนิวเคลียร์ ที่มันตั้งอยู่บนหลักการ “ความพินาศรวมกัน” Mutual Assured Destruction (MAD) ก่อน

MAD นี้พูดง่ายก็คือ หลักการที่มหาอำนาจนิวเคลียร์ทั้งสองฝ่าย เขารู้ว่า ถ้าใครยิงใส่อีกคนก่อน ไม่ว่าการทำลายของการโจมตีครั้งแรกมันจะหนักแค่ไหน

แต่อีกคนเขาจะยังมีกำลัง ยิงสวนกลับไปได้ ซึ่งในที่สุดมันจะทำให้ทั้งสองฝ่ายพินาศย่อยยับทั้งคู่ไม่มีใครชนะ

ซึ่งสิ่งนี้มันคือหลักการ สมดุลอำนาจ ที่ปูติน เขาพูดถึง แต่สมดุลอำนาจนี้มันจะเปลี่ยนไป ถ้าฝ่ายหนึ่ง มี “ระบบป้องกัน” เกิดขึ้นอย่างที่ ทาง นาโต้ เขาติดตั้งในยุโรป ในขณะที่รัสเซียไม่มี

ครับ สิ่งที่ รัสเซียกลัวก็คือ ระบบป้องกัน นี้มันจะทำให้ รัสเซีย เสียเปรียบอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นขา ที่ รัสเซีย โจมตีก่อน หรือ รัสเซีย เป็นฝ่ายที่โจมตีที่หลัง

เช่น ถ้า รัสเซีย โจมตีก่อน ระบบป้องกัน ขีปนาวุธ มันก็จะสกัดการโจมตี เอาไว้ได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งมันทำให้ นาโต้ มีเวลาตัดสินใจ และโต้กลับได้เร็วขึ้น


ต้องเข้าใจนิดนะครับ ว่าโดยปรกตินี้ กว่าเรด้ามันจะจับว่ามีการยิงขีปนาวุธมาแล้วนี่ แต่ละฝ่าย เขามีเวลาตัดสินใจแค่ไม่ถึง 10 นาทีครับว่าจะตอบโต้กลับยังไง จะยิงสวนไหม เป็นต้น

แต่ถ้ามีระบบป้องกันนี้ มันจะกลายเป็นว่า นาโต้ ถึงแม้ นาโต้ จะป้องกัน ขีปนาวุธ ที่ยิงออกมาเป็นร้อยเป็นพันลูกไม่ได้

แต่ ถ้าป้องกัน แค่ไม่กี่ลูกที่จะมาถึงก่อนได้ อาวุธที่มันควรจะถูกทำลายจากการโจมตีครั้งแรก มันก็จะมีเหลือรอดไว้โจมตีกลับมาหารัสเซียได้มากกว่า ทำให้รัสเซียเสียเปรียบ

ในทางกลับกัน ในฝั่งที่รัสเซีย ถูกโจมตีก่อน อาวุธส่วนใหญ่ ของรัสเซียอาจจะเสียหาย ไปมาก และอาวุธที่เหลือเพื่อจะใช้โจมตีสวนกลับ มันอาจจะไม่พอที่จะทำให้เกิด “ความพินาศร่วมกันได้”

ซึ่งนั่นมันหมายถึงความพ่ายแพ้ ซึ่งมันคงไม่มีมหาอำนาจที่ไหนยอมรับได้

และก็ด้วยเจ้าระบบป้องกัน ในลักษณะนี้แหละครับ ที่มันเป็นส่วนหนึ่งเคยทำให้ โซเวียต เสียเปรียบจนล่มสลายมาแล้ว ในยุค ปธน. เรแกน กับโครงการ Star War ที่มันทำให้สมดุลอำนาจมันเปลี่ยนไป มาแล้ว

ปูติน ที่เขาเคยมีประสบการณ์นี้มาแล้ว เขาถึงโกรธ ยอมรับไม่ได้ จนมันบานปลายมาถึงขนาดนี้

ครับ ส่วนเรื่องที่ ซีเรีย นั้นมันยังเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่มันเกี่ยวข้องกัน แต่มันอาจจะไม่ใช่ทั้งหมด ที่จะนำมาอธิบายความขัดแย้งในตอนนี้ได้ครับ

มีอีกหลายเรื่องที่น่าจะพูดถึง แต่วันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อน น่าจะดีกว่าครับ

เปาบุ้นจุ้น ๗

 

สรุปสั้นๆนะครับ วิกฤตสงครามนิวเคลียร์ที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ มีที่มาจาก สมดุลอำนาจทางรัฐสาสตร์ที่เสียไปของรัสเซีย ทำให้อำนาจต่อรองตามหลักการพินาศร่วมกันของรัสเซีย มันเริ่มลดลง (สุวินัย ภรณวลัย)


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จินต์จุฑา เจนสระคู