ณัฏฐพลตอกหน้าธนาธร ปมหุ้นสื่อ ท้าฟ้องเองเลยนะครับ พร้อมรับคำตัดสินแบบลูกผู้ชาย

"ณัฏฐพล"ตอกหน้า"ธนาธร" ปมหุ้นสื่อ ท้าฟ้องเองเลยนะครับ พร้อมรับคำตัดสินแบบลูกผู้ชาย

Publish 2019-05-02 12:38:33


(2 พ.ค.62) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคพลังประชารัฐ และกรรมการบริหารพรรค โพสต์ข้อความ ผ่านเฟสบุ๊ค Nataphol Teepsuwan - ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ระบุว่า....

 

จากกรณีที่คุณธนาธรได้โพสต์ FB พาดพิงผมในเรื่อง บริษัททำสื่อฯ ขออธิบายหลักการกฏหมายแบบสั้นๆ ง่ายๆ ครับว่า

 

หากผมถือหุ้นในบริษัทสื่อฯ หรือจะผิดพลาดที่ไม่ได้ขายหรือโอนในกฏเกณฑ์ของ กกต ตามกรอบกฏหมาย ผมก็หลุดจากการเป็น สส ครับ ง่ายๆ ตรงๆ ไม่มีอ้อมไปมาครับ และก็จะพร้อมรับคำตัดสินแบบลูกผู้ชาย



ส่วนตัวผม ชัดเจนอยู่แล้วครับ มีบริษัท ที่ทำโรงเรียน อีกบริษัททำอสังหาฯ สื่อมวลชนไปตรวจสอบก่อนได้เลย แต่ของดการมาสอบถามกันช่วงนี้ครับ

 

เพราะช่วงเวลาภายในสัปดาห์นี้ถือเป็นช่วงเวลามหามงคลของประเทศชาติ เป็นเวลาพิเศษสำหรับคนไทยทุกคน

ผมอยากให้สื่อมวลชนช่วยนำพื้นที่ข่าวให้ความรู้แก่ประชาชนเรื่องราชพิธีมากกว่าประเด็นการเมือง เพราะผมว่าคนไทยที่เกิดมาส่วนใหญ่ น่าจะมีโอกาสนี้ที่จะได้เห็นพระราชพิธี เป็นบุญตา บารมี และเป็นสิ่งมงคลต่อจิตใจของปวงชนชาวไทยครับ

 

หลังพระราชพิธีที่ทางคุณธนาธร ได้เขียนว่า “จะสงวนสิทธิ์ในการฟ้อง” ฟ้องเองเลยนะครับ อย่าให้ตัวแทนมาฟ้อง สังคมเราเจอแต่ตัวแทนปลอมๆ มาพอแล้วครับ

 

ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

2 พฤษภาคม 2562

 

ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

 

 

 

อนึ่งก่อนหน้านี้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 1 พ.ค.62 ที่ผ่านมา ระบุว่า..ไม่ควรมีนักการเมืองคนใดถูกตัดสิทธิ์เพราะถือหุ้นในบริษัทที่ไม่ได้ผลิตสื่อจริงๆ

.

มีว่าที่ ส.ส. จากพรรคพลังประชารัฐ, ประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย สามคนเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ผลิตสื่อ ซึ่งอาจทำให้ทั้งสามท่านขาดคุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร ส.ส. (ดูภาพประกอบ)

.

ก่อนการเลือกตั้ง นายภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดสกลนคร เขต 2 ถูกตัดสิทธิ์เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนว่านายภูเบศวร์ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ หจก. มาร์ส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส และหนึ่งในวัตถุประสงค์ของบริษัทนี้คือการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ ทั้งๆที่ตัวบริษัทจริงทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างทั่วไป



ในเขตเลือกตั้งสกลนครเขต 2 มีบัตรเสียสูงถึง 10,200 ใบ ซึ่งอนุมานได้ว่าส่วนที่เกินจากค่าเฉลี่ยบัตรเสียในเขตอื่นทั่วประเทศ คือคะแนนที่ผู้ที่ไม่ทราบว่านายภูเบศวร์ถูกตัดสิทธิ์มอบให้พรรคอนาคตใหม่ ทำให้บัตรที่กาพรรคอนาคตใหม่ถือเป็นบัตรเสีย

.

พรรคอนาคตใหม่ได้รวบรวมข้อมูลว่าที่ ส.ส. และผู้สมัคร ส.ส. จากหลายพรรคการเมืองที่ถือหุ้นในบริษัทที่ระบุถึงการผลิตสื่อไว้ในวัตถุประสงค์ ถึงแม้ว่าตัวบริษัทจะทำธุรกิจประเภทอื่นและไม่ได้ผลิตสื่อจริงๆ ได้มากกว่าสามสิบคนและกำลังสืบค้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรานำสามท่านจากสามพรรคการเมืองมาเป็นตัวอย่างในที่นี้ ดังนี้

.

1. กรณีนายณัฐพล ทีปสุวรรณ จากพรรคพลังประชารัฐ ตามรูปภาพแนบ 1-3

2. กรณีนายสาธิต ปิตุเตชะ จากพรรคประชาธิปัตย์ ตามรูปภาพแนบ 4-6

3. กรณีนายพิบูลย์ รัชกิจประการ จากพรรคภูมิใจไทยตามรูปภาพแนบ 7-9

 

 

 

เราไม่สามารถรู้ได้ว่าจนถึงวันสมัคร ส.ส. ทั้งสามท่านขายหุ้นหรือบริษัทยกเลิกกิจการไปแล้วหรือยัง หากยัง ทั้งสามท่านจะเข้าข่ายกรณีเดียวกันกับนายภูเบศวร์ ที่ถูกศาลฎีกาตัดสิทธิ์ และถ้าเป็น ส.ส. เขต คะแนนจะถูกนับเป็นบัตรเสียด้วย หรือหากจัดการแล้วทั้งสามท่านอาจต้องชี้แจงอย่างที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถูกตรวจสอบ ว่าขายหุ้นจริงหรือไม่, โอนเงินหรือยัง, นำแสดงหลักฐานที่อยู่ได้หรือไม่, เปิดเผยหลักฐานการจ่ายเงินได้หรือไม่ เป็นต้น

 

เจตนาของการห้ามผู้สมัคร ส.ส. ถือหุ้นในกิจการสื่อคือความกังวลว่า หากมีผู้สมัครที่สามารถควบคุมสื่อได้ จะได้เปรียบในการรณรงค์หาเสียงต่อผู้แข่งขันรายอื่น อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการทั่วไปเมื่อจดทะเบียนธุรกิจใหม่ มักใช้แบบฟอร์มแจ้งวัตถุประสงค์บริษัทแบบมาตรฐานทั่วไป ซึ่งมักจะระบุวัตถุประสงค์กว้างๆ ไว้ รวมถึงธุรกิจสื่อลงไปด้วยเสมอ เพื่อว่าหากวันหน้าธุรกิจจะขยายหรือเปลี่ยนแปลงจะได้ไม่ต้องเสียเวลามาแก้วัตถุประสงค์กับหน่วยงานราชการ

 

ผมเห็นว่า การตัดคุณสมบัติว่าที่ ส.ส. และผู้สมัคร ส.ส. ที่ถือหุ้นในบริษัทที่ไม่ได้ประกอบกิจการสื่อ แต่การผลิตสื่อถูกระบุไว้ในวัตถุประสงค์ของบริษัทด้วย หรือที่ทำธุรกิจสื่อแต่เลิกไปแล้ว เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ เพราะไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฏหมาย การตัดสินเช่นนี้อาจทำให้ว่าที่ ส.ส. และผู้สมัคร ส.ส. ถูกตัดสิทธิ์จำนวนมาก คะแนนเสียงของประชาชนกลายเป็นบัตรเสีย และนำมาซึ่งผลการเลือกตั้งที่ไม่สะท้อนความต้องการของประชาชน

 

ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครส.ส. แบบแบ่งเขตทั้งสิ้น 11,128 คน หากมีผู้สมัครร้อยละ 10 ที่ถือหุ้นสื่อ คะแนนของผู้สมัคร 1,100 คนจะถูกทิ้งลงนำ้ เสียงของประชาชนจำนวนมากจะไม่ได้รับการพิจารณาทันที

 

เราไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อทั้งสามท่าน เราเพียงต้องการแสดงให้สังคมเห็นถึงปัญหาเชิงระบบที่กฏหมายและการตีความทางกฏหมายไม่สอดคล้องกับความจริงในสังคม เราไม่มีเจตนาจะฟ้องร้องท่านหนึ่งท่านใด และเราไม่เห็นด้วยที่จะใช้ข้อกล่าวหานี้กับพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม เพราะเราเห็นว่าการฟ้องร้องแบบนี้ไม่เป็นประโยชน์ต่อใคร แต่เป็นเพียงการทำลายล้างกันทางการเมือง และสร้างภาระในการพิสูจน์ให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาและผู้กล่าวหามากมาย

 

อนึ่ง เราขอสงวนสิทธิ์ที่จะนำรายชื่อที่รวบรวมไว้ ฟ้องต่อองค์กรที่เกี่ยวข้อง หากพรรคอนาคตใหม่ถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

 

หมายเหตุ: ประโยคนำของโพสต์นี้ ผมหยิบยืมมาจากโพสต์เฟซบุ๊กของคุณสฤณี อาชวานันทกุล ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-อดีตบก.ดัง จับยามสามตาดูโหงวเฮ้ง"ธนาธร"เข้าตำรานรลักษณ์ศาสตร์ ฟันธง..อนาคตทางการเมืองดับ !
-หรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย?? เกมการเมือง "ธนาธร-ทักษิณ" หากคิดการใหญ่หมายปลุกระดมมวลชน ท้ายสุดไม่พ้นหนังม้วนเดิม!!
-ศรีสุวรรณตรวจสอบ11อนค.แล้วพบถือหุ้นสื่อ นำยื่นกกต.เชือด
-กกต.เรียกศรีสุวรรณไต่สวนเพิ่มอีก เจ้าตัวเผยเหตุ เคยมีคำสั่งศาลฎีกา
-มรสุมกระหน่ำ!! ศรีสุวรรณ ร้อง กกต. รอบ 3 ปมหุ้น "ธนาธร" - ข้อพิรุธ "ปิยบุตร" แจงไม่เคลียร์!!

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์