เปลือยชีวิต ปึ้ง สุรพงษ์ ก่อนลาโลก รับใช้นช.ทักษิณ จนโดนโทษคุก ป่วยมะเร็ง

เปลือยชีวิต ปึ้ง สุรพงษ์ ก่อนลาโลก รับใช้นช.ทักษิณ จนโดนโทษคุก ป่วยมะเร็ง

Publish 2020-05-20 17:40:37


สืบเนื่องจากรายงานข่าวว่า   นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล หรือ ปึ้ง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  รวมถึงยังเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย  และอีกหลายตำแหน่งทางการเมืองในยุครัฐบาล ครอบครัวชินวัตร ได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคมะเร็งตับ ที่โรงพยาบาลศิริราชฯ ในวัย 67 ปี หลังจากเข้ารับการรักษาตัวมาโดยตลอด 



ศาลฎีกาพิพากษาแก้โทษ สุรพงษ์ อดีตรมว.ต่างประเทศ ออกพาสปอร์ตให้ นช.ทักษิณ เหตุเจ้าตัวป่วยหนัก

ตามข้อมูลส่วนตัว พบว่า นายสุรพงษ์   เกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2496 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ถูกระบุว่าเป็นญาติของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  เนื่องจากนางสุมาลี โตวิจักษณ์ชัยกุล น้าของนายสุรพงษ์  แต่งงานกับนายเสถียร ชินวัตร  ผู้เป็นอาของ นายทักษิณ ชินวัตร   


ขณะเดียวกันก่อนจะถึงวาระสุดท้าย  ย้อนกลับไปเเมื่อต้นเดือน ก.พ.2560    คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติ  ชี้มูลความผิดทางอาญาต่อนายสุรพงษ์ กรณีออกหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ให้กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกออกหมายจับในคดีร่วมกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก่อการร้าย และคดีอื่นๆ ขัดต่อระเบียบข้อบังคับกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ข้อ 21 (2) (3) (4) 

 

หลังจากนั้น ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  ได้อ่านคำพิพากษาคดีนี้  เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2561   พิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ    กระทำการสนับสนุนช่วยเหลือนายทักษิณ ซึ่งเป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก  และหลบหนีหมายจับในคดีข้อหาความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ สามารถเดินทางในต่างประเทศได้โดยสะดวก  รวมถึงอยู่ในต่างประเทศโดยไม่ผิดกฎหมาย และรัฐบาลไทยไม่อาจขอให้รัฐบาลประเทศนั้น  ขับออกจากประเทศหรือส่งผู้ร้ายข้ามแดน อันเนื่องจากเหตุที่ไม่มีหนังสือเดินทางได้


ส่งผลให้กระบวนการยุติธรรมและคำพิพากษาของศาลยุติธรรมไทยอ่อนแอและไม่มีสภาพบังคับตามลำดับ นอกจากนี้ยังส่อให้เห็นถึงความไม่เป็นเอกภาพของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐของไทยในสายตาประชาคมโลก ซึ่งกระทบกระเทือนต่อชื่อเสียงและเกียรติภูมิของประเทศ เป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับนายทักษิณ อันเป็นการกระทำโดยมิชอบและโดยทุจริต

 


องค์คณะผู้พิพากษาเสียงข้างมากพิพากษาว่า  จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) และ  พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี เนื่องจากพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าการกระทำความผิดของจำเลย  มีเจตนาช่วยเหลือผู้ต้องโทษตามคำพิพากษาของศาลซึ่งหลบหนีให้สามารถเดินทางในต่างประเทศได้สะดวก และเป็นผลบั่นทอนความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย จึงไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษ แต่จำเลยยื่นอุทธรณ์ในคำสั่งศาลฎีกาฯ

 

 อ่านข่าว - ศาลฎีกาพิพากษาแก้โทษ สุรพงษ์ อดีตรมว.ต่างประเทศ ออกพาสปอร์ตให้ นช.ทักษิณ เหตุเจ้าตัวป่วยหนัก

 

กระทั่งเมื่อวันที่ 10 ต.ค.  2562  ที่ผ่านมา   องค์คณะศาลฎีกาฯ  ได้นัดอ่านคำวินิจฉัยอุทธรณ์ คดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุรพงษ์   เป็นจำเลย ฐานกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ กรณีออกพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ให้  นายทักษิณ ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมิชอบ   โดยนายสุรพงษ์ในฐานะจำเลย  ได้นั่งวีลแชร์เข้าฟังคำพิพากษาศาลฎีกานักการเมือง ชั้นอุทธรณ์วินิจฉัย พร้อมทั้งระบุว่าตนเองเป็นโรคมะเร็งระยะลุกลาม

 

ท้ายสุด  ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษา ยืนโทษจำคุก  นายสุรพงษ์ เป็นเวลา  2 ปี  พร้อมสั่งปรับเงิน 1 แสนบาท แต่เนื่องจากจำเลยป่วยหนัก และไม่เคยปรากฏความผิดมาก่อน  โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญา เป็นเวลา 2 ปี 

 

โดย นายปรีชา ศรีเจริญ ทนายความของนายสุรพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า นายสุรพงษ์ได้ขอยื่นประกันตัวด้วยหลักทรัพย์มูลค่า 5 ล้านบาท และศาลอนุญาตให้ประกันตัวได้  โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามนายสุรพงษ์ออกนอกประเทศ   จากนั้นข่าวคราวนายสุรพงษ์ก็เงียบหายไป จนกระทั่งมาถึงวาระสุดท้ายชีวิต



ทั้งนี้ชะตาชีวิตของ นายสุรพงษ์  ในฐานะนักการเมืองที่ยอมทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือ นายทักษิณ ชินวัตร  นักโทษหนีคดีอาญา  ครั้งหนึ่ง ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร เคยโพสต์บทกลอนแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า 


ทั่น รัฐมนตรีสุรพงษ์ จากพญาหงษ์ ลงสู่เหว
เพราะไม่แตก แยกดี-เลว
เลยแหลกเหลว สู่เหวลึก

สุรพงษ์
เคยทะนง เป็นม้าฝึก
ทำผยอง คะนองศึก
เมื่อเสร็จศึก ระทึกระทม

สุรพงษ์
คนคอยชง คอยช่วยชม
ถูกครับนาย ใช่ครับผม
จบด้วยปม พาสปอร์ต

สุรพงษ์
กรรมยังคง ตามตลอด
ทำความผิด อย่าคิครอค
พวกมดมอด การเมืองไทย

สุรพงษ์
ความซื่อตรง เคยมีไหม
เมื่อทำผิด ไม่กลับใจ
ก็ควรไป ชดใช้กรรม
 

จักษ์ ฟันธ์ชูเพชร
31 มีนาคม 2560

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าว
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;