รวบแล้ว 3 ลูกเรือ หลังรุมทำร้ายหนุ่มชาวต่างชาติบนเกาะพีพี ก่อนพูดหมดเปลือก

Publish 2019-03-15 22:05:47


เหตุชาย 3 คน รุมทุบตีทำร้าย นทท.หนุ่มชาวอเมริกา บนเกาะพีพี จ.กระบี่ รายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 15 มี.ค. หลังนายสตีเฟ่น ทริมเบิ้ล หนุ่มชาวสหรัฐอเมริกา อายุ 26 ปี โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชั่นอินสตาแกรม ชื่อ trimbleezy ว่า เจ้าตัวเดินทางมาเที่ยวบนเกาะพีพี จ.กระบี่ พร้อมกับเพื่อนอีกคน คือ นายลุค บาร์โรว์ อายุ 29 ปี โดยเดินทางมาเกาะพีพี เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นในคืนดังกล่าว ได้ออกมาเที่ยวดื่มกินกับเพื่อน บนเกาะพีพี จากนั้นพบเจอเพื่อนฝรั่งผู้หญิงคนหนึ่ง บอกว่าเธอถูกวิ่งราวกระเป๋า นายสตีเฟ่น จึงอาสาติดตามหาให้ โดยพบชายชาวไทยเอากระเป๋าไป เจ้าตัวติดตามให้จนได้กระเป๋าคืนมา จากนั้นมีกลุ่มชาย 3 คน ซึ่งเชื่อว่าเป็นคนที่ขโมยกระเป๋าไป เข้ามาดักรุมทำร้าย ใช้ไม้ทุบตีจนได้รับบาดเจ็บ ศรีษะแตก เอ็นหัวเข่าฉีกขาด ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่คลีนิกแห่งหนึ่งบนเกาะพีพี โดยแจ้งเหตุกับตำรวจบนเกาะ แต่ตำรวจบอกให้กลับไปแจ้งความที่ สภ.เกาะพีพี อีกครั้งในวันรุ่งขึ้น จึงไม่เข้าใจการทำงานของตำรวจว่าทำไมถึงไม่รับแจ้งเหตุตั้งแต่ตอนเกิดเหตุ แล้วติดตามตัวคนร้าย

 

 

 

 



ภายหลังมีการโพสต์ข้อความดังกล่าวออกมา ทาง พล.ต.ต.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ ผบก.กระบี่ สั่งตรวจสอบเรื่องดังกล่าว โดยเมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกันเรียกประชุมตำรวจทุกหน่วย ทั้งตำรวจภูธร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว ที่ห้องประชุม บก.ภ.จ.กระบี่ โดยมีการประชุมวิดีโอคอนเฟอเร้นท์ มี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นประธานประชุมติดตามเรื่องดังกล่าว เบื้องต้น ผบก.ภ.จ.กระบี่ สั่งให้ พ.ต.ท.โชคดี มาบางยาง สวญ.สภ.เกาะพีพี ทำรายงานชี้แจงเหตุดังกล่าวอย่างละเอียด โดยรายงานชี้แจง ระบุว่า ในคืนวันที่ 8 มี.ค. เวลา 03.00 น. ตำรวจสายตรวจของเกาะพีพี ออกตรวจแล้วพบ นทท.ชาย 1 คน และหญิง 1 คน เดินมาด้วยกัน โดยมีฝ่ายหญิงประคองร่างฝ่ายชาย เดินมาในสภาพโซเซ ที่ตัวผู้ชายมีเลือดไหลอาบตัว จึงเข้าไปช่วยเหลือ นำส่งคลีนิกแห่งหนึ่งใกล้จุดที่พบ แต่ไม่สามารถสอบถามสาเหตุได้ เนื่องจาก นทท.อยู่ในอาการมึนเมา จึงแจ้งไว้ว่าหลังรักษาตัวเสร็จแล้ว ให้ไปแจ้งความที่ สภ.เกาะพีพี ซึ่งมี ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ รักสกุล รอง สว.(สอบสวน) สภ.เกาะพีพี เข้าเวรอยู่ จากนั้นในคืนเดียวกัน ตำรวจรับแจ้งมี นทท.ถูกวิ่งราวกระเป๋า ซึ่งเป็นคนละเหตุกันกับเหตุทำร้ายร่างกาย ตำรวจจึงไปติดตามตัวคนร้ายในคดีวิ่งราวกระเป๋า และสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุดำเนินคดีได้


 

 

 

 

 



ต่อมามีภาพ นทท.คนดังกล่าว ถูกนำมาโพสต์ทางสื่อโซเชียล จึงตรวจสอบเรื่องนี้ไปทางคลีนิก ทราบว่า นทท.ชายที่บาดเจ็บคืนนั้นคือนายสตีเฟ่น ทริมเบิ้ล อายุ 26 ปี เข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บ โดยมีบาดแผลเย็บบริเวณศรีษะ 3 เข็ม ขาข้างซ้าย 2 เข็ม จากนั้น นทท.คนดังกล่าว ก็กลับที่พัก และเดินทางออกจากเกาะพีพี ในเช้าวันที่ 9 มี.ค. เพื่อเดินทางต่อไปยังหาดอ่าวนาง ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ โดยไม่ได้เดินทางมาแจ้งความไว้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามตำรวจตรวจสอบแล้วพบว่าเหตุที่ นายสตีเฟ่น ถูกรุมทำร้าย เกิดบริเวณอ่าวโล๊ะดาลัม บนเกาะพีพี หมู่ 7 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ สอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายไทย 3 คน คือนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 188/51 หมู่ 7 ต.อ่าวนาง นายบอย (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 188/30 หมู่ 7 ต.อ่าวนาง และนายชูศักดิ์ เสนาะ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 188/100 หมู่ 7 ต.อ่าวนาง ทั้ง 3 คนทำงานเป็นพนักงานบนเรือนำเที่ยว

ต่อมา พ.ต.ท.โชคดี ส่งชุดสืบสวน สภ.เกาะพีพี ออกไปสืบหาตัวคนทั้ง 3 จนสามารถจับกุมตัวมาได้ทั้ง 3 คน นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.เกาะพีพี ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การรับสารภาพตรงกัน โดยนายชูศักดิ์ สารภาพว่า ในคืนเกิดเหตุ พวกตนรุมทำร้าย นายสตีเฟ่น จริง แต่ไม่ได้มีการวิ่งราวกระเป๋าของ นทท.หญิง ตามที่นายสตีเฟ่น โพสต์ข้อความ แต่เป็นเพราะนายสตีเฟ่น กล่าวหาว่าตน ขโมยโทรศัพท์มือถือของ นทท.หญิง ไป จึงขอโทรศัพท์ไปตรวจสอบ ก็พบว่าไม่ใช่ของ นทท.หญิง ตนจึงขอโทรศัพท์คืน แต่นายสตีเฟ่น ไม่ยอมคืนให้ จึงเกิดการยื้อแย่งกัน จนเกิดการชุลมุนขึ้น ตนตะโกนให้นายเอ ซึ่งนอนอยู่ในเรือใกล้จุดเกิดเหตุมาช่วย นายเอ ก็วิ่งมาพร้อมคว้าท่อพีวีซี ยาว 2 เมตร มาตีใส่นายสตีเฟ่น จากนั้นนายบอย ขับเรือมาที่หาดจุดเกิดเหตุ และเห็นเหตุการณ์ชุลมุนอยู่ จึงวิ่งเข้ามาช่วย เพราะเห็นว่าพวกตนสู้นายสตีเฟ่น ไม่ได้ เนื่องจากนายสตีเฟ่น มีรูปร่างสูงใหญ่ กระทั่งนายสตีเฟ่น ยอมคืนโทรศัพท์มา พวกตนก็แยกย้ายกันออกไปจากที่เกิดเหตุ พวกตนยอมรับว่ากระทำเกินกว่าเหตุ และพร้อมถูกดำเนินคดี

จากนั้นตำรวจนำตัวทั้ง 3 คน ไปชี้จุดเกิดเหตุ พบท่อพีวีซี ที่ถูกกล่าวถึง มีคราบเลือดติดอยู่ปลายท่อ โดยที่ปลายท่อมีสภาพแตกหัก ตำรวจจึงเก็บเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี ก่อนจะคุมตัวทั้ง 3 คน ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เกาะพีพี เบื้องต้นแม้นายสตีเฟ่น เจ้าตัว จะยังไม่แจ้งความไว้ แต่ทาง พล.ต.ต.ศักดิ์ชัย สั่งการให้ตำรวจสายตรวจที่พบเจอนายสตีเฟ่น ทำหน้าที่เป็นผู้กล่าวทุกข์ จึงแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย คุมตัวทั้ง 3 คน ไว้ดำเนินคดี

ในส่วนของการติดตามหาตัวนายสตีเฟ่น เพื่อนำตัวมาสอบสวน ล่าสุดทางตำรวจ ตม.กระบี่ ตรวจสอบพบว่าหลังเดินทางออกจากเกาะพีพี นายสตีเฟ่น เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่หาดอ่าวนาง ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา เดินทางออกจาก จ.กระบี่ ไปยัง เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี จึงประสานให้ตำรวจ ตม.สุราษฎร์ธานี ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจ สภ.เกาะพะงัน ช่วยกันติดตามตัวนายสตีเฟ่น เพื่อนำตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม

พล.ต.ต.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า คดีดังกล่าว ตอนนี้ตำรวจจับกุมผู้ที่ก่อเหตุไว้ได้แล้วทั้ง 3 คน เบื้องต้นสารภาพว่าก่อเหตุจริง จึงให้แจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีแล้ว ส่วนตัวนายสตีเฟ่น กำลังเร่งติตามหาตัวอยู่ คาดว่าจะเจอตัวในเร็วๆ นี้ และเชิญตัวมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ซึ่งตอนนี้ยังไม่เชื่อในข้อความที่เจ้าตัวโพสต์ จนกว่าจะได้ยินจากปากเจ้าตัวเอง ว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร ส่วนกรณีตำรวจ สภ.เกาะพีพี จะมีความผิดในเรื่องละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เรื่องนี้ตนสั่งให้ทำรายงานชี้แจงมาแล้ว แต่จะต้องเจอตัวผู้เสียหายก่อน เพื่อสอบถามให้ชัดว่าในคืนเกิดเหตุได้แจ้งความไว้กับตำรวจแล้วหรือไม่ หากเจ้าตัวบอกว่าแจ้งแล้ว แต่ตำรวจไม่รับแจ้ง ก็ต้องตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย และดำเนินการไปตามกระบวนการ ต้องรอดูข้อเท็จจริงอีกครั้ง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย.


 

 

 

 

 

ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กระบี่


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายประดิษฐ รอดเกิด