"ทักษิณ" ประกาศกร้าว เราจะยอมแพ้ไม่ได้!! หวังปลุกกระแสปั่นป่วน หรือแท้จริง หวังกลับประเทศไทย? (คลิป)

Publish 2019-03-30 16:00:45


30 มีนา 62 

คำว่า พลิกลิ้น ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน  หมายถึง การกลับคำพูดที่เคยพูดไว้ไปในทางตรงข้าม คำกล่าวนี้ใช้ได้กับ "นาย ทักษิณ ชินวัตร" นักโทษหนีคดีคนนี้ หรือไม่? ถึงแม้ว่าตัวจะเตลิดออกจากประเทศไทยไปแล้ว ก็ยังมิวายสร้างความปั่นป่วน ล่าสุดปลุกกระแสการโกงเลือกตั้ง

 

 

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา เว็บไซต์บีบีไทย ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์นายทักษิณ  เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ซึ่งได้มีการพูดถึงการเลือกตั้งใหญ่ในไทย วันที่ 24 มีนาคม 2562  ช่วงหนึ่งว่า  “มันเซอร์ไพรส์เพราะว่าไปเห็นเขตหลายๆเขตที่ เวลารวมแล้วพลังประชารัฐมาทีหลังแซง พรึบ

จากที่ 3 ขึ้นไปที่ 1 อะไรอย่างนี้ มันมีลักษณะนี้เกิดขึ้น มันมี irregularity (ความผิดปกติ) เยอะ ซึ่งทำให้ฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่งไม่ค่อยสบายใจ ที่การเมืองบ้านเราหรือระบบการเลือกตั้งเรามันย้อนยุคมาก แล้วก็มันเหมือนกับย้อนยุคอยู่ในที่สว่างมาก” 
 



ทั้งนี้นายทักษิณ ยังยกตัวอย่างความไม่ปกติว่า เห็นได้ชัดอย่างเมื่อคืนนี้ก็มีรูปภาพออกมาที่เพชรบูรณ์มีการเอาหีบบัตรออกมานั่งรื้อแล้วก็ใส่บัตรเข้าไปใหม่ที่ อบต.แล้วก็เรามีตำรวจล้อมอยู่ แล้วก็บัตรเลือกตั้งเนี่ยมันมีมากกว่าจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ ซึ่งมากกว่าเยอะด้วยไม่ใช่น้อยๆ

โดยเฉพาะเขตบางเขตที่พลังประชารัฐเปลี่ยนจากแพ้มาชนะเนี่ย มันกลายเป็นแบบนั้น ซึ่งดูแล้วในฐานะคนไทย มองเห็นว่ามันเสียหาย เสียความน่าเชื่อถือประเทศ  “เป้าหมายเขาต้องการให้พลังประชารัฐเป็นที่ 1 ในฐานะคนไทยมองว่ามันเสียหาย เสียความน่าเชื่อถือประเทศ” นายทักษิณ กล่าว

 

 
ต่อมาวันที่28 มี.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้แถลงภาพรวมการนับคะแนนผลเลือกตั้ง 2562 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขตอย่างเป็นทางการ 100 % พบว่าพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร ส.ส. รวม 81 พรรค ได้รับคะแนนเสียงรวมกัน 355,32, 647 คะแนน สำหรับพรรค 5 อันดับแรก มีดังนี้

 

พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 8,433,137 เสียง   พรรคเพื่อไทย (พท.) 7,920,630 เสียง   พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) 6,265,950 เสียง   พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 3,947,726 เสียง   พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 3,732,883 เสียง  อย่างไรก็ตามโดยคะแนนที่ กกต. เปิดเผยนี้มาจากผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตทั้งสิ้น 11,181 คน แต่ถูกตัดสิทธิลงสมัครไป 572 คน คงเหลือผู้สมัคร 10,609 คน

 

 

ล่าสุดในวันนี้ (30มีนา) นายทักษิณ  ได้โพสต์ข้อความพร้อมวีดีโอลงในทวิตเตอร์ Thaksin Shinawatra @ThaksinLive โดยระบุว่า  สิ่งสุดท้ายที่พระเจ้าจะให้ได้  ความหวังคือสิ่งสำคัญในชีวิต เราทุกคนต้องอย่ายอมแพ้ ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่นั้นเราจะยอมแพ้ไม่ได้ เราจึงต้องมีความหวังเพื่อเอาชนะทุกอุปสรรคด้วยสติปัญญาและด้วยกติกา https://youtu.be/w1EvGwm7nhI  #Thaksingoodmonday


ทั้งนี้ ที่บอกว่าพลิกลิ้น...พลิกยังไง?   ... หากย้อนกลับไป เมื่อย้อนดูพฤติกรรม ของนายทักษิณเอง ในประเด็นเรื่องวางมือทางการเมือง จะเป็นเรื่องมโน-เพ้อเจ้อ แทบจะไม่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นจริง!! เพราะขณะที่ปาก พร่ำพูดว่าจะ ”วางมือ” แต่การกระทำสวนทาง!! 


 



- เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2560 นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย  ได้เดินทางไปพบนายทักษิณที่ประเทศสิงคโปร์ ได้พูดคุยเรื่งเศรษฐกิจและแน่นอนประเด็นที่ใช้ในการสนทนา คงหนีไม่พ้นเรื่องการเมือง  ที่สำคัญคือวิธีต่อสู้กับเผด็จการ ผ่านเฟซบุ๊ก บางช่วงระบุว่า “เผด็จการไม่เคยให้เกียรติประชาชน พูดจาสามหาวทั้งยังใช้กองทัพเป็นเครื่องมือกดหัวประชาชนที่ยืนข้างประชาธิปไตย

 

ล่าสุด ใช้อำนาจเผด็จการแก้กฎหมายยกระดับและเพิ่มอำนาจ กอ.รมน. จนนักวิชาการบางท่านตั้งข้อสังเกตว่า กอ.รมน. จะถูกใช้เพื่อภารกิจทางการเมือง เป็นเครื่องมือของกองทัพในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น เพื่อควบคุมและต่อต้านพรรคการเมืองที่จะเข้ามามีบทบาทในอนาคต คล้ายกับที่เคยทำได้ในช่วงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ นี่คือความพยายามที่จะควบคุมประชาธิปไตยไม่ให้ได้ผุดได้เกิด”

 

อีกทั้งที่ผ่านมาตั้งแต่นายทักษิณได้หนีออกนอกประเทศ  รวมระยะเวลาหนีคดีจนถึงปัจุบันคือ 9 ปี เนื่องมาจากคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาฯ จำคุก 2 ปี  ในความผิด ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันเป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้ส่วนเสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐ ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีอำนาจกำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรือดำเนินคดี และเป็นเจ้าพนักงาน และสนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น

กรณีคุณหญิงพจมาน อดีตภริยา ประมูลจัดซื้อที่ดินริมถนนเทียมร่วมมิตร ย่านถนนรัชดาภิเษก ใกล้กับศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ประมาณ 33 ไร่ ราคา 772 ล้านบาท จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ในกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย

 


- เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2551 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษา อ่านคำพิพากษาลับหลัง จำคุก นายทักษิณ  2 ปี หลังไม่มาฟังคำพิพากษาตามหมายจับ และหลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งนับตั้งแต่วันนั้น จวบจนทุกวัน นายทักษิณ หรือบุคคลรอบข้าง ก็ได้แต่พร่ำพูด เรื่องจะวางมือการเมือง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะสามารถทำได้จริง !! ยกตัวอย่าง

 

- เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2549 นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายนายทักษิณ ระบุ  "ภายหลังลาออกจากหัวหน้าพรรคไทยรักไทยแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ (ยศขณะ) จะยุติบทบาททางการเมือง" 

 

ขณะเดียวกันนายทักษิณเอง ก็ได้ลั่นวาจาเอาไว้ หลายครั้งหลายครา เฉกเช่นกัน

1 มกราคม 2551... “ผมจะวางมือทางการเมือง 100 เปอร์เซ็นต์และจะคอยให้คำปรึกษาในฐานะผู้มีประสบการณ์เท่านั้น
28 กุมภาพันธ์ 2551... “การกลับมาของผมวันนี้ ผมไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับการเมือง....ผมขอเป็นประชาชนคนไทย ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย ผมไปมาทั่วโลกไม่มีแผ่นดินไหนอบอุ่นเท่าเมืองไทย”
22 กันยายน 2552... “หากผมไม่ถูกปฏิวัติก็จะอยู่ครบเทอมราวปลายปี 2552 ซึ่งตั้งใจว่าจะวางมือ เลิกเล่นการเมืองในช่วงเวลานั้น”
12 พฤศจิกายน 2552... “ผมต้องการความยุติธรรม ผมไม่สนว่า จะต้องกลับไปสู่การเมืองหรือไม่ แต่หากคนส่วนใหญ่ต้องการให้ผมกลับไป อย่างนั้นผมก็ต้องกลับ”
15 เมษายน 2555... “ไม่คิดเข้าสู่การเมือง น้องผมเป็นนายกฯ แล้ว มันหมดเจนเนอเรชั่นผมแล้ว”

 

      
อย่างไรก็ตามในห้วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา วาทกรรมนี้ได้ปรากฎมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง และตัว 'นายทักษิณ'เอง ก็ไม่เคยคิดจะวางมือทางการเมืองอย่างใจจริง และจริงจังเลยสักครั้ง ทุกวาจาที่ลั่นออกมาจากปาก เป็นเพียงคำโกหกเท่านั้น? ลูกไม้ตื้นๆ หวังเรียกคะแนนเสียง

และอีกประการสำคัญคือ อยากกลับประเทศ หรือไม่? เพราะในความเป็นจริงแล้ว ถ้อยความต่างๆดังกล่าว มีนัยแฝงทางการเมืองมาตลอด ที่คนอย่าง ทักษิณ วางหมากหาวิธีที่จะดึงอำนาจทั้งหมดกลับมาที่ตระกูลชินวัตรได้ และหวังที่จะกลับบ้านเกิดเมืองนอน จนถึงวันนี้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดี ....

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์