"ทักษิณ"ลั่นกลองรบ ปฐมเหตุแห่งความสูญเสีย-กี่ชีวิตที่ต้องตายฟรี?

Publish 2018-08-12 15:34:51


สงครามแห่งการชวงชิงอำนาจครั้งใหม่กำลังจะเริ่ม!!! การขยับของ”ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้ออกประกาศสงคราม ชูธงรบ อีกครั้ง พร้อมการปลุกระดมสงครามยังไม่จบ การที่จะแพ้นั้นมีแค่ 2 ทาง คือตายกับยอม แพ้

 

“อยากบอกทุกคนว่าถ้าเราไม่ยอมแพ้ คำว่าแพ้มีได้ 2 กรณี คือ 1.แพ้เพราะตาย กับ 2.แพ้เพราะยอมไปเอง ถ้าเรายังสู้อยู่เราก็จะไม่แพ้ นั่นก็คือ มีแต่แบทเทิล ไม่มีวอร์ วอร์มันจะเอนด์ต่อเมื่อทุกอย่างมันจบ แต่สู้กันกี่ยกๆ นี่คือแบทเทิล ซึ่งวอร์ยังไม่จบ เรายังต้องทำต่อไป”

 

และนี่คือคำพูดที่บอกมาจากปากของนายทักษิณ  ที่แม้เจ้าตัวจะบอกว่านี่คือ สงครามประชาธิปไตย แต่เมื่อที่ใดที่นายทักษิณได้ลั่นกลองรบ คำพูดประเภทปลุกเร้า สิ่งที่ตาม”ความสูญเสีย” และความแตกแยกของผู้คนในสังคม



 การก่อจลาจลทั่วกทม.เมื่อปี 2552  นายทักษิณ ปลุกระดมม็อบเสื้อแดงให้สู้ขั้นแตกหัก นายทักษิณ เคยประกาศไว้ “ถ้าเสียงปืนนัดแรกดังขึ้นเมื่อไหร่ จะกลับมาประเทศไทย ร่วมกับพี่น้องคนเสื้อแดงต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย”  ทักษิณ ชินวัตร, 30 มี.ค. 2552 กล่าวผ่านระบบวิดีโอลิงค์ ขึ้นจอภาพ บนเวทีกลุ่มคนเสื้อแดง คำพูดปลุกใจ มวลชนเสื้อแดง ก่อนเหตุการณ์คนเสื้อแดงลุกฮือขึ้นมาเผาบ้านเผาเมือง วันนั้นคนเสื้แแดงโห่ร้องสรรเสริญทักษิณด้วยความยินดี ...แต่เมื่อมีเสียงปืนแตกตั้งแต่วันนั้นจนถึงวินาทีนี้ ก็ไม่มีวี่แววของเจ้าของประโยคข้างต้นที่จะทำตามที่ลั่นวาจาไว้ แต่กลับอพยพครอบครัวหนีเอาตัวรอดออกนอกประเทศ ปล่อยให้พี่น้องคนเสื้อแดงต่อสู้และไปตายแทน

 

 

 แต่ที่สำคัญคือบุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำชาติอาเซียนและผู้นำชาติมหาอำนาจคู่เจรจาที่โรงแรมรอยัลคลิฟพัทยา จ.ชลบุรี โดยการก่อการจลาจลของม็อบเสื้อแดงภายใต้การปลุกระดมของ นายทักษิณ ครั้งนั้นเพื่อโค่นล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์หวังฟื้นระบอบทักษิรกลับมายึดครองประเทศอีกครั้ง

 

 หรือแม้แต่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อปี 2553  การมีอยู่จริงของกองกำลังติดอาวุธ หรือชายชุดดำ ที่คำพิพากษาศาลอาญา ที่ให้จำคุก"ชายชุดดำ" เป็นบทพิสูจน์ หนึ่งว่า "ชายชุดดำ" มีอยู่จริง จาก คดีก่อการร้าย  เนื่องจากคดีดังกล่าว เป็นการรวบรวมถึงพฤติกรรมที่เป็นการละเมิดต่อกฎหมายบ้านเมืองในหลายเหตุการณ์ด้วยกัน หนึ่งในนั้น คือ เหตุการณ์บริเวณสี่แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 ด้วย  และมีการใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิด เอ็ม 79 ยิงใส่บ้านพักประชาชน

 

หลายชีวิต อาจต้องตายฟรี !! จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นด้วย รวมถึง พล.อ.ร่มเกล้า และช่างภาพรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น เพราะจนถึงขณะนี้ผ่านมาหลายปี ก็ยังไม่สามารถจับกุมดำเนินคดีกับคนที่“ฆ่า”ได้



หรือเหตุการณ์ที่คนไทยทั้งประเทศไม่อยากจดจำ ในช่วง พ.ค. 53  เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงปี 53 หรือเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองที่ประเทศชาติบอบช้ำที่สุด รวมไปถึงการเผาศาลากลางจังหวัดในภาคอีสาน ที่ทักษิณ ที่ส่งสัญญาณบงการปลุกระดมจากนอกประเทศให้กลุ่มเสื้อแดงใช้ความรุนแรงโดยกล่าวว่า “ให้พี่น้องต่างจังหวัดไปที่ศาลากลางกทม.ผมอยากฝากบอกคนเสื้อแดงทั่วประเทศ อีกครั้งหนึ่งว่า ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นรุนแรงกับพี่น้องคนเสื้อแดงที่กรุงเทพฯ พี่น้องเสื้อแดงต่างจังหวัดไปที่ศาลกลางกันให้เต็มที่”

 

 

นี้คือความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอดีต จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายฝ่ายจะคาดการณ์ว่าการลั่นเปิดศึกสงครามครั้งนี้ จะกลายเป็นปฐมเหตุของความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต จนทำให้ พล.อ ประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม  ต้องออกมาเรียก”สติ” แต่ไม่ใช่ในฐานะรัฐบาล หรือคสช. หรือศัตรูของระบอบทักษิณ  แต่เป็นการพูดในฐานะ”ผู้สูงวัย” ที่ผ่านมาอะไรมามาก ไม่ได้เป็นการตอบโต้ หรือขัดแย้งกับใครแต่ประการใด..

 

ว่าใครก็ตามที่พูดอะไรออกมา ต้องรู้จักคิดให้มาก และหัดรับผิดชอบในคำพูดของตนเองบ้าง  ว่าการปลุกให้มีการต่อสู้  คนที่จะได้รับผลกระทบคือใคร??  ใครต้องเสียชีวิต ใครต้องบาดเจ็บ  ใครต้องติดคุก  และประเทศชาติจะได้รับผลกระทบอย่างไร ขอให้คิดทบทวนเรื่องนี้ให้ดี

 

“จริงๆผมไม่อยากจะพูดอะไรให้ต่อความยาวสาวความยืด แต่วันนี้ผมขอแล้วกัน  เพราะที่ผ่านมาคงไม่มีใครพูดเตือนสติ วันนี้ผมขอพูดหน่อยในฐานะผู้สูงวัย สูงอายุผ่านอะไรมามาก  คือผมอยากให้คนไทยทุกคนไม่ว่าใคร จะพูด จะคิด จะทำอะไร ขอให้คิดถึงประเทศชาติเป็นที่ตั้ง อย่านึกถึงแต่ตนเองเพราะประเทศชาติไม่มีแพ้ ไม่มีชนะ  




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม