เสียงร้องอันโหยหวน หวิดตายหมู่ยกคัน รถทัวร์สายกาญจนบุรี-กรุงเทพมหานครฯ เกิดเหตุเสียหลักถนนลื่นแหกโค้งพุ่งชนเสาไฟฟ้าเข้าอย่างจัง!

Publish 2017-11-06 09:58:27

ฝนตกถนนลื่น รถทัวร์ปรับอากาศชั้น 1 สายกาญจนบุรี-กรุงเทพมหานครฯลื่นไถลแหกโค้งพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางหวิดทำให้ผู้โดยสารกว่า 30 ชีวิตต้องล้มหายตายจาก เดชะบุญคนขับมีสติไม่แตะเบรก บังคับรถไม่ให้พลิกคว่ำ แต่ก็มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ 9 คน มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ จ.กาญจนบุรี รีบนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่ง รพ.อาการปลอดภัย
     เวลา 06.40 ของวันที่ 5 พ.ย.60 ร.ต.อ.ชุมพล เหลืองเอี่ยม รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดอุบัติรถทัวร์ปรับอากาศชั้น 1 ซึ่งวิ่งรับส่งผู้โดยสารระหว่างกาญจนบุรี-กรุงเทพมหานครฯ ของบริษัทเมืองกาญจนบุรีทัวร์ เกิดอุบัติเหตุแหกโค้งพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมากเหตุเกิดบนถนนแสงชูโตช่วงโค้งวิทยุ หมู่ 2 ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วงฯ ฝั่งขาเข้ากาญจนบุรี




 หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพและอาสาสมัครของมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ และระดมกำลังนำร่างผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 9 รายส่ง รพ.สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19ในที่เกิดเหตุพบรถทัวร์ปรับอากาศยี่ห้อเบ็นท์สีฟ้า หมายเลขทะเบียนป้ายเหลือง 10-1826 กาญจนบุรี  หมายเลขข้างรถ เบอร์ 8 ม.1ข จอดอยู่ในสภาพเสียหลักตกถนนพุ่งชนเสาไฟฟ้าทำให้กระจกด้านหน้าแตกและตัวรถทั้ง 2 ด้านพังเสียหาย ขณะเกิดเหตุมีฝนตกลงมาอย่างหนักห่างจากที่เกิดเหตุไปประมาณ 10 เมตร พบกลุ่มผู้โดยสารชาย-หญิงกว่า 30 ชีวิตที่มีทั้งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและไม่ได้รับบาดเจ็บยืนจับกลุ่มในลักษณะขวัญเสียหลังเจอเหตุการณ์ระทึกมาสดๆ ร้อนซึ่งก่อนหน้านี้หน่วยกู้ชีพและอาสาสมัครของมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ ประจำ จ.กาญจนบุรี ได้ระดมกำลังนำผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 9 รายนำส่ง รพ.สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 ไปแล้วแพทย์ได้ทำการรักษาพยาบาลจนอาการปลอดภัย


   เบื้องต้นจากการสอบสวนปากคำนายทองแดง ปีพิมล อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/6 หมู่ 2 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และพนักงานสาวต้อนรับผู้โดยสารบนรถทราบว่า "ก่อนเกิดเหตุได้รับผู้โดยสารจำนวนกว่า 30 คนจากสถานีขนส่งสายใต้ กรุงเทพมหานครฯ เดินทางสู่จุดหมายปลายทาง จ.กาญจนบุรซึ่งเป็นรถเที่ยวแรก ออกเดินทางจากกรุงเทพมหานครฯ เวลาประมาณ 04.30 น.โดยใช้ความเร็วเพียงแค่ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งรถใช้ความเร็วมากกว่านี้ไม่ได้ เนื่องจากรถติดตั้งตัวจับสัญญาณ จีพีเอส. ถ้าหากขับเร็วเกินกว่านี้ สัญญาณจะดังเตือน และเมื่อเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ถนนลื่น ตนจึงได้ขับรถชะลอความเร็วลงเหลือแค่ 80 กิโลเมตรต่อขั่วโมง อยู่ๆ รถก็เกิดโคลงเคลงและลื่นไถลออกนอกเส้นทาง วินาทีนั้นตนไม่กล้าแตะเบรก หากเหยียบเบรก เกรงว่ารถจะพลิกคว่ำทันที จึงพยายามยังคับรถโดยไม่เหยียบคันเร่งจึงทำให้รถหมุนคว้างและเสียหลักพุ่งเข้าชนเส่ไฟฟ้าดังกล่าว เดชะบุญคอนนั้นตนมีสติ ไม่แตะเบรก เพราะถ้าแตะเบรก รถต้องพบิกคว่ำและต้องมีผู้โดยสารล้มหายตายจากอย่างแน่นอน" โชเฟอร์รถทัวร์กล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขา อ.ท่าม่วงฯ ให้มาทำการตัดกระแสร์ไฟฟ้าที่พาดผ่านเสาไฟ เนื่องจากเสาไฟฟ้าขาด และใช้รถยกมาทำการชักลากรถไปไว้ยังที่ปลอดภัย และติดตามสอบสวนจ้อเท็จจริงของการเกิดอุบัติเหตุเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ข่าว/ภาพ วันชัย แก้ววิลัย/สนั่น ศิลปะขจร  ข่าวภูมิภาค/สำนักข่าวทีนิวส์/กาญจนบุรี



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายวันชัย แก้ววิลัย