EU ยื่นปากขอสังเกตการณ์เลือกตั้ง  โดนสวนหน้าหงาย  ใครก็รู้เจตนาแทรกแซงกิจการไทย ?

EU ยื่นปากขอสังเกตการณ์เลือกตั้ง โดนสวนหน้าหงาย ใครก็รู้เจตนาแทรกแซงกิจการไทย ?

Publish 2018-12-21 16:40:32


วงล้อกำลังเดินหน้า...ฟันเฟืองกำลังหมุน แต่ก็ยังมิวายเกิดประเด็นทำนอง "ชักใบให้เรือเสีย" จากการหยิบยื่นความปรารถนาดี หรือจะอิงแอบหวังผลลัพธ์บางประการก็ได้แต่คาดเดาไปตามกัน

กับกรณีสหภาพยุโรป หรือ EU ยื่นหนังสือถึง กกต. ขอสังเกตการณ์เลือกตั้ง 2562 หากพินิจอย่างปราศจาก "อคติ" ก็พอเข้าใจได้ประมาณหนึ่งว่า ภายใต้บรรยากาศการปกครองประเทศของรัฐบาล คสช. ที่ตัวนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มิได้มาจากกระบวนการตามครรลองประชาธิปไตย ที่ต้องอาศัยกลไกจากภาคประชาชนผ่าน "การเลือกตั้ง" ผลักดันขึ้นสู่อำนาจโดยชอบธรรม 

 

ทำให้ทางสหภาพยุโรปอาจพร้อมยื่นมือเข้าช่วยเหลือด้วยยกอ้างว่า เพื่อให้การเลือกตั้งในประเทศไทยเป็นไปอย่างโปร่งใสที่สุด โดยที่มิได้ให้ความสำคัญต่อท่าทีของชนชาวไทยว่าจะ "ยอมรับ" ได้หรือไม่ ที่จะเปิดช่องให้ทางสหภาพยุโรปกระทำประหนึ่งการแทรกแซงการเมือง หากอีกด้านหนึ่งก็อดคิดไม่ได้ จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏว่าตลอดระยะเวลาเริ่มแต่การสถาปนาระบอบประชาธิปไตยครั้นแต่สยามจนเป็นประเทศไทยดังเช่นทุกวันนี้ พฤติการณ์ของผู้นำโลกเสรีที่ทำเสมือนว่า "ประเทศไทยเป็นฐานที่มั่นของโลกเสรีประชาธิปไตย" ก็ดูกลายประหนึ่งว่าจะพยายามแทรกแซงทางการเมืองมาโดยตลอด เหตุผลดังกล่าวก็เพียงพอที่จะนำมาซึ่ง ข้อถกเถียงว่าแท้จริงแล้ว...ประเทศไทยควรรับไมตรีจิตครั้งนี้ดีหรือไม่




กับความคืบหน้าล่าสุดต่อกรณีดังกล่าว 21 ธ.ค. 2561 พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ออกมาเผยว่าน.ส.จันดานี วาตาวาละ ผู้อำนวยการเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี หรือ แอนเฟรล ได้เข้ามาสอบถามถึงความคืบหน้าการพิจารณาอนุญาตให้องค์กรเข้ามาร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งในไทย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ทำหนังสือถึงสำนักงาน กกต.มาแล้ว อย่างไรก็ดีทางก็ต้องพิจารณาต่อไปว่าเหมาะสมหรือไม่ที่จะมีการเชิญหน่วยงานอื่นมาเข้าร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้ง
    

ส่วนคำถามว่าหากไม่เปิดโอกาสหรือไม่เชิญหน่วยงานเข้ามาด้วยตัวเอง กลัวจะถูกวิจารณ์กระบวนการเลือกตั้งหรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์  กล่าวว่า "โดยหลักการพิจารณาต้องดูขอบข่าย หากเข้ามาแทรกแซง กกต.ก็คงจะไม่พิจารณา เพราะบางเรื่องเป็นเรื่องกิจการภายในประเทศ แต่ถ้ามาดูกระบวนการเลือกตั้ง การใช้สิทธิ์ ว่าเป็นไปด้วยความสุจริตหรือไม่ก็ไม่น่าจะมีปัญหา ที่ผ่านมาเราก็มีสัญญาในการที่จะเชิญมาดูการเลือกตั้ง ซึ่งต่างประเทศก็ได้เชิญ กกต.ดูมาแล้วหลายประเทศ"



เช่นเดียวกัน เมื่อผ่านมุมมองของ พล.อ.ประวิตร วงสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  ที่แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ว่า ประเทศไทยมี กกต. ทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องให้หน่วยงานต่างชาติเข้ามาดูแล อีกทั้งประเทศอื่นๆก็ไม่ได้มีการให้ "คนนอก" เข้ามาสังเกตการณ์เช่นกัน 

 


    

แน่นอนว่าหากนำไปเทียบเคียงกับประเทศในแถบเอเชีย ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น "ประเทศพัฒนาแล้ว" อย่าง ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ จะเห็นได้ว่าแทบไม่มีช่องว่างให้สหภาพยุโรป หรือนานาชาติอาศัยช่องเข้ามาสังเกตการณ์ ดังนั้นหากประเทศไทยจะคงไว้ซึ่งภาพลักษณ์ของ "ประเทศกำลังพัฒนา" มันสมควรแล้วหรือที่จะให้สหภาพยุโรปกระทำประหนึ่งว่า...การเมืองไทยกำลังขาดเสถียรภาพ เพราะแท้จริงใครเล่าจะล่วงรู้ว่าเจตนาที่แท้จริงของผู้มาเยือนนั้นคืออะไร




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย