“ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ”ออกประชาธิปัตย์ ระหว่างถูกดูด หรือถูกไล่..อันไหนน้ำหนักมากกว่ากัน??!!!

“ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ”ออกประชาธิปัตย์ ระหว่างถูกดูด หรือถูกไล่..อันไหนน้ำหนักมากกว่ากัน??!!!

Publish 2018-05-04 12:41:35

ตอนนี้ดูเหมือนว่าเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ”  น่าจะเป็นอีกผู้หนึ่งที่เดินออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งชัดเจนจากคำเปิดเผยของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ให้สัมภาษณ์กรณีของนายณัฏฐพล ว่าจะอยู่กับพรรคหรือไม่ ระบุว่า..เป็นการตัดสินใจของเขา แต่ความจริงนายณัฏฐพลไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคอยู่แล้ว เนื่องจากว่าไปบวช รวมทั้งนายธานี เทือกสุบรรณ ด้วย

“เพราะฉะนั้นท่านไม่ได้ยืนยันสมาชิก แต่ก็ได้กล่าวลากันเรียบร้อยแล้ว โดยบอกว่าอาจจะต้องไปเป็นบุคคลหลักในการไปจดทะเบียนพรรค” 

เมื่อถูกถามถึงเรื่องของการดูดพรรคประชาธิปัตย์ มีคนถูกดูดอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนไม่อยากจะไปพูดอะไรเพิ่มเติม แต่ทุกสิ่งที่เคยพูดไปเป็นข้อเท็จจริงทั้งนั้น แล้วก็มีพฤติกรรมมากกว่านี้อีก แต่ว่าที่ตนบอกหรือไม่บอก แค่อยากจะพูดในเรื่องของพรรคนี้เท่านั้น เพราะว่าตนไม่ได้พูดในเรื่องปัญหาการดูดในมุมมองที่ว่ามันมากระทบกับพรรค ปชป. ตนพูดเรื่องดูดในมุมมองที่ว่าพฤติกรรมการดูดนักการเมืองแบบนี้ สมควรหรือไม่ สำหรับระบบการเมืองที่เราอยากจะเห็น

 

ก็ต้องกลับมาย้อนดูว่าประเด็นสำคัญในขณะนี้คือเป็นเรื่องของ ”การถูกดูด” หรือจริงๆแล้วเป็นปัญหาการเกิดขึ้นของแนวความคิดที่ไม่ตรงกัน ในพรรคประชาธิปัตย์ ระหว่างนายณัฏฐพล กับคนในพรรคประชาธิปัตย์นั้น ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา

 

โดยนายณัฏฐพล สมาชิกของ กลุ่ม "สี่ทหารเสือ"  ประกอบด้วย นายณัฏฐพล นายสกลธี ภัททิยกุล นายชุมพล จุลใส และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์  ในการชุมนุมขับไล่รัฐบาลรักษาการ นอมินีระบอบทักษิณ ของกลุ่มกปปส. หลายต่อหลายครั้งทั้ง4 คนได้นำพาผู้ชุมนุมเข้าปฏิบัติการในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงอันตรายและโลดโผน

 

 

 

"สี่ทหารเสือ"ปรากฏภาพให้เห็นชัดเจน หลังจากที่พวกเขาประกาศลาออกจากการเป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์แล้วโดดออกมาร่วมเป็นแกนนำในการเคลื่อนไหวขับไล่ระบอบทักษิณ กับนายสุเทพ    โดยยึดมั่นในแนวทางชุมนุมโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ



 ขณะที่ยุทธวิธีในการกดดันรัฐบาลซึ่งจะเดินทางไปกดดันปิดสถานที่ราชการที่เป็นสัญลักษณ์ในการรับใช้ระบอบทักษิณ และขอให้ข้าราชการกระทรวงต่างๆ หยุดรับใช้ระบอบทักษิณ ส่วนยุทธการไล่ล่ารักษาการนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ในทุกๆ พื้นที่ที่ยิ่งลักษณ์ไปปรากฏกายเพื่อไปกดดันให้ประกาศลาออกจากรักษาการนายกรัฐมนตรีต่อไป

 

ที่ผ่านมาได้ยืนยันมาตลอดว่าจะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี  ดังนั้นในแง่ของอุดมการณ์ แล้วนายณัฏฐพล กับแนวทาวพรรค เรียกได้ว่าคนละทิศคนทาง ไม่ใช่ความคิดเห็นที่เพิ่งจะเกิดขึ้นในช่วงนี้ อย่างข้อครหาว่าจะถูกดูดแล้วไปได้รับตำแหน่ง  ..ไม่น่าจะเป็นแบบนั้น จึงไม่ใช่ของ การดูด ...ไม่ดูด แต่อย่างใด เพราะนี่คือจุดยืนของนายณัฏฐพล และน่าจะเป็นจุดยืนที่อยู่กันคนละข้างกับนายอภิสิทธิ์  

 

ในขณะเดียวกันนายณัฏฐพลมีบทบาทเป็นผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ และมีความสนิทสนมกับนายสุเทพ ทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส.  แต่ที่น่าแปลกใจกลับไม่มีข่าวว่านายณัฏฐพลจะไปร่วมพรรคกปปส.ที่นายสุเทพเป็นร่วมก่อตั้ง และกำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

 

 

แม้วันนี้จะยังไม่รู้ว่านายณัฏฐพลจะไปอยู่พรรคไหน กับใคร แต่ที่แน่นอนแล้วว่า นายณัฏฐพลเลิกที่จะแยกทางกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยการนำของนายอภิสิทธิ์  เดินคนละเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหากย้อนกลับไปพิจารณาคำประกาศของนายอภิสิทธิ์เอง เมื่อตอนวันที่เปิดยืนยันสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันอุดมการณ์ตอบสนองประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมของประชาชน และสนับสนุนหัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนสมาชิกคนใดที่อยากจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นนายกฯ ต่อไป ก็ให้ไปพรรคอื่น

 


 

 

“สมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ ก็สนับสนุนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว ประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองในวิถีทางประชาธิปไตย ไปหาเสียงกับประชาชนบอกว่า จะทำอะไรให้กับประชาชน ก็ต้องบอกด้วยว่าใครจะเป็นคนทำอยู่แล้ว และต้องเคารพเสียงของประชาชน”

 

ดังนั้นระหว่างถูกดูด หรือถูกไล่ให้ไป ตามแนวทางพรรค ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าคิด ซึ่งเรื่องนี้ก็สอดคล้องกับการที่ “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี ช่วงหนึ่งว่า

ตัวหลักในการขับเคลื่อนการเมือง คือ พรรคการเมือง ถ้าพรรคการเมืองมีคุณภาพ เอาเวลาส่วนใหญ่ไปคิดเรื่องนโยบายดีๆ ไปดึงคนเก่ง คนดีมีความสามารถมาร่วมทำงาน ไม่ว่าจะพรรคใด เมื่อได้รับเลือกตั้งไปแล้ว ก็สามารถเอานโยบายเหล่านั้นมาใช้ในการพัฒนาประเทศได้ แต่ถ้ามีแต่พรรคการเมืองที่คิดแต่เรื่องการตีอีกฝ่ายหนึ่ง ด่าคนโน้น ด่าคนนี้ แบบนี้ไม่ใช่การเมือง ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น คนก็จะเบื่อหน่ายการเมือง อย่างที่พล.อ.ประยุทธ์ เคยพูดไว้ ว่าเห็นหรือไม่ ใครไปดูดใคร ไม่มีเลย แต่ทำไมคนอยากจะย้ายบ้าน เพราะว่าบ้านอยู่แล้วไม่มีความสุขหรือไม่ มันจึงต้องพัฒนาบ้านให้เป็นบ้านที่คนไทย ฝากความหวังไว้ได้

 

 

 

“ผมจะแนะนำว่าพรรคการเมืองในขณะนี้ทีมีอยู่ กว่าจะถึงเลือกตั้ง พยายามคัดสรรคนดี ๆ ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการคิดนโยบายเตรียมเอาไว้ เมื่อเลือกตั้งแล้วถ้าใครได้เป็นรัฐบาลหรือเข้าร่วมรัฐบาลอย่างไรก็แล้วแต่ จะได้ไปช่วยกันทำให้บ้านเมืองเจริญขึ้น นี่คือสิ่งที่ต้องสื่อความออกไป ไม่ใช่มาดูดนั้น ดูดนี่ ไร้สาระ 10 ปีก็อยู่กันแค่นี้ แล้วคนที่บอกว่าดูดส้วม ผมรู้จักดี ต้องพัฒนามากกว่านี้”


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม