เข้าข่ายรังแก! หมอวรงค์ ค้านเพิ่มโทษใบขับขี่ ซัดไม่มีส่วนช่วยลดอุบัติเหตุ

เข้าข่ายรังแก! หมอวรงค์ ค้านเพิ่มโทษใบขับขี่ ซัดไม่มีส่วนช่วยลดอุบัติเหตุ

Publish 2018-08-24 00:28:12


เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทันที ภายหลังที่มีกระแสข่าวว่ากรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการเสนอปรับแก้กฎหมาย พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522  เข้าด้วยกันให้เป็นกฎหมายฉบับเดียว อีกทั้งได้มีการเพิ่มอัตราโทษค่าปรับให้สูงขึ้น  เกี่ยวกับการขับขี่รถที่ไม่พกพาใบอนุญาตขับขี่และใบอนุญาตขับขี่หมดอายุ  เพื่อให้เป็นกฎหมายเดียว ง่ายต่อการกำกับดูแล รวมทั้งเร่งปรับปรุงรายละเอียดของกฎหมาย ให้ทันสมัยและสอดคล้องพฤติกรรมขับขี่ของผู้ใช้รถใช้ถนนให้มากขึ้นในยุคปัจจุบัน  



 

โดยพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ตามกฎหมายใหม่ ที่กรมฯนำเสนอได้มีการแก้ไขปรับเพิ่มโทษสำคัญๆ ใน 3 มาตรา ประกอบด้วย   

1.มาตรา 64 ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต ตามกฎหมายเดิมลงโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท แต่กฎหมายใหม่เสนอให้ปรับเพิ่มโทษเป็น จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท

 

2.มาตร 65 ขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตหรือถูกยึดใบอนุญาต ตามกฎหมายเดิมลงโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท แต่กฎหมายใหม่เสนอให้เพิ่มโทษจำคุกเข้ามาด้วย คือ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ส่วนโทษ ปรับเพิ่มขึ้นเป็นสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท

 

3.มาตรา 66 ขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาต ตามกฎหมายเดิมปรับไม่เกิน 1,000 บาท แต่ตามกฎหมายใหม่ เสนอให้ปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

 

 ภายหลังที่เรื่องดังกล่าวถูกเผยออกไปโลกออนไลน์บางส่วนมีการเคลื่อนไหวต่อต้านคัดค้าน พ.ร.บ.จราจรใหม่ โดยระบุว่ากฎหมายดังกล่าวเป็นการเปิดช่องให้กรรโชกทรัพย์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นการรีดไถประชาชน พร้อมกับให้ดหตุผลด้วยเห็นว่ากฎหมายแบบนี้ไม่ได้ช่วยให้อุบัติเหตุลดลง หรือควรไปออกกฎหมายเอาผิดพวกเมาแล้วขับให้หนักขึ้นมากกว่า

 



ล่าสุดทางด้านของ น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์  ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Warong Dechgitvigrom"   โดยระบุว่า

 

คัดค้านเพิ่มค่าปรับกรณีใบขับขี่

ตามที่กรมการขนส่งทางบก จะบูรณาการพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.๒๕๒๒ และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ เข้าด้วยกันเพื่อให้เป็นกฎหมายเดียว และจะมีการเพิ่มโทษปรับและจำคุก

สรุปง่ายๆคือเปรียบเทียบปรับกรณีไม่มีใบอนุญาตขับขี่เพิ่มเป็นเงินไม่เกิน 5 หมื่นบาท และไม่พกใบขับขี่จะถูกปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท โดยอ้างว่าเมืองไทยเรามีอุบัติเหตุสูง

 

ผมคิดว่าการแก้กฏหมายฉบับนี้ เข้าข่ายรังแก และเอาเปรียบประชาชน ไม่มีส่วนช่วยลดอุบัติเหตุแต่อย่างใด แต่การที่เพิ่มค่าปรับที่สูงมาก จะนำไปสู่ การต่อรองเรียกผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ คนที่ลำบากจะเป็นประชาชน

สิ่งที่ต้องย้ำคือ การมีใบขับขี่ ไม่ใช่เป็นตัวลดอุบัติเหตุ หัวใจคือ การรณรงค์วินัยจราจร รวมทั้งการตั้งด่านกวดขัน ที่เคร่งครัด และสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง ไม่ใช่กวดขันตามฤดูกาล หรือนึกอยากทำก็ทำ น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม