3หม่อมโสณกุล  การเมืองที่เลือกที่รักมักที่ชัง เมื่อหล่อจิ๋วลูกไม้หล่นใต้โคน ไฉนหม่อมเต่านาร่วงไกลต้น

3หม่อมโสณกุล การเมืองที่เลือกที่รักมักที่ชัง เมื่อหล่อจิ๋วลูกไม้หล่นใต้โคน ไฉนหม่อมเต่านาร่วงไกลต้น

Publish 2018-08-08 16:00:22


จากที่พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) มีมติเลือก ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หรือหม่อมเต่า อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นหัวหน้าพรรค ฉับพลัน!!! ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล หรือหม่อมเต่านา บุตรสาวของ ม.ร.ว.จัตุมงคล ก็โพสต์เฟซบุ๊ก Taona Sonakul โดยระบุว่า "ด้วยความเคารพ..เราว่าเราก็แสดงจุดยืนค่อนข้างขัดมากแล้ว..แต่ก็ไม่เป็นไรบอกอีกทีก็ได้ค่ะ..ว่า เรา ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล ไม่สนับสนุนพรรค รปช.ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในทุกรูปแบบ ไม่ว่าหัวหน้าพรรคจะเป็นใคร และเราจะไม่ไปเลือกตั้งด้วยค่ะ



 

 

 

ก่อนที่จะตามมาด้วยข้อความที่สอง "เราไม่เคยเลือกพรรคนายกทักษิณ..และก็จะไม่มีวันเลือกด้วย เนื่องจากท่านหัวหน้าพรรค..รปช.คนใหม่ กล่าวตอนรับตำแหน่งว่าท่านไม่ต้องการเห็นพรรคการเมืองมาทะเลาะกัน ต้องการเห็นความยืดหยุ่นต่อกันเพื่อให้ประเทศไทย ของเราเดินหน้าต่อไปได้ พรรคเพื่อไทยเมื่อเลือกตั้งปี 2554 พรรคเพื่อไทยมีคนลงคะแนนชนะให้เลือกตั้งใหญ่ราวสิบห้าล้านคน ท่านหัวหน้าพรรค รปช คนใหม่ กล่าวว่าตอนเลือกตั้งครั้งหน้า ยังไม่รู้เลยว่า จะมีเพื่อไทยหรือเปล่า? ก็ระวังคำพูดหน่อยก็ดีค่ะท่านหัวหน้าพรรคคนใหม่ พรรคใคร ใครเขาก็รัก อยากปรองดอง อยากยืดหยุ่น ก็อย่าไปเหยียบย่ำหัวใจของคนรากหญ้าเขาให้มากนักค่ะ"

 

 



 

 

ก่อนหน้านี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยองค์คณะออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่งคดีละเมิดอำนาจศาลที่พนักงานอัยการ ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาฯไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีกล่าวหา ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล อดีตนักเขียนบทภาพยนตร์เเละผู้กำกับภาพยนตร์ และนายธรรศ วันพฤหัส อดีตเลขานุการคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา สภาผู้แทนราษฎร แสดงท่าทาง จ้องหน้า และเดินตามคณะพนักงานอัยการ ที่ว่าความคดี โครงการรับจำนำข้าว ที่อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 59 เวลา 12.00 น. ระหว่างการหยุดพักพิจารณาคดี

 

ซึ่งทั้งสองรับว่า ตามวันเวลาดังกล่าวได้หันไปมองหน้าคณะอัยการจริง โดยองค์คณะพิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของ ม.ล.มิ่งมงคล และนายธรรศ เข้าไปยืนระยะประชิด และจ้องหน้าในลักษณะคุกคามพนักงานอัยการเป็นผลสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ในคดีไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต้องทำในศาล จึงมีคำสั่งว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดไม่รักษาความสงบเรียบร้อยในศาล ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 มาตรา 18 วรรคสอง และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 31 (1) และมาตรา 33 แต่เป็นการกระทำที่ไม่ร้ายแรงให้ลงโทษสถานเบา สั่งปรับผู้ถูกกล่าวหาคนละ 500 บาท

 

 

นั่นคือคดีความที่หม่อมเต่านา เคยถูกพิจารณา อันเนื่องจากพฤติการณ์ที่กระทำ ซึ่งก็พบเป็นความจริง ทั้งนี้หม่อมเต่านา ได้ออกแสดงออกอย่างชัดแจ้งมาโดยตลอดในการสนับสนุนขั้วการเมืองฝ่ายหนึ่ง ซึ่งมักจะมีการแสดงท่าที ความคิดเห็นในการเลือกข้าง โดยบ่อยครั้งที่ออกมากล่าวถึงอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ทั้งให้กำลังใจ ยกย่อง ชมเชยต่างๆเท่าที่จะทำได้ นี่จึงอาจมองได้ว่าหม่อมเต่านา ได้เลือกอยู่ตรงกันข้ามกับพ่อ เป็นความตรงกันข้ามทางการเมือง ที่เลือกที่จะรักและชัง

 

ขณะที่ก็พบว่า หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล ยังมีบุตรชายที่โลดแล่นอยู่บนเส้นทางการเมืองอีกคน ซึ่งต้องเรียกว่าเล่นการเมืองโดยแท้ นั่นเพราะ หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล  หรือที่สื่อมวลชนเรียกว่า หล่อจิ๋ว เป็นส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ มาตั้งแต่ปี2548 ทั้งยังเป็นรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โดยเส้นทางส.ส.กรุงเทพมหานคร เขาได้รับคะแนนเสียง 34,931 เสียง จากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย พ.ศ. 2548 ชนะนางอรทัย ฐานะจาโร ผู้สมัครจากพรรคไทยรักไทยไปได้

 

 

ต่อมาได้รับตำแหน่งรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และผู้อำนวยการสำนักงานกิจการเยาวชนของพรรคประชาธิปัตย์ และในการเลือกตั้งส.ส. ปี2550 ก็ได้รับเลือกกลับมาเป็น ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขต 1 จากนั้นในปี 2554 มีการใช้เลือกตั้งแบบเขตเดียว เบอร์เดียว หม่อมหลวงอภิมงคล ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขต 3 กรุงเทพมหานคร คือ เขตยานนาวา และเขตบางคอแหลม ก็ได้รับการเลือกตั้งอีกครั้ง

 

มีการตั้งข้อสังเกตว่า หล่อจิ๋ว มีความละม้ายคล้ายผู้พ่อในเส้นทางเดินการเมือง มีการดำรงตำแหน่งบริหาร ก่อนจะกระโดดลงเล่นการเมือง กระนั้นหม่อมราชวงศ์จัตุมงคล ก็มีความโดดเด่นนั่นเพราะตำแหน่งสำคัญที่เคยทำมา ขณะดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง เกิดความขัดแย้งด้านนโยบายการคลังกับรัฐบาลในยุคพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ และถูกคำสั่งย้ายไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จึงลาออก ต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ปี2541 ในรัฐบาลชวน หลีกภัย

 

 

       ท้ายสุดหม่อมราชวงศ์จัตุมงคล ถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อ 29 ปี2544 เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ที่ต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ทบทวนนโยบายด้านดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นี่จึงถือเป็นจุดแข้งของหม่อมเต่า ที่มีความชัดเจนในเส้นทางมาโดยตลอดซึ่งส่งต่อมายังลูกชาย ในขณะลูกสาวมีวิถีไปอีกเส้นทางหนึ่ง ซึ่งเป็นเส้นคู่ขนานกับพ่อและน้องชาย

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว

ติดตามข่าวอื่นๆ