กราบหัวใจ!! "หนุ่มไทใหญ่" ลืมกระเป๋าเงิน 2 แสน ขณะเดินทางกลับบ้านเกิด แทบหมดตัว ก่อนมีแท็กซี่คนดี เก็บคืนให้ ซึ้งใจบุญคุณจนวันตาย!!

Publish 2017-03-21 17:49:27

วันที่ 21 มี.ค.60  ที่ สภ.รัตนธิเบศร์  นายขุน ตาเสา อายุ 46 ปี พร้อมบุตรชายคือนายแสง ตาเสา อายุ 24 ปี  สองพ่อลูกชาวไทยใหญ่ฝั่ง 12 ปันนา และนายสิรภพ พูลผล อายุ 51 ปี คนขับแท็กซี่ โตโยต้า รุ่นแอลติส สีชมพู ทะเบียน ทว-3982 กรุงเทพ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก. ร.ต.ท.ชิตพงศ์ ช่างประดิษฐ์ ร้อยเวรสอบสวนคดีอาญา เพื่อเป็นพยานในการส่งมอบเงินสด จำนวน 126,800 บาท เงินสกุลหยวน 8,000 หยวน คิดเป็นเงินไทย 40,000 บาท รวมทั้งสิ้น 166,800 บาท พระพุทธรูปปางสมาธิ สูง 7 นิ้ว  พร้อมจีวรพระอีกนับสืบผืน กระเป๋าสะพายสีดำอีกหนึ่งใบ



โดยของทั้งหมดนี้นายขุนกับนายแสง สองพ่อลูกชาวไทยใหญ่จากที่ราบสูงฝั่ง 12 ปันนา ลืมทิ้งไว้ในรถแท็กซี่ของนายสิรภพ เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 20 มี.ค.60 ที่ผ่านมา ระหว่างว่าจ้างจากย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี ให้ไปส่งที่ขนส่งหมอชิตแล้วสองพ่อลูกลืมทิ้งไว้ท้ายกระโปรงรถแท็กซี่

นายขุน เล่าเหตุการณ์ด้วยความตื่นเต้นว่าตนมาทำอาชีพปลูกผักขายย่านบางใหญ่ เมื่อวานช่วงเที่ยงๆพร้อมลูกชายและญาติรวม 5 คน ได้ว่าจ้างรถแท็กซี่ของนายสิรภพให้ไปส่งที่ขนส่งหมอชิต เพื่อเดินทางกลับบ้านเกิดที่ 12 ปันนา โดยนำสัมภาระ กระเป๋าเดินทางหลายใบใส่ไว้ในกระโปรงท้ายรถแท็กซี่ของนายสิรภพ

 

 

เมื่อถึงขนส่งหมอชิตด้วยความรีบเร่งไม่ทันได้สังเกตว่ายังมีกระเป๋าอีกหนึ่งใบที่ไม่ได้ขนลงมาซึ่งกระเป๋าใบนี้ภายในมีเงินสด 126,800 บาท เงินสกุลหยวน 8,000 หยวน คิดเป็นเงินไทย 40,000 บาท รวมเป็นเงิน 166,800 บาท พระพุทธรูปปางสมาธิ ขนาด 7 นิ้ว จีวรพระอีกกว่า 10 ผืน ที่เพื่อนฯญาติสนิทรวบรวมกันฝากตนไว้เพื่อนำกลับไปทำบุญที่บ้านเกิดที่บ้านใน 12 ปันนา


ระหว่างนั้นตนกับบุตรชายทำอะไรไม่ถูกเลย ตั๋วรถโดยสารจำนวนหลายใบที่ซื้อไว้ก็ไม่ได้เดินทางกลับ เมื่อคิดขึ้นมาได้จึงไหว้วานให้พรรคพวกช่วยประสานไปที่รายการ จส.100 เพื่อตามหาตัวแท็กซี่รายนี้จนกระทั่งเจอตัวและนัดหมายกันให้มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเป็นพยานในการส่งมอบทรัพย์สินคืน ส่วนนายสิรภพ คนขับแท็กซี่ เปิดเผยว่าหลังส่งพ่อลูกลงที่หมอชิตแล้วตนก็ขับรถรับส่งผู้โดยสารตามปกติจนถึงเย็นๆก็ขับกลับบ้านพัก เลขที่ 102/23 ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี

 

 

จนกระทั่งช่วงเช้าจะออกรถไปเปิดกระโปรงท้ายรถเพื่อหยิบกระป๋องน้ำมันเครื่องมาเติมก็เห็นกระเป๋าสะพายสีดำซุกอยู่ในซอกถังแก๊ส จึงรีบบอกภรรยาให้ทราบจนกระทั่งรายการ จส.100 ติดต่อมาที่ตน ตนจึงบอกไปว่ากระเป๋าอยู่ที่ท้ายรถของตน และให้เบอร์โทรศัพท์กับทาง จส.100 พร้อมให้ผู้เสียหายติดต่อโดยตรงมาที่ตนเอง จากนั้นจึงนัดแนะกันมาที่ สภ.รัตนาธิเบศร์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นพยานในการส่งมอบทรัพย์สินคืน หลังจากตรวจนับเงินสดและสิ่งของต่างๆว่าอยู่ครบแล้วทางนายขุนกับบุตรชายจึงมอบเงินสด จำนวน 3,000 บาท ให้กับนายสิรภพ คนขับแท็กซี่รายนี้ ซึ่งนาย สิรภพ เองก็ขอร่วมทำบุญกับสองพ่อลูกรายนี้ จำนวน 1,000 บาท  โดยขอรับไว้เพียง 2,000 บาท ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานแล้วแยกย้ายกันเดินทางกลับไป

 

 

ภาพ/ข่าว วิสันต์ ลือประดิษฐ์ 

เรียบเรียง รัตติยา เสสันเทียะ


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

รัตติยา เสสันเทียะ