มูลนิธิร่วมกตัญญู ร่อนหนังสือแจงชัด หลังดราม่าถล่ม น้าป้อม กู้ภัยนั่งเฝ้าศพถูกสั่งเด้ง

มูลนิธิร่วมกตัญญู ร่อนหนังสือแจงชัด หลังดราม่าถล่ม "น้าป้อม" กู้ภัยนั่งเฝ้าศพถูกสั่งเด้ง

Publish 2019-03-04 00:02:29


จากกรณีเมื่อวันที่ 23 ก.พ. เพจเฟซบุ๊ก Nakarin Juanchaiyaphum ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยของมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพ ที่มีกู้ภัยคนหนึ่งนั่งเฝ้าศพอยู่ริมน้ำ โดยระบุว่า ท้องฟ้า เริ่มส่องแสง ไร้วี่แววเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่างผู้เสียชีวิต นอนรออย่าง ไร้จุดหมาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยนั่งเฝ้า เป็นเพื่อน จนรุ่งเช้า #แจ้งสำนักข่าวไทยช่วยที เกิดเหตุ ตั้งแต่ 00.30 จน ตอนนี้ 06.18 ยังไม่มี จนท.ตร มายืนยัน #เขตความรับผิดชอบเลย #ขอคนล่ะหนึ่งแชร์เป็นกำลังใจให้พี่ๆกู้ภัยทุกท่าน

 

 



อ่านข่าวก่อนหน้า : มูลนิธิร่วมกตัญญู สั่งเด้ง "น้าป้อม" กู้ภัยนั่งเฝ้าศพยันเช้า เซ่นไม่ยอมแก้ข่าว

อ่านข่าวก่อนหน้า : รุ่นน้องอาสาฯ ออกฉะหลัง "น้าป้อม" กู้ภัยนั่งเฝ้าศพ ถูกสั่งเด้งฟ้าผ่า ลั่นคนดีๆกลับต้องมารับกรรมแทน

อ่านข่าวก่อนหน้า : เปิดใจ "น้าป้อม" กู้ภัยนั่งเฝ้าศพยันเช้า หลังโดนเด้งฟ้าผ่า กับการทำงานล่าสุด

อ่านข่าวก่อนหน้า : ตร.ออกโรงฉะกลับ ปม "น้าป้อม" กู้ภัยนั่งเฝ้าถูกสั่งเด้ง ลั่นพลาดเองที่เหยียบหัวหน่วยงานอื่น

อ่านข่าวก่อนหน้า : บิ๊กแป๊ะ มาแล้ว ออกชี้แจงปม "น้าป้อม" กู้ภัยนั่งเฝ้าศพถูกสั่งเด้งฟ้าผ่า

 

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่ ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีชายกระโดดจากกลางสะพานพระราม 7 ลงแม่น้ำเจ้าพระยาจมหายไป จึงมีการระดมนักประดาน้ำช่วยกันค้นหาศพ กระทั่งพบเจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงได้นำศพขึ้นจากน้ำมาไว้บนท่าเรือพระราม 7 ฝั่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตบางกรวย จากนั้นจึงได้มีการประสานกับทางตำรวจ แต่ไม่มีร้อยเวรมาตรวจสอบดู จึงต้องนั่งเฝ้าศพดังกล่าว กระทั่ง พ.ต.อ. แดนไทย กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ สภ.บางกรวย ที่เข้าไปตรวจสอบตอนแรก พบว่าทางนครบาลได้รับเรื่องไป แต่ตอนเช้ากลับแย้งมาว่าจุดเกิดเหตุเป็นเขต สภ.บางกรวย ทางตนจึงต้องรีบสั่งการให้ร้อยเวรออกไปสอบปากคำพยาน ชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอน ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าไม่ได้มีการเกี่ยงรับคดีดังที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

 

 

ต่อมาเมื่อเวลา 19.43 น. วันที่ 2 มี.ค. 62 ทางเพจเฟซบุ๊ก "รถตระเวนข่าว V.2" ได้รายงานว่า มูลนิธิร่วมกตัญญู มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวน นายนพดล สีทองคำ หรือ นคร71 อาสากู้ภัยประจำจุด จ.นนทบุรี ผู้เคยเป็นข่าวนั่งเฝ้าศพผู้เสียชีวิตกระโดดสะพานพระราม 7 ลงแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่ง นายนพดล นั่งอยู่เป็นเพื่อนศพเพื่อรอเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ ตี3 ยัน7 โมงเช้า เนื่องจากต้องรอให้ตำรวจสรุปท้องที่รับผิดชอบให้ชัดเจนว่า 4 โรงพักในจุดเกิดเหตุ สน.หรือ สภ.ใดมีอำนาจสอบสวน

 

 

กระทั่ง มูลนิธิฯ ได้มีหนังสือออกคำสั่ง ให้อาสากู้ภัยรายนี้ยุติหน้าที่ภาคสนาม ให้มาปฏิบัติหน้าที่ส่วนกลางชั่วคราว เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าว เพื่อต้องการตรวจสอบว่า แท้จริงแล้วเหตุการณ์นี้เกิดจากการประสานงานที่ผิดพลาดระหว่างอาสากับเจ้าหน้าที่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม มีการส่งกำลังใจให้อาสาสมัครรายนี้จำนวนมาก เพราะส่วนใหญ่มองว่า อาสากู้ภัย ทำหน้าที่ได้อย่างน่าชื่นชม พร้อมเสนอแนะว่า หากอาสากู้ภัยรายนี้ถูกตั้งกรรมการสอบสวน ควรจะต้องตรวจสอบการทำงานของตำรวจด้วยเช่นกัน ว่า ทำไมถึงสรุปท้องที่เกิดเหตุโดยใช้เวลานานหลายชั่วโมง

 

 



ล่าสุดทางมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้ออกหนังสือชี้แจงต่อสื่อมวลชนและประชาชน หลังโดนกระแสดราม่าถล่มปมสั่งเด้ง "น้าป้อม" เซ่นไม่ยอมแก้ข่าว โดยระบุว่า....ตามที่มีภาพและข่าวปรากฎตามสื่อต่างๆ กรณี นายนพดล ศรีทองคำเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู รหัสนคร 71 ปฎิบัติหน้าที่เก็บศพผู้เสียชีวิตจากการกระโดดสะพานพระรามเจ็ด เมื่อเวลา 00.03 น.คืนวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนจะพบศพในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงเวลาประมาณ 03.00 น.เศษ แต่จนถึงเวลา 06:00 น. เศษก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจชันสูตรพลิกศพเนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวสองโรงพักของ บช.น.เเละ 2 โรงพัก สังกัด บช.ภ.1 นั้น

 

 

ต่อมาสื่อมวลชนได้มีการนำเสนอภาพและข่าวในประเด็นที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องมานั่งเฝ้าศพจนถึงเช้าเพราะตำรวจ 4 โรงพักไม่มีใครรับเป็นเจ้าของคดีนั้น ซึ่งในข้อเท็จจริงห้วงเวลาดังกล่าวได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเข้าไปในที่เกิดเหตุแล้ว ขาดแต่พนักงานสอบสวนกับแพทย์ ที่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นท้องที่ใด ไม่ได้มีเพียงเจ้าหน้าที่มูลนิธิอยู่ลำพังจึงมีการทักท้วงถามข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ขึ้นทางมูลนิธิร่วมกตัญญูจึงตั้งคณะกรรมการเพื่อหาข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ดังกล่าว

 

 

ดังนั้นเพื่อให้การสอบเป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบ ทางมูลนิธิญ จึงมีคำสั่งให้ นายนพดล ศรีทองคำ มาช่วยงานที่สำนักงานเพื่อให้คณะกรรมการได้ซักถามข้อเท็จจริงทั้งหมด ซึ่งคำสั่งดังกล่าวมิใช่ "การลงโทษ" หรือ "การพักงาน" อย่างที่มีการเผยแพร่ตามสื่อต่างๆโดยเฉพาะสื่อโซเชียล จนก่อให้เกิดกระแสความไม่พอใจเป็นวงกว้างในทำนองคนทำดีแต่ถูกลงโทษ ทางมูลนิธิใคร่ขอเรียนชี้แจงว่า นายนพดล ศรีทองคำ ยังไม่ได้ถูกตัดสินลงโทษใดๆ ทั้งสิ้น หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีความผิดหรือข้อบกพร่องใดๆ นายนพดล สีทองคำ หรือนคร 71 จะกลับไปปฎิบัติหน้าที่ตามปกติต่อไป

 

 

มูลนิธิขอยืนยันว่า เราตระหนักถึงคุณค่าของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครของเราทุกคน หากทำงานบนพื้นฐานของกฎระเบียบของมูลนิธิร่วมกตัญญู และอยู่ภายใต้กฎหมายทางมูลนิธิพร้อมจะปกป้องและช่วยเหลือเจ้าหน้าที่อาสาสมัครของเราอย่างเต็มกำลังความสามารถเช่นกัน ดังนั้นการนำเสนอข่าวสารใดๆ ก็ตามทางสื่อโซเชียลต่างๆ ทางมูลนิธิใคร่ขอความกรุณาทุกๆ ท่านโปรดพิจารณาข้อความข่าวสารให้ถี่ถ้วนรอบคอบ และครอบคลุมในทุกๆ ด้านและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกทุกท่านจะเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นซึ่งมูลนิธิน้อมรับทุกคำติติงหรือกำลังใจจากทุกๆท่านไว้ณโอกาสนี้.

 

 

ข้อมูล : รถตระเวนข่าว V.2 / ล่า

ขอบคุณภาพ : อาสาพระนคร / Nakarin Juanchaiyaphum

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน