สองสามี-ภรรยาเล่าวินาทีถูกกลุ่มมิฉาชีพหลอก แถมถูกรุมกลางงานวัด แต่ ตร.กลับทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

Publish 2019-03-15 13:18:34

  เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 15 มีนาคม 2562 นางสาวเต่า นามสมมุติ อายุ 38 ปี ชาวจังหวัดปทุมธานี ได้ร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าวว่า ถูกแก๊งต้มตุ๋นหลอกเล่นเกมส์ โดยมีหน้าม้ายื่นเงินให้ช่วยแทงเดิมพันวงล้อเสี่ยงโชค และอ้างว่าเป็นหนี้ 4,000 บาท พอปฏิเสธถูกกลุ่มมาเฟียล๊อกคอกดกับพื้นเรียกพวกกว่า10คนรุมกระทืบสลบคาที่ น้องชายเข้ามาช่วยถูกตีจนคิ้วแตกบาดแผลเต็มตัวแจ้งความแล้วคดีไม่คืบหน้าอยากให้ตำรวจจับตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

    โดยเหตุการณ์เกิดภายในบริเวณภายในวัดเสด็จ ตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ได้จัดงานบุญเททองหล่อพระประจำปี ตั้งแต่วันที่ 6- 12 มีนาคม 2562 มีการแสดงวงดนตรี รำวงย้อนยุค พร้อมร้านอาหารจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีร้านปาโป่งปาเป้า บิงโก ที่มีสิ่งของรางวัลล่อใจหลากหลายชนิด และมีร้านวงล้อเสี่ยงโชค ที่มีรางวัลเป็นของราคาสูง เช่น สร้อยคอทองคำ โทรศัพท์มือถือ เหล้าต่างประเทศ และเงินสดหลายหมื่นบาท รวมแล้วกว่า 30 ร้าน ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดดังกล่าว

 

 




นางสาวเต่า นามสมมุติ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2562 ได้ไปทานก๋วยเตี๋ยวภายในงานวัดเสด็จ มีแฟนและน้องชายอีก 2คน รวมแล้ว 4 คน เมื่อเดินไปเห็นคนมุงดูร้านเกมส์วงล้อหนุนเสี่ยงทาย จึงได้ไปยืนดู จากนั้นมีหญิงสาวผมสีแดง เข้ามาพูดคุยกับตนว่า “เจ้ ๆ แทงให้หนูหน่อย” จากนั้นหญิงคนดังกล่าวได้ยัดเงินจำนวน 2,000 บาท ใส่ในมือ เขาย่ำบอกว่า “เจ้ไม่ต้องกลัว หนูให้เจ้แทงให้หนู” ตนเองจึงได้วางเงินไปโดยที่ไม่รู้ว่าการเล่นวงล้อหมุนนี้เล่นอย่างไร เมื่อวางเงินไปแล้ว ผู้หญิงคนนั้นบอกว่า “เจ้ติดเงินหนู 2,000 บาทนะ”

 

     จากนั้นมีแฟนของหญิงคนดังกล่าวเดินเข้ามาบอกให้กลับบ้าน ผู้หญิงคนดังกล่าวบอกว่ายังกลับไม่ได้เจ้คนนี้ติดเงิน 2,000 บาท ยังไม่จ่ายให้เลย ชายคนดังกล่าวจึงได้บอกว่า “เจ้ติดเงินแฟนผม 2,000 บาทใช้มั๊ย” จากนั้นหันไปคุยกับเจ้าของร้านโดยถามว่า หากเหมารอบนี้เท่าไร เจ้าของร้านบอกว่า 4,000 บาท พร้อมกับย่ำว่า “รอบนี้ให้ตนเองเป็นคนเป็นคนเหมานะ”  ผู้ชายบอกว่า หากวงล้อตกที่สีอะไรจะได้ทั้งหมดเลย จากนั้นวงล้อตกที่สีชมพู ชายคนดังกล่าวบอกว่า “ได้ล่ะ 10,000 บาท” จากนั้นเจ้าของร้านได้นับเงินจำนวน 10,000 บาท ให้กับผู้ชาย เจ้าของร้านยังได้นับเงิน 10,000 บาทเพื่อที่จะให้ตนเองด้วย แต่บอกว่า หากจะเอาเงิน 10,000 บาท ต้องเอาเงิน 4,000 บาท มาแลก 

 

 


 นางเต่า กล่าวอีกว่า จากนั้นผู้ชายที่อ้างว่าเป็นสามีผู้หญิงที่เอาเงินมายัดใส่มือ ได้หันมาถามว่า “มีเงินมั๊ย” ตนก็บอกว่า “ไม่มี” เขาก็บอกอีกว่า “แล้วที่ติดเงินแฟนผม 2,000 บาท ต้องเอามาใช้ด้วย” ต่อมาแฟนตนเองก็เดินเข้ามาพูดว่า “จะติดเงินกันได้อย่าไร ไม่ได้รู้จักกันเลย” จากนั้นชายคนดังกล่าวได้ต่อยแฟนหนูพร้อมกับมีกลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คนเข้ามารุมทำร้ายจนแฟนหนูสลบไป ตัวหนูเองเข้าไปช่วยก็ถูกเหวี่ยงออกมา มีชายคนหนึ่งเห็นว่าหนูขาที่เคยประสบอุบัติเหตุต้องเดินผิดปกติ ก็พยายามเข้าขามาถีบที่ขา ส่วนน้องชายที่มาด้วยกันมาเห็นเหตุการณ์จึงเข้ามาห้าม ก็ถูกรุมทำร้ายเช่นกันจนคิ้วซ้ายแตก หัวเข่าทั้งสองข้างเป็นแผลถลอกลงไปกองที่พื้น ซึ่งใกล้เคียงก็มี สห.อยู่ก็ไม่เข้าเข้ามาช่วยเหลือแต่อย่างใด ร้านค้าที่อยู่ใกล้เคียงก็ไม่กล้าที่จะเข้ามาช่วย ใครเอาโทรศัพท์มือถือถ่ายภาพก็มีคนบอกว่าห้ามถ่าย ใครถ่ายเป็นเรื่อง มีคนทำท่าทางคล้ายจะชักอาวุธปืนเพื่อข่มขู่ด้วย หลังเกิดเหตุได้พากับไปโรงพักที่อยู่ห่างเพียง 100 เมตร แต่ตำรวจก็ได้เพียงลงประจำวัน ไม่ได้ไปดำเนินการกับกุมใครทั้งสิ้น อยากให้ตำรวจจับตัวคนผิดมาลงโทษ งานบุญภายในวัด ทำไมตำรวจถึงปล่อยให้มีการละเล่นการพนันในหลายรูปแบบและแก๊งมิจฉาชีพต้มตุ๋นออกมาหลอกลวงและทำร้ายประชาชนอย่างนี้ ทั้ง ๆ ที่จุดที่เกิดเหตุกับโรงพักห่างกันแค่โบสถ์กั้นเท่านั้น แต่ตำรวจกลับไม่รู้ไม่เห็น

 

 

   ด้านนายไข่ นามสมมุติ อายุ 40 ปี สามีนางสาวเต่า กล่าวว่า เมื่อตนเองเห็นแฟนไปยืนดูเกมส์วงล้อเสี่ยงโชค แต่กลับกลุ่มชายและผู้หญิง กว่า 10 คนรุมล้อมพูดจาข่มขู่ ตนเห็นท่าทางไม่ดีจึงเข้าไปพูดว่า “มีอะไรกันหรือ นี่เมียผมนะ” จากนั้นมีชายคนหนึ่งที่ล๊อกคอจากด้านหลังแล้วดึงให้ล้มลงกับพื้น ชายจำนวน 10 กว่าคนก็รุมต่อยและกระทืบ จนผมสลบไป มาทราบที่หลังว่าน้องชายที่เข้าไปห้ามก็ถูกลูกหลงไปด้วยบาดเจ็บหลายแห่ง ส่วนผมศีรษะและปากบวม จากวันที่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ยังไม่ทราบตัวคนร้ายเลย มีแต่ตำรวจไม่ตามจับคนก่อเหตุที่ทำร้ายร่างกาย แต่กลับเรียกพวกเราผู้เสียหายไปไกล่เกลี่ยกับเจ้าของร้านเกมส์วงล้อเสี่ยงโชค โดยเจ้าของร้านจะให้เงินคนละ 5,000 บาท แล้วจบเรื่อง ทำแบบนี้เท่ากับคนที่ทำร้ายร่างกายและเจ้าของร้านเป็นพวกเดียวกัน ผมและครอบครัวไม่ยอม อยากให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายมากกว่า เนื่องจากเห็นว่าเป็นการฉ้อโกง ลักษณะของการรวมหัวกันเป็นกลุ่มแก๊งมาเฟีย ขณะเกิดเหตุได้มีชายยืนคุมเชิงลักษระคล้ายมีอาวุธปืนอยู่ที่เอว ตะโกนห้ามให้คนที่เห็นเหตุการณ์ไม่ให้ถ่ายภาพหรือบันทึกภาพใด ๆ ทั้งสิ้น ผมเชื่อว่ายังต้องมีอีกหลายคนที่ถูกโกง วันต่อมาแก๊งต้มตุ๋นก็ยังมาเปิดดำเนินการได้อีกหลายวัน น้องชายได้ไปเรียกตำรวจให้มาจับเพราะเห็นว่าเป็นกลุ่มที่ทำร้ายตนเอง กำลังต้มตุ๋นประชาชนคนอื่นอยู่ แต่ตำรวจกลับไม่ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น น้องชายทำได้แค่เพียงแอบถ่ายภาพเพื่อยืนยันว่ากลุ่มคนดังกล่าวยังคงเปิดดำเนินการอยู่จริง อยากฝากให้ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ช่วยสั่งการให้ตำรวจ สภ.สวนพริกไทยทำงานด้วย จะได้ไม่ไปก่อเหตุกับประชาชนคนอื่น ๆ อีก เพราะโรงพักอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ถึง 100 เมตร แต่ตำรวจกลับปล่อยให้มีการต้มตุ๋นหลอกลวงประชาชนให้ได้รับความเสียหายทั้งเงินทองร่ายกายและจิตใจ เนื่องจากช่วงนี้ภายในจังหวัดปทุมธานีมีงานวัดประจำปีหลายแห่งที่จัดงานและมีมหกรรมการละเล่นลักษณะแบบนี้.

 

 

 

ภาพ/ข่าว : ประทีป ผ่องผุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ปทุมธานี

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายอนันต์ วิจิตรประชา