สาธุ!!!อิ่มบุญกันถ้วนหน้า ชาวพุทธหลั่งไหลสรงน้ำพระธาตุดอยป่าตาลในวันวิสาขบูชา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เพื่อความเป็นสิริมงคล

Publish 2017-05-10 19:50:11

ที่ จ.ลำปาง (10 พฤษภาคม 2560) ตลอดทั้งวันประชาชนชาวพุทธหลั่งไหลเดินทางร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง สรงน้ำพระธาตุวัดดอยป่าตาล ร่วมกันห่มผ้าองค์ผ้าธาตุ และรูปเหมือนครูบาศรีวิชัย ภายในวัดดอยป่าตาล หมู่ที่ 8 บ้านเหล่ามะกอก ต.เถินบุรี อ.เถิน จ.ลำปาง  สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเถิน โบราณสถาน มีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี เนื่องในวันวิสาขบูชาของทุกปีทางวัดได้ร่วมกับคณะศรัทธา และสำนักงานสภาวัฒนธรรมอำเภอเถินจัดขึ้น เพื่อให้ประชาชนชาวพุทธน้อมรำลึกถึงคุณขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า 3 ประการ ในวันวิสาขบูชา อันประกอบด้วยพระวิสุทธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ เป็นวันที่เกิดความอัศจรรย์พร้อมกัน 3 อย่าง ได้แก่ ประสูต ตรัสรู้ และปรินิพพาน และร่วมกันทำนุบำรุงพุทธศาสนา และนำหลักธรรมคำสอนมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต  โดยบรรยากาศช่วงเช้า ว่าที่ร้อยตรีศตวรรษ บุนนาค นายอำเภอเถิน ได้นำประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห่ง พระสงฆ์ 9 รูป ที่เดินลงจากบันใดนาคด้านทิศตะวันออก มาตามถนนทางขึ้นลานพระธาตุ ระยะทางเกือบ 200 เมตร โดยมีพระครูมงคลเกษม หรือหลวงปู่ครูบาเสน เขมจาโร เกจิอาจารย์ดัง แห่งวัดผาปังหลวง นั่งรถเข็นบิณฑบาตอยู่ในหัวขบวน  พร้อมทั้งเจริญบริกรรมมงคลคาถาให้กับประชาชนที่มาร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับผู้มาร่วมงาน ท่ามกลางบรรยากาศความสงบเรียบร้อย อย่างสวยงาม จากนั้นพระสงฆ์ และประชาชนได้ร่วมกันนำผ้าอาบน้ำฝนหรือจีวรผืนใหญ่ที่เตรียมไว้ ห่มองค์พระธาตุ โดยเปลี่ยนผ้าห่มผืนเก่าออก รวมทั้งเปลี่ยนผ้าห่มจีวรรูปเหมือนครูบาศรีวิชัย ซึ่งมักจะปฏิบัติทำกันมาเป็นประจำทุกปี ในวันวิสาขบูชา ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี



ตลอดทั้งวันพุทธศาสนิกชนยังคงเดินทางมากราบไหว้บูชาองค์พระธาตุวัดดอยป่าตาลกันอย่างเนืองแน่น นอกจากจะได้ร่วมกันสรงน้ำพระธาตุอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว ประชาชนยังได้ร่วมกันสรงน้ำรูปปั้นพระโคอุสุภราช ที่บริเวณบันใดนาคด้านทิศตะวันออก เพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนในช่วงค่ำก็จะมีพิธีเวียนเทียนรอบพระธาตุอันศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย   สำหรับงานบุญประเพณีสรงน้ำพระธาตุวัดดอยป่าตาล ปีนี้ ทางวัดได้งดกิจกรรมงานรื่นเริง โดยถือจัดแบบเรียบง่ายแบบชาวล้านนา เนื่องจากอยู่ในห่วงถวายความอาลัย การเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 อีกทั้งวิหารที่สร้างขึ้นในสมัยครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา เมื่อปี พ.ศ.2471 ซึ่งอยู่ในสภาพทรุดโทรม และกำลังอยู่ในระหว่างการบูรณะปฏิสังขรณ์จากกรมศิลปากร และยังไม่เปิดให้ประชาชนเข้าไปเยี่ยมบริเวณห้องโถงด้านใน เนื่องจากยังไม่เรียบร้อย แต่ก็ไม่ถือว่าขัดต่อศรัทธา นักศีล นักบุญ ยังคงหลั่งไหลเดินทางเข้ามาที่วัดกันไม่ขาดสาย

 


สำหรับวัดพระธาตุดอยป่าตาล ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากร ให้เป็นโบราณสถานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2477 ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2264 เดิมชื่อวัดม่อนวัวนอน หรือวัวดอยม่อนวัวนอน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอเถิน มีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี ตามตำนากล่าวว่า ในอดีตชาติของพระโพธิสัตว์ ปางเสวยพระชาติเป็นพญาวัว อุสุภราช อันกำเนิดแก่พ่อวัวแม่วัวแดง โดยได้อาศัยทางทิศตะวันออกของแม่น้ำวัง ได้รอนแรมมาสู่ทิศตะวันตกของแม่น้ำวัง ซึ่งเป็นดอยอันร่มเย็น อันเป็นที่อาศัยของบรรดาสัตว์นานาชนิด มียักษ์ใหญ่ 3 ตนขุมแก้วคำขุมแก้วเงิน โดยแม่วัวเคยพาพระโคอุสุภราชมานอน จึงได้ชื่อว่า ม่อนวัวนอนคนโบราณจึงเรียกว่าวัดดอยม่อนวัวนอน โดยการค้นพบของพระเถระจันทร์ ศิษย์ของพระมหาสังฆเถระอาทิตย์ โดยที่พระเถระจันทร์ได้ขึ้นไปเก็บต้นยาบนม่อนดอย พบพระธาตุแผ่นจารึกและผอบทองคำ จึงได้ทำการบูรณะเจดีย์ และโดยตำนานกล่าวต่อว่าจะมีนักบุญเดินทางมาจากทางทิศอุดร มาทำการบูรณะวัดดอยป่าตาลให้เป็นปูชนียสถานสืบต่อไป

 

ในปี พ.ศ. 2471 ครูบาเจ้าศรีวิชัย หรือครูบาศิลธรรม ผู้มีบุญบารมีถืออรัญวาสีแคร่งครัดในจริยวัตร ได้เดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่ โดยที่ท่านได้นำคณะสานุศิษย์และคณะศรัทธาในอำเภอเถินและอำเภอใกล้เคียงร่วมกันสร้างสิ่งต่างๆ ณ วัดดอยป่าตาล เช่น วิหาร เจดีย์ โดยที่ในเวลาต่อมากรมศิลปากรได้ขึ้นบัญชีไว้ว่าเป็นโบราณสถานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2477 โดยได้ถือว่าเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองเถินมานาน และเมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี ประชาชนจะพร้อมใจกันไปนมัสการและสรงน้ำพระธาตุวัดดอยป่าตาลเป็นประจำทุกปี จึงถือเป็นประเพณีสรงน้ำพระธาตุวัดดอยป่าตาลสืบมาจนถึงปัจจุบัน.

ภาพ/ข่าว ชัยวัฒน์ เป๋าสมบัติ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ลำปาง 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายชัยวัฒน์ เปาสมบัติ
HASTAG :