บิ๊กตู่ตอบปมธนินท์จะมาเป็นนายกฯ แจงชัดมงคลกิตติ์ขอจองศธ.

บิ๊กตู่ตอบปมธนินท์จะมาเป็นนายกฯ แจงชัดมงคลกิตติ์ขอจองศธ.

Publish 2019-05-21 14:17:34


จากกรณีวันนี้(21พ.ค.) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกล่าวถึงผลงาน 5 ปี คสช. ที่จะครบรอบในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ว่า เชื่อว่าทุกคนอยากให้ทำต่อเนื่องในเรื่องที่สำคัญ ซึ่งยังแก้ไขไม่ได้ทั้งระบบ เช่น เรื่องที่กฎหมายยังไม่พร้อม เพราะการบริหารประเทศต้องมีความยั่งยืน การทำงานนั้นต้องมีนายกรัฐมนตรีและ ครม.ที่มีประสิทธิภาพ แต่ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบ้าง ดังนั้น ทุกคนจำเป็นต้องปรับตัว เชื่อว่านักการเมืองทุกพรรคต้องการแบบนี้ เพราะประชาชนได้เลือกตั้งมาแล้ว นักการเมืองก็ต้องรับฟังความคิดเห็นในสิ่งที่ประชาชนต้องการ ต้องทำให้ถูกต้องตามขั้นตอน ไม่ใช่แก้ปัญหาหนึ่งแล้วเจออีกปัญหาหนึ่ง แล้วกลับมาถมทับปัญหาเดิม




 

“ถ้าถามในฐานะหัวหน้า คสช.ว่าพอใจผลงานที่ผ่านมาหรือไม่ ก็ต้องตอบว่าพอใจ เพราะทุกเรื่องที่ได้ทำนั้น แก้ไขปัญหาที่หมักหมมยาวนานหลายเรื่อง เช่น เรื่องความสงบเรียบร้อย การแก้ปัญหาชาวนา ปัญหาการจำนำข้าว คดีทุจริตคอรัปชั่น คนจนถูกเอาเปรียบ การคืนโฉนดให้ชาวบ้าน หนี้นอกระบบ การปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัยและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และวันนี้ ยังเป็นปัญหาอยู่มากพอสมควร จึงขอร้องอย่าเพิ่งออกมาต่อต้าน วันก่อนผมได้ไปฟังเทศน์มา พระท่านพูดถึงเรื่องกาลเทศะ การวางตัว การพูดจา รวมถึงการแต่งกาย ซึ่งทุกอย่างต้องถูกกาลเทศะ คือการทำอะไรก็ตาม ที่ไม่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่สบายใจ ทำในสิ่งที่ถูกต้อง โดยทำทุกอย่างให้เหมาะกับสถานการณ์บ้านเมือง ทั้งการพัฒนาและปฏิรูปประเทศ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

 

 



 

ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวอีกว่า คสช.ยังมีผลงานที่ทำมาอย่างดี เช่น ด้านการค้ามนุษย์ แก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย แก้ไขปัญหาการบินพลเรือน การฟื้นฟูป่า ปราบผู้มีอิทธิพล จัดระเบียบสังคม จัดระเบียบวินรถตู้และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง พัฒนาแม่น้ำคูคลองให้สะอาด ซึ่งวันนี้ต้องแก้กันต่อ รวมถึงแก้ปัญหาปากท้อง โดยที่ผ่านมาได้วางรากฐานประเทศไว้หลายอย่าง โดยเฉพาะโครงสร้างเศรษฐกิจ และความเชื่อมโยงด้านการคมนาคม ซึ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ เช่น บัตรสวัสดิการคนจน ทั้งนี้ อนาคตก็แล้วแต่ว่ารัฐบาลหน้าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยทั้งหมดที่ทำมานั้น สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศชาติ ส่วนเรื่องที่ยังเป็นปัญหา ก็เป็นเรื่องของรัฐบาลใหม่ที่จะทำต่อ

 

“ปัญหาของเราวันนี้ คือปัญหาของผู้มีรายได้น้อย ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพอิสระและบริการ ซึ่งผมคิดว่าจะส่งต่อให้รัฐบาลใหม่ และขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลใหม่จะสานต่ออย่างไร เชื่อว่าทุกคนอยากทำงานการเมือง เพื่อดูแลประชาชน ดังนั้น ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐบาลและครม. รวมถึงการเดินหน้าต่างๆ ก็ขอความกรุณาให้เดินไปตามขั้นตอน เพราะถ้ามาถามในตอนนี้ ก็จะมีปัญหาทั้งหมด เชื่อว่าทุกพรรคต่างมีนโยบายของตัวเองหมดแล้ว รัฐบาลใหม่สามารถนำนโยบายจากทุกพรรค มาผนวกรวมกับนโยบายหลักได้ แต่ขั้นตอนการปฏิบัติ ต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณที่มีอยู่ด้วย มิเช่นนั้นจะเกินสัดส่วนการใช้จ่าย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

 

นอกจากนี้พลเอกประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีสื่อฮ่องกงรายงานว่า นายกฯของไทยคนต่อไปคือนายธนินท์ เจียรวนนท์ อดีตผู้บริหารเครือซีพี ได้ยินข่าวนี้หรือไม่ ว่า “เป็นไปได้ยังไง ผมไม่รู้เหมือนกัน”

 

เมื่อถามว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ คนต่อไปจะพิจารณากรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ อยากเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการหรือไม่ โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่คิด วันนี้ทุกพรรคเขาก็หารือกันเอง อย่าเอาตนเข้าไปเกี่ยวข้องเลย ฉะนั้น ตนยังไม่ไปก้าวล่วงตรงนี้ เป็นเรื่องของคนที่คาดว่าจะเป็นรัฐบาล เขาก็คุยกันมา ตนคิดว่าทุกอย่างอยู่ที่การพูดคุยให้เข้าใจให้รู้เรื่องว่าบ้านเมืองต้องการอะไรในขณะนี้ ถ้าเราทำล่าช้าเกินไปก็มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นต่างประเทศ การค้าการลงทุนถ้าหยุดชะงักจะทำอย่างไร สงครามการค้าก็เกิดในขณะนี้ ฉะนั้น เราต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับต่างชาติเพราะมีผลกับการลงทุนของเราด้วย ขณะเดียวกัน เราก็ต้องดูแลคนภายในของเรา

 

 

เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ ที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) จะเสนอให้โหวตนั้น ทางพรรคได้หารือถึงตำแหน่งรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงที่จะจัดวางหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกัน ให้เขาคุยกันมา ถ้าเขาคุยกันได้เรื่องอย่างไรกับคนที่ถูกวางตัวเป็นรัฐมนตรีใหม่ จากนั้นก็ต้องนำมาให้นายกฯ เป็นคนตัดสินใจ ซึ่งตนยังตัดสินใจไม่ได้ เพราะตนยังไม่ได้เป็นนายกฯใหม่ ขณะนี้คิดว่าเขาคงคุยกันและวันนี้บางพรรคเพิ่งจะประชุม ยังไม่ได้ข้อยุติทั้งสิ้น

 

“ผมก็หวังแต่รัฐบาลใหม่เขาจะทำต่อเนื่องไป อะไรที่มันดีก็ทำต่อ ที่ไม่ดีก็แก้ไขแค่นั้น ฉะนั้น การเมืองมันน่าจะเป็นอย่างนั้น ไม่ใช่มุ่งเอาชนะคะคานกัน และตำแหน่งเหล่านี้มันไม่ใช่ขายของ ทุกคนมองเป็นเรื่องการขายของ พอพูดไปมากๆ เข้า เขาจะเชื่อมั่นรัฐบาลเราหรือ กลายเป็นต่อรองอะไรกันเยอะแยะไปหมด ผมว่าเขาคุยกันรู้เรื่องหนา”

 

 

 

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าวการเมือง
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;