นับถอยหลังสู่สงครามโลกครั้งที่3 (ตอนที่ 1) กลิ่นสงครามโชย?? สถานการณ์อันคุกรุ่นทางสากล ที่สุ่มเสี่ยงลุกลามเป็นสงครามโลก !!

Publish 2016-10-18 15:55:21

 

 

สถานการณ์คุกรุ่นทางสากลที่สุ่มเสี่ยงลุกลามเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 / เพจเปาบุ้นจุ้นรายงานและเรียบเรียงจากเพจไพศาล พืชมงคล และ หมีCNN

 

1. เช้าวันนี้อิรักลงมือบึ้มกวาดล้างเมือง โมซูล นาโต้สั่ง IS ให้ถอยกลับไปซีเรีย

2. อังกฤษมีคำสั่งให้นักบิน(RAF) ยิงเครื่องบินของรัสเซียได้ หากเครื่องบินรัสเซีย คุกคามการทำงาน เพื่อสนับสนุนกลุ่มกบฎซีเรีย ซึ่งเป็นพันธมิตรกับสหรัฐ อเมริกา เพื่อช่วยผู้ก่อการร้าย

3. ตุรกีสมาชิกนาโต้อยู่ๆอยากได้ระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย ไปขอรัสเซียชนิดที่ไม่ไว้หน้าอเมริกาเลยทีเดียว

4. โฆษกตุรกีบอกว่าเพื่อความมั่นคงของประเทศ ตุรกียอมลงนามในข้อตกลงกับประเทศที่พิสูจน์ว่ามีศักยภาพตามความต้องการของตุรกี คือตุรกีเลือกข้างรัสเซียแล้วแต่ยังเป็นสมาชิกนาโต้อยู่

5. คณะผู้นำทางทหารของตุรกี จะเดินทางไปเยือนซีเรีย เพื่อเข้าพบ ประธานาธิบดี Assad เพื่อเจรจาความร่วมมือทางทหารระหว่างกัน

6. เรือรบติดหัวระเบิดปรมาณูของรัสเซีย เคลื่อนลงมาทะเลนอเวย์เจียน ซึ่งมีความสามารถยิงระยะไกลลง ลอนดอน ปารีส เบอร์ลินได้ คาดว่าที่เคลื่อนเรือมาเป็นเพราะ ข้อ 2

7. เรือรบเยอรมัน ซึ่งติดธงในนาม UN เผชิญหน้ากับเรือรบ Vessel Yantar ของรัสเซีย ระยะห่าง 5 กม. บริเวณกลางทะเลใกล้ประเทศลิเบีย กำลังโดนจับตาดูจากหลายฝ่าย (เยอรมันมาเพราะข้อ6)

8. สุดท้ายอินเดียที่พยายามเป็นกลางมานานก็อาจเลือกข้างรัสเซีย และพร้อมสั่งซื้ออาวุธล็อตใหญ่จากรัสเซีย

9. ปูตินพูดชัด ออกแถลง หากจำเป็นต้องสูญเสียกำลังพลมากจนเกินไป การใช้ mini-nuke (ระเบิดปรมาณูขนาดเล็ก) เพื่อจำกัดพื้นที่ความเสียหายเราจะทำทันที

10. สหรัฐพยายามจะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียแต่องค์การ NASA ของสหรัฐ กลับมีความต้องการที่จะซื้อเครื่องยนต์จรวด RD-181 ของรัสเซีย เพื่อใช้ในการส่งจรวดขึ้นสู่อวกาศอยู่ คือพูดง่ายๆว่าอยากคว่ำบาตรรัสเซีย แต่ก็อยากได้ของเขาเพราะตัวเองยังไม่มีปัญญาพัฒนาเครื่องยนต์ดีๆได้ หากใช้เครื่องยนต์ที่ผลิตเอง แล้วหากจรวดเกิดระเบิดอีก ใครจะรับผิดชอบ?

11. สหรัฐอเมริกาส่งยุทธโธปกรณ์ทางทหาร ชุดใหญ่ ไปที่ฐานทัพ Diego Garcia ในมหาสมุทรอินเดีย เตรียมพร้อมสำหรับสงคราม

12. ช่วงนี้น่าจะอยู่ในช่วงของการชิงความได้เปรียบในจุดยุทธ์ศาสตร์ เติมกำลัง,เติมเสบียง,เติมอาวุธและเติมความพร้อม

13. จีนส่งทหารเข้าช่วยรัสเซียในซีเรีย จากนั้นจีนจะส่งเรือรบอื่นๆ พร้อมทหารอื่นๆ ตามมาทีหลังด้วย (16 ตุลาคม)

14. คาดการสาเหตุที่หลายๆประเทศเริ่มเข้าข้างรัสเซียเพราะ สหรัฐได้พ่ายแพ้รัสเซียในสงครามซีเรีย และสหรัฐโดนจีนบี้ตกจากอันดับ 1 เศรษฐกิจของโลกไปแล้ว (แถมสหรัฐยังติดหนี้จีนชนิดที่ว่าไม่รู้อีกกี่ปีจะจ่ายหนี้หมด)

15. จากข้อ 6 ที่รัสเซียเอาเรือมาจ่อคออังกฤษ สหรัฐจะนิ่งเฉยไหมก็ต้องรอดู

16. หากรัสเซียเรียกทูตตัวเองในสหรัฐกลับแนะนำคนไทยให้กลับประเทศ

17 ปูตินประกาศให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่อยู่ต่างประเทศพาครอบครัวกลับแผ่นดินแม่ด่วน! (12ตุลาคม)

18. จากข้อ 8. อินเดียลงนามกับรัสเซียแล้ว รัสเซียผลิตอาวุธส่งให้ + รัสเซียสอนอินเดียผลิตอาวุธ

19. จากข้อ 13. มีคนออกมาบอกว่าจีนไม่ได้ส่งทหารไป หรืออาจจะเป็นการสับขาหลอกอันนี้ก็ไม่ทราบ รอดูต่อไป



20.UN ก็เข้าไปช่วยอพยพพวกนักรบทีอยู่ในอัลเล็ปโป ก่อนที่จะถูกรัสเซียกวาดล้างจนหมด สรุปว่าอเมริกากับยูเอ็นช่วยอพยพพวกไอซีสจากโมซูลในอีรัก และอัลเลปโปในซีเรีย เพื่อที่จะจัดทัพใหม่เพื่อที่จะได้สู้ได้อีกรอบ

21. ฟิลิปปินส์เองก็เข้าข้างรัสเซียแน่นอน ดูได้จากการกระทำของดูเตอร์เต / ด่าโอบาม่า / ไม่ขอซ้อมรบกับสหรัฐ / ลั่นไม่ยอมสหรัฐ

/ ประกาศชัดไม่ขอลงรอยกับสหรัฐ

22. รัสเซียโชว์เหนือประกาศต้นปีหน้าเปิดตัวเครื่องบนรบล่องหน

23. หากเกิดสงคราม ยุโรป (EU) จะซวยสุดด้วยภูมิศาสตร์และจุดเกิดสงคราม ยิ่งถ้ามีการใช้นิวเคลียร์ ยุโรปล่มสลายแน่นอนเพราะกว่ากัมมันตรังสีจากนิวเคลียร์จะหมดก็ใช้เวลาหลายปี กว่าจะกลับมาฟื้นสภาพอีก ดังนั้นต้องดูว่า EU จะเลือกข้างไหน เลือกข้างผิดก็ซวยไป

24. สำหรับไทยเราอาจจะบอกได้ว่าประเทศอยู่ในความสูญเสีย และไม่ขอเข้าร่วมสงครามใดใด แต่ยินดีให้ความช่วยเหลือด้านอาหารน้ำ ยา และเครื่องมือช่วยบรรเทาทุกข์แก่ผู้บาดเจ็บได้ นี่คือทางเลี่ยงและตั้งแต่อดีตประเทศเราเอาตัวรอดได้เสมอ แถมด่านหน้าของเราคืออินเดีย

25. มองดูจุดกำเนิดสงครามอาจจะไกลแต่เมื่อเกิดสงครามผลกระทบก็มาถึงไทยทางอ้อมตามข้อตกลงสัญญาระหว่างประเทศอยู่ดี

26. อย่าได้ตื่นตระหนกเพราะสงครามโลกครั้งที่สามไม่น่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ เพียงแต่สถานการณ์ปัจจุบันรุนแรงขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก และไม่อาจนิ่งนอนใจได้

เพราะเรือดำน้ำที่ปูตินส่งไปจ่อหน้าบ้านอีกฝ่ายพร้อมยิงทุกเมื่อเพียงแค่ปูตินส่งสัญญาณเท่านั้น

*******

กลิ่นสงครามโลกครั้งที่ ๓ ที่โชยมา / เปาบุ้นจุ้น ๗ (ทีมงานของเพจ "เปาบุ้นจุ้น")

(๑) ล่าสุดอเมริกาเพิ่งปรับระดับเตือนภัยสงครามและพร้อมรบ ไปที่ระดับ ๓ จากทั้งหมด ๕ ระดับ

ระดับที่ ๕ คือ ภาวะปกติ ขณะที่ระดับ ๑ คือสงครามนิวเคลียร์

ระดับที่ ๒ คือ เผชิญหน้าชนิดที่พร้อมทำสงครามนิวเคลียร์ทุกเมื่อ

อเมริกาเคยถึงระดับนี้แล้วครั้งหนี่งในวิกฤตคิวบากับสหภาพโซเวียตในช่วงสงครามเย็น

ระดับ ๓ คือระดับที่มีความตึงเครียดสูงมากในปัจจุบัน หมายความว่าอเมริกาพร้อมจะทำสงครามนิวเคลียร์

ถ้ารัสเซียเข้ามาช่วยอียิปต์ ซีเรีย

(๒) สถานการณ์โลกปัจจุบัน คล้ายคลึงกับสถานการณ์ก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่งมาก

เปลี่ยนแค่ผู้เล่น และเพิ่มอาวุธนิวเคลียร์เข้าไปเท่านั้นเอง

ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง การสื่อสารวิทยุ โทรศัพท์ ยังไม่มี การสื่อสารบัญชาการรบทางไกล แทบเป็นไปไม่ได้

การเตรียมการรบ ที่ต้องประสานกัน ระหว่าง กองทัพ บริษัท ห้างร้าน การส่งกำลังบำรุง เกี่ยวข้องกับคนเป็น ล้านๆคน

มันจึงสำคัญมาก ด้วยเหตุนี้ การวางแผนการรบในสมัยนั้น จึงเน้นการวางแผน คาดการณ์เหตุการณ์ เป็นฉากๆ ไว้ล่วงหน้า

ตั้งแต่ จะบุกตีตรงไหน ศัตรูจะตอบโต้ยังไง จะใช้ยุทธวิธีแบบไหน ประสานกัน ในแต่ละกองพลยังไง


เอาไว้แบบละเอียด ยิบๆ เป็นขั้นตอน ที่แต่ละคน แต่ละหน่วยก็ปฎิบัติไป เป็นอัตโนมัติ โดยไม่ต้องติดต่อกันเลย เพื่อให้มั่นใจว่าถ้าเป็นตามแผนมันจะไม่มีข้อติดขัดเกิดขึ้น อุปมาเหมือนสงครามมันคือ สายการผลิตแบบอัตโนมัติของโรงงานแต่ข้อเสีย ของการวางแผน แบบนี้คือ

จะทำยังไงให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน?

วิธีที่ดีที่สุดคือ ต้องเปิดฉากโจมตีก่อน เพื่อให้ศัตรูต้องเดินตามแผน ของเราที่วางไว้ก่อน นั่นเอง

ระบบอย่างนี้ มันจึงบีบให้ แต่ละฝ่าย เขาต้องรีบชิงตัดสินใจชิง เคลื่อนพลบุกเข้าตีก่อน "ใส่ก่อนย่อมได้เปรียบ" เพื่อให้เป็นไปตามแผนของตน

เหตุการณ์อย่างนี้เบาลงไป เมื่อมาถึงสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ระบบการสื่อสารต่างๆ มันเริ่มดีขึ้น

วิทยุ มันทำให้การติดต่อจากศูนย์บัญชาการ มันทำได้ตลอดเวลา การบัญชาการรบจากส่วนกลาง ทำได้ง่ายขึ้น

แรงบีบให้ต้องวางแผน เคลื่อนพล แบบหยุดไม่ได้อย่าง ในยุคสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และกับดักว่าต้องเข้าตีก่อน มันก็ผ่อนคลายลง

แต่ในสงครามนิวเคลียร์ นี่ ดูเหมือนว่า แรงการทำลายล้างที่สูงมาก มันจะบีบให้ แต่ละฝ่ายโจมตีก่อนเหมือน สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

ที่เป็นเหตุนี้เพราะ คนถูกโจมตีก่อน มันจะเสียเปรียบมาก

เช่น อเมริกา เขาเคยประเมิณว่า ปธน. สหรัฐ อาจไม่รอดจากการโจมตีครั้งแรก ทำให้การสั่งการโต้ตอบเป็นอัมพาตไปได้

ด้วยเหตุนี้การวางแผนการรบ ในยุคนิวเครียล์ มันจึงย้อนกลับ ไปในยุคแบบสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

ที่แต่ละฝ่ายก็มีแผนโจมตีของตนไว้ละเอียดยิบๆ อยู่แล้ว ว่าจะส่งมิสไซต์ไปถล่มเป้าหมายยุทธศาสตร์ตรงไหนบ้าง

และแต่ละฝ่าย มันก็ถูกบีบคั้น ให้ต้องตัดสินใจ แบบ "ใส่ก่อนย่อมได้เปรียบ" เหมือนกับ สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

มาถึงยุคปัจจุบัน ที่ bot drone AI มันเข้ามามีบทบาทมากในการรบ มันมาถึงขั้น มนุษย์ไม่มีความสามารถบัญชาการรบได้อีกแล้ว

เพราะ สงครามมันจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และ รุนแรงเกินกว่าที่ความเร็วของมนุษย์มันจะตอบสนองได้ทัน

แนวโน้มมันคือ ผู้นำสูงสุด ของแต่ละฝ่าย เขามีแค่ ทางเลือก 1 2 3 กดปุ่ม แล้วหลังจากนั้น ทุกอย่างก็เป็นอัตโนมัติ

แล้วก็ได้แต่นั่งรอดูผลลัพธ์ หมายถึงถ้าตัวคนตัดสินใจจะอยู่รอดจนได้เห็นผลลัพธ์ของมัน

สงครามที่มันเป็นแบบนี้ ในที่สุดผู้ชนะมันคือ คนที่เหลือรอดมากที่สุดหลังจากฝุ่นที่คลุ้งมันจางลงแล้ว

และด้วย เหตุนี้เอง มันจึงยากที่ มันจะจำกัดพื้นที่ในการรบกันได้ ถ้ามันไปถึงจุดที่ต้องกดปุ่มกันแล้ว

ในมุมนี้ ถ้าคุณเป็น คนวางแผนยุทธศาสตร์ ของสหรัฐ และคุณรู้ว่า จีน หนุน รัสเซีย

การทำลายล้างกันระหว่างสหรัฐกับรัสเซีย มันหมายถึง จีนที่ชนะ คุณจะทำยังไง?

สิ่งที่จะบอกก็คือ สงคราม ในรูปแบบอย่างนี้ มันไม่อยู่ในวงแคบอย่างแน่นอน

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จินต์จุฑา เจนสระคู