คำต่อคำพิพากษา!!ศาลฎีกาฯตัดสิทธิ์ผู้สมัครส.ส.สงขลา เทียบกรณี“ธนาธร”โอนหุ้นวี-ลัค มีเดีย  8 ม.ค.ไม่ถือว่าจบ..ครบองค์ประกอบกม.??

คำต่อคำพิพากษา!!ศาลฎีกาฯตัดสิทธิ์ผู้สมัครส.ส.สงขลา เทียบกรณี“ธนาธร”โอนหุ้นวี-ลัค มีเดีย 8 ม.ค.ไม่ถือว่าจบ..ครบองค์ประกอบกม.??

Publish 2019-04-30 09:42:15


นัดหมายล่วงหน้าจะชี้แจงทุกข้อสงสัย การถือครองหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดีย  ภายหลังนายธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ  หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่  ถูกกกต.ตั้งข้อกล่าวหาเข้าข่ายกระทำความผิดตามคำร้องเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 (3) และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 42(3) อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง

 

ทั้งนี้ล่าสุดนายธนาธรยังคงยืนยันความถูกต้องในการขาย-โอนหุ้น  ว่าเป็นไปตามกรอบกฎหมาย คือ ดำเนินกระบวนการเสร็จสิ้นตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม  2562  หรือ  การสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่   รวมถึงมั่นใจว่าจะอธิบายที่มาของการเดินทางจากบุรีรัมย์มาเซ็นขาย-โอนหุ้นให้นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ  ได้อย่างไม่มีปัญหาแม้หลายฝ่ายจะมีข้อสงสัย คาใจมากมาย ทั้งรูปแบบการเดินทาง

 

นายธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ  หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

 

รวมถึงความเร่งรีบในขั้นตอนการขาย-โอนหุ้น “วี-ลัค มีเดีย”  ในวันที่ 8 มกราคม 2562  ตามคำอธิบายของนายธนาธรเองว่า  ใช้วิธีการเดินทางโดยรถตู้มาจากบุรีรัมย์ ทั้งๆ ที่  ราชกิจจานุเบกษา  เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง 5 ฉบับ  คือ กำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร   วันรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และสถานที่ที่พรรคการเมืองจะส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ,

 

เรื่อง จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี  และจำนวนเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด  , เรื่อง  การสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  , เรื่อง กำหนดวันและเวลาออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลาง และเรื่อง กำหนดวัน เวลา ยื่นคำขอลงทะเบียนใช้การสิทธิออกเสียงลงคะแนนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก่อนวันเลือกตั้ง   เกิดขึ้นในวันที่ 24 มกราคม 2562  

 

นายธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ  หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่



หรือ เท่ากับว่าการขาย-โอนหุ้น  บริษัทวี-ลัค มีเดีย    เกิดขึ้นก่อนที่นายธนาธร  และ พรรคอนาคตใหม่  จะรู้กำหนดวันรับสมัครเลือกตั้งนานถึง  16  วัน   จนทำให้เกิดเป็นประเด็นข้อสงสัยตามมาอีกว่า  ทำไมการขาย-โอนหุ้น ระหว่าง นายธนาธร  และนางสมพร  จึงต้องรีบเร่งให้แล้วเสร็จในวันที่ 8 มกราคม   2562    ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้วันสมัครรับเลือกตั้ง   

 

 

 

ต่างจากกระบวนการลาออกจากตำแหน่งกรรมการบมจ.มติชน    ซึ่งนายธนาธรดำเนินการก่อนล่วงหน้า กว่า 1 ปี   เพราะมีเป้าหมายเข้าสู่เส้นทางการเมือง    ส่วนขั้นตอนการยื่นจดแจ้งต่อนายทะเบียน  เรื่องการขาย-โอนหุ้น  บริษัท  วี-ลัค มีเดีย  ก็ปล่อยให้ล่าช้าไปถึงวันที่ 21 มีนาคม 2562 

ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเป็นขั้นตอนทางกฎหมายที่สำคัญ  และมีเวลาเพียงพอจะดำเนินการให้แล้วเสร็จ  ก่อนวันนำรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส่งกกต.ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์  2562    นับจากวันขาย-โอนหุ้น  ที่นายธนาธรอ้างว่าดำเนินการในวันที่ 8 มกราคม  2562 

 

ข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง   ที่คาดหมายว่านายธนาธรจำเป็นต้องอธิบายต่อกกต. เพื่อลบล้างข้อกล่าวหา   แม้ว่านายธนาธรจะระบุว่า ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก เพราะมีเอกสารพร้อมชี้แจงต่อกกต. พร้อมยังวิพากษ์วิจารณ์กลับไปยังฝ่ายที่มีข้อสงสัย ว่า  ไม่เคยมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ข้อเท็จจริง   รวมถึงยังท้าทายให้ขอข้อมูลจากบริษัทโทรศัพท์มือถือ มายืนยันแหล่งที่อยู่ของตนในวันที่ 8 มกราคม 2562   

 

ในกรณีดังกล่าวท้ายสุดเป็นขั้นตอนการพิจารณาของกกต.ว่าจะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากกรณีการถือครองหุ้นสื่อของผู้สมัครส.ส. หรือ นักการเมืองถือเป็นข้อห้ามที่ต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด    และไม่ใช่เฉพาะในรายของ  นายภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 2 จ.สกลนคร  ซึ่งถูกศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 19 มี.ค.2562 เพิกถอนการรับสมัครเลือกตั้ง  อันเนื่องมาจากการถือหุ้นสื่อมวลชน ห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์ส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส

 


 



แต่เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2562   ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง  ก็ได้มีคำพิพากษาคดีที่ 1234/2562  ตามคำร้องของนายวิวิธชิตวัน  สุวรรณรัตน์  ผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขต พรรคประชาธรรมไทย  เนื่องจากถูกกกต.ไม่ประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดสงขลา    เนื่องจากตรวจพบว่าเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์อ่าวไทย วอยซ์  โดยได้รับอนุญาตจดแจ้งการพิมพ์เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2558  

 

 

และมีการแจ้งยกเลิกการพิมพ์  หนังสือพิมพ์อ่าวไทย วอยซ์   เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562  โดยสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา แจ้งว่าจะได้ดำเนินการยกเลิกรายการจดแจ้งการพิมพ์ ตามพ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ต่อไปตามหนังสือลงวันที่ 30 มกราคม 2562

แต่เมื่อนายวิวิธชิตวัน   ไปยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์  2562 กลับไม่ปรากฏหลักฐานว่า สำนักศิลปากรที่ 11  ได้ดำเนินการยกเลิกการจดแจ้งการพิมพ์  ตามพ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 แล้วหรือไม่ในวันที่เท่าใด

 

คำวินิจฉัยสำคัญของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ระบุชัดเจนว่า  “กิจการหนังสือพิมพ์นั้น ผู้เกี่ยวข้อง (นายวิวิธชิตวัน)  ซึ่งมีชื่อทางทะเบียนนับเป็นสาระสำคัญที่จะต้องตรวจสอบก่อนเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทางทะเบียน  ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ร้องทราบดีอยู่แล้ว  ตราบใดที่ทะเบียนยังไม่เปลี่ยนแปลงแก้ไข  ผู้ร้อง  (นายวิวิธชิตวัน)  จึงยังคงอยู่ในฐานะเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์อยู่ตราบนั้น 

จะถือการแสดงเจตนาของผู้ร้องเป็นสาระสำคัญหาได้ไม่  จึงต้องถือว่าในวันที่ผู้ร้อง  (นายวิวิธชิตวัน) ยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ผู้ร้อง  (นายวิวิธชิตวัน)   ยังเป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์อยู่

 

 

ดังนี้เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ร้อง  (นายวิวิธชิตวัน)  เป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์   ผู้ร้อง (นายวิวิธชิตวัน)  จึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (3) และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 42 (3)

 

จากกรณีดังกล่าวจึงมีข้อพิจารณาต้องติดตามต่อไป ว่า   ในกรณีของนายธนาธรที่อ้างว่ามีการขาย-โอนหุ้น บริษัทวี-ลัค มีเดีย   ซึ่งประกอบกิจการสื่อฯ ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562  แต่มีการแจ้งต่อนายทะเบียนฯ    ในวันที่  21  มีนาคม  2562   ซึ่งเป็นช่วงเวลาเลยจากวันสมัครรับเลือกตั้งไปแล้ว   เมื่อเทียบเคียงกับคำพิพากษาในกรณีของ  นายวิวิธชิตวัน  สุวรรณรัตน์   ซึ่งแจ้งยกเลิกการจดแจ้งการพิมพ์ แต่ไม่ได้ไปดำเนินการให้ครบถ้วนตามบทบัญญัติกฎหมาย  จะมีข้อสรุปอย่างไรในกระบวนการยุติธรรม

 

 

ด้วยต้องไม่ลืมว่า  ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา 1129   แสดงใจความสำคัญระบุชัดเจน  อันว่าหุ้นนั้นย่อมโอนกันได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมของบริษัท เว้นแต่เมื่อเป็นหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้น ซึ่งมีข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

 

การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นนั้น ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอน มีพยานคนหนึ่งเป็นอย่างน้อยลงชื่อรับรองลายมือนั้น ๆ ด้วยแล้ว ท่านว่าเป็นโมฆะ อนึ่ง ตราสารอันนั้นต้องแถลงเลขหมายของหุ้นซึ่งโอนกันนั้นด้วย

 

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-ธนาธรงัด3ใบสั่งซิ่งรถโอนหุ้น กร้าว!กกต.ไม่มีอำนาจมาสอบผม ขู่เจอม.157

-"ศรีสุวรรณ" ยื่นกกต.เปิดรายชื่อ 11 ว่าที่ส.ส.อนาคตใหม่ ถือหุ้นสื่อ??

-"ชูชาติ" แนะกกต.ส่งชื่อว่าที่ส.ส.ให้กรมพัฒนาธุรกิจฯสอบถือหุ้นสื่อ ดีกว่าเสียเวลาตรวจทีละคน

-ดับฝัน "อนาคตใหม่" ! กกต. คอนเฟิร์ม ปชป. พลิกชนะ 4แต้ม นับคะแนนใหม่เขต1 "นครปฐม" !

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าวการเมือง
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์