อ.ชูชาติฝากให้คิดจะไหวหรือ  พรรคพปชร.ผุดไอเดียทีมศก. เห็นชื่อนฤมล โฆษกรัฐนำทีม

อ.ชูชาติฝากให้คิดจะไหวหรือ พรรคพปชร.ผุดไอเดียทีมศก. เห็นชื่อนฤมล โฆษกรัฐนำทีม

Publish 2020-06-28 13:15:52


กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อล่าสุด อ.ชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวความว่า ".....นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นำทีมกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐชุดใหม่แถลงข่าว โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า




.....โฉมหน้าทีมเศรษฐกิจใหม่ของพรรคจะนำโดยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ และคนมีชื่อเสียงของประเทศ ขอให้รอตกผลึกอีกครั้ง
.....อดสงสัยไม่ได้ว่า จะไหวหรือ ? เพราะถ้าพิจารณาจากการที่นางนฤมลที่ทำหน้าที่โฆษกของรัฐบาลเป็นเวลา 1 ปีเศษ การทำงานที่ปรากฎต่อสาธารณชนก็คือไม่ต่างกับรัฐบาลชุดนี้ไม่มีโฆษก


.....ท่านนายกรัฐมนตรีคงทราบดี จึงได้แต่งตั้งให้นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เป็นโฆษก ศบค. เพราะถ้าให้โฆษกรัฐบาลเป็นผู้แถลงข่าวเรื่องโควิด-19 เชื่อได้เลยว่าประชาชนจะไม่รับฟัง การให้ความร่วมมือของประชาชนจะไม่เกิดขึ้น เมื่อประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ การแก้ปัญหาโควิด-19 คงไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้


.....วิกฤติเศรฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลกเพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยในขณะนี้ ควรต้องมีความสามารถที่ประชาคมโลกยอมรับในระดับเดียวกับ
.....นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การค้าโลกและอดีตเลขาธิการอังก์ถัด หรือนายกรณ์ จาติกวณิช ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นรัฐมนตรีคลังโลก
.....อาจเป็นการติเรือทั้งโกลน แต่เป็นการดูจากผลงานที่ผ่านมาประชาชนไม่เชื่อถือ และด้วยความเป็นห่วงประเทศชาติ ครับ"

 

 


 



โดย ก่อนหน้านั้น นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แถลงเปิดใจภายหลังได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคพลังประชารัฐ ให้เป็นเลขาธิการพรรค พร้อมทั้งยังมีการเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ว่า ผมต้องขอกราบขอบพระคุณสมาชิกทุกท่าน เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. และกรรมการบริหารพรรคที่ได้มอบความไว้วางใจเลือกผมเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งการประชุมวันนี้ได้รับความร่วมมือจากกรรมการบริหารพรรคชุดเก่าเป็นอย่างดี การประชุมใหญ่ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยมีการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ขึ้นมา ซึ่งพวกเราไว้วางใจเลือก พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าพรรค เป็นที่น่ายินดีแทนสมาชิกทุกท่านที่เราได้ท่านพลเอกประวิต มาเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งจากการได้สัมผัสหัวหน้าพรรคคนใหม่สิ่งที่ได้รับคือความตั้งใจ ความจริงใจ ที่จะเห็นพรรคพลังประชารัฐเป็นสถาบันการเมืองอันดับต้นๆ ของเมืองไทยท่านต้องการเห็นความเป็นเอกภาพของสมาชิกพรรค ต้องการเห็นพรรคเป็นเสาหลักของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตลอดไป

 


ทั้งนี้ ที่ผ่านมา พลเอกประวิตร เสียสละแรงกาย แรงใจ ในการบากบั่นทำงานทั้งในส่วนของพรรคที่ท่านเป็นประธานยุทธศาสตร์ พร้อมทั้งช่วยหล่อหลอมรวมใจของสมาชิกพรรคให้เป็นหนึ่งในการที่จะทำงานร่วมกัน ท่านยังเสียสละเดินทางเกือบทุกวันไปเยี่ยมเยียนแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกือบทั้งประเทศ ท่านเดินทางเกือบทุกอาทิตย์ สิ่งที่ผมได้รับจากท่านหัวหน้าพรรคนั้น ผมได้ยืนยันกับสมาชิกกับพี่น้องประชาชนว่าท่านหัวหน้าพรรคที่ทุ่มเท เสียสละ แล้วที่ท่านพูดอยู่เสมอว่าสิ่งที่ท่านต้องการให้เกิดขึ้นในแผ่นดินไทย คืออยากเห็นพี่น้องประชาชนมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อยากเห็นประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง และอยากเป็นกำลังสำคัญของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการที่จะบริหารบ้านเมืองให้ก้าวสู่ความเจริญรุ่งเรืองทำให้พี่น้องประชาชนมีกินมีใช้และมีความสุข ซึ่งผมต้องกราบขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งต่อท่านสมาชิกที่ได้มอบความไว้วางใจให้ตัวผม ซึ่งผมขอสัญญาและให้คำมั่นว่าผมจะทำงานเพื่อให้พรรคเจริญรุ่งเรือง เป็นเสาหลักในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เช่นเดียวกับท่านหัวหน้าพรรค และจะพยายามทำงานตอบสนองต่อสมาชิกพรรคทำงานตอบสนองต่อพรรคและตอบสนองต่อความไว้วางใจของพี่น้องประชาชนที่มอบความไว้วางใจเลือกพรรคพลังประชารัฐจนมีคะแนนท่วมท้นได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

 


สำหรับการทำงานภายในพรรคพลังประชารัฐหลังจากนี้ ท่านหัวหน้าพรรคได้มีการรวบรวมบรรดาสมาชิกพรรค ทั้ง ส.ส. รัฐมนตรี บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ นักวิชาการ ภาคธุรกิจ เอกชน รวมทั้งคนรุ่นใหม่ ในการจัดทำนโยบายเพื่อที่จะตอบสนองต่อความต้องการของประเทศในยุคที่เราต้องการเสริมสร้างเศรษฐกิจของเมืองไทย ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิค-19 ซึ่งหัวหน้าพรรคได้สั่งการว่าให้พรรคออกนโยบายเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ และผมมีความเชื่อมั่นในทีมของผม ซึ่งมีนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเหรัญญิกพรรค ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เข้ามาร่วมทีมด้วย มั่นใจว่าเราทำได้แน่ในการทำให้เศรษฐกิจของประเทศชาติดีขึ้นอย่างแน่นอน ให้คอยดูได้เลยครับ ผมยืนยันด้วยความมั่นใจว่าทีมงานของเรานั้นจะนำพาประเทศชาติ นำทางเศรษฐกิจสังคมและการเมือง ไปสู่ความเจริญตามที่ท่านหัวหน้าพรรคและสมาชิกทุกท่านคาดหวัง ว่าพรรคของเราจะนำพาความสุข ความกินดีอยู่ดี มาสู่พี่น้องประชาชน ผมคิดว่าผมทำได้แน่นอน

 

 

โดยทีมที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจนั้น จะมีคนมีชื่อเสียงในระดับประเทศ ซึ่งจะมีการเปิดเผยในที่ประชุมพรรควันอังคารนี้(30 มิ.ย.) 
ขอยืนยันว่าบุคคลที่เข้ามา ไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ตัว แต่ทำเพื่อประเทศชาติ เพราะเรามีหัวหน้าพรรคที่มีความรัก ความเอื้ออาทร และความสนใจที่จะทำให้สมาชิกพรรคเกิดความสามัคคีกันอย่างแน่นอน ผมเชื่อมั่นอย่างนั้น

 

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางพรรคจะมีการจัดตั้งทีมเศรษฐกิจชุดใหม่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า พรรคจะดำเนินการคู่ขนานเพื่อที่จัดทำนโยบายควบคู่ไปกับทางรัฐบาล และจะนำเสนอไปสู่นายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะนำนโยบายดีๆ ที่ผมมั่นใจว่าถ้าเราเปิดออกมา ประชาชนจะได้เห็นสิ่งที่ดีๆ เกิดขึ้นในประเทศอย่างแน่นอน พร้อมยืนยันว่าการเข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรคในครั้งนี้ไม่ได้มองไปถึงเรื่องต้องการมีตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี เราไม่ได้เกี่ยวกับกลุ่มก๊วน ไม่ได้เกี่ยวกับ ครม. ผมทำงาน พวกท่านก็เห็นอยู่ผมไม่ใช่นักพูด ผมมีสมองกับหน้าที่ที่ผมจะต้องทำงานให้สำเร็จลุล่วงซึ่งเป็นอย่างนั้นมาตลอด ผมไม่ค่อยเป็นข่าว เพราะผมไม่ถนัดพูด แต่ผมยืนยันว่าผมเป็นนักคิดนักทำ และนักปฏิบัติ เรื่อง ครม. เป็นเรื่องไกลตัว ผมไม่เคยพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าว
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;