รู้หรือไม่..?คนไทยเกือบไม่มีแผ่นดินอยู่!! เหตุผลที่"ธนาธร" ต้องรู้ว่าไม่ควรเนรคุณแผ่นดิน!?

รู้หรือไม่..?คนไทยเกือบไม่มีแผ่นดินอยู่!! เหตุผลที่"ธนาธร" ต้องรู้ว่าไม่ควรเนรคุณแผ่นดิน!?

Publish 2018-04-07 16:45:43

ชาติไทยมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน  หากจะเริ่มนับหลักฐานแบบจริงๆจัง  อาณาจักรแรก คือ สุโขทัย เพราะเริ่มมีการประดิษฐ์อักษรไทยและมีการบันทึกเรื่องราวขึ้นในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งกรุงสุโขทัย ต่อมาก็เป็นกรุงศรีอยุธยา มหาอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มมีการติดต่อกับชาวต่างประเทศ เรื่อยมาจน กรุงธนบุรี พระเจ้าตากสินทรงรวบรวมกำลังพลขับไล่ทหารพม่าออกไป แล้วย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่กรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์จนถึงปัจจุบันนี้ 

 

๒๓๖ ปี พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จปราบดาภิเษกขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีและทรงสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย นับตั้งแต่วันเริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่  ๖ เมษายน๒๓๒๕   

 

กว่าจะมาเป็นชาติ ที่สงบสุขร่มเย็นจวบจนถึงวันนี้ บรรพบุรุษของไทยผู้มีดวงวิญญาณอันหาญกล้า เสียสละ เลือดเนื้อและชีวิต รักษาแผ่นดินนี้ พื้นที่  จังหวัดต่าง ๆ จึงล้วนแต่เป็น “สมรภูมิ” ในอดีตมาเกือบทั้งสิ้น เพราะเคยเป็นฐานที่มั่นและสนามรบของบรรพบุรุษไทยกับอริราชศัตรูผู้รุกราน โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นผู้นำ ทั้งทรงบัญชาการรบ และทรงออกรบด้วยพระองค์เอง

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ไทยต้องเผชิญกับสงครามใหญ่ ที่เรียกขานกันว่า “สงครามเก้าทัพ” เป็นสงครามระหว่างอาณาจักรพม่ากับราชอาณาจักรไทย เป็นสงครามใหญ่ครั้งแรก หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เป็นราชธานีแห่งใหม่ เวลานั้นบ้านเมืองอยู่ในช่วงผ่านศึกสงครามมาใหม่ ๆ ประจวบทั้งการสร้างบ้านแปลงเมือง รวมทั้งปราสาทราชวังต่าง ๆ

ในปี พ.ศ. ๒๓๒๘ พระเจ้าปดุง กษัตริย์พม่า หลังจากบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์อังวะแล้ว ต้องการประกาศแสนยานุภาพ เผยแผ่อิทธิพล โดยได้ทำสงครามรวบรวมเมืองเล็กเมืองน้อยรวมถึงเมืองประเทศราชให้เป็นปึกแผ่น แล้วก็ได้ยกกองกำลังเข้ามาตีไทย โดยมีจุดประสงค์ทำสงครามเพื่อทำลายกรุงรัตนโกสินทร์ให้พินาศย่อยยับเหมือนเช่นกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าปดุงได้ยกทัพมาถึง ๙ ทัพ รวมกำลังพลมากถึง ๑๔๔,๐๐๐ นาย โดยแบ่งการเข้าโจมตีกรุงรัตนโกสินทร์ออกเป็น 5 ทิศทาง



เวลานั้นทางฝ่ายไทยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รวบรวมกำลังไพล่พลได้เพียง ๗๐,๐๐๐ นายมีกำลังน้อยกว่าทัพพระเจ้าพม่าถึง ๒ เท่า ประจวบเป็นทหารรบเดิมของพระเจ้ากรุงธนบุรีที่เคยกอบกู้บ้านเมืองสมัยเสียกรุงศรีอยุธยาไว้ได้

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จึงทรงปรึกษาวางแผนการรับข้าศึกกับ สมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้า สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ว่าจะทำการป้องกันบ้านเมืองอย่างไร แผนการรบของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ คือจัดกองทัพออกเป็น ๔ ทัพโดยให้รับศึกทางที่สำคัญก่อน แล้วค่อยผลัดตีทัพที่เหลือ จนท้ายที่สามารถมีชัยชนะเหนือทัพพม่า ที่ถูกตีแตกพ่ายถอยร่นไปได้


หากวันนั้น ไทยพ้ายแพ้แก่พม่า แน่นอนว่า ประเทศไทยคงเหลือเพียงแต่ชื่อ เหมือนกับ "มอญ"ที่ไม่มีประเทศอยู่  ..ชาติไทยอาจจะแตกสาแหรกขาดและ ส่วนหนึ่งก็จะถูกผนึกไว้กับสหภาพเมียนม่า เหมือนที่มอญ กระเหรี่ยง หรือชนเผ่าอื่นๆถูกผนึกอยู่ นั้นหมายความว่า คนไทย หรือชนชาติไทย จะไม่มีแผ่นดินอยู่ แผ่นดินหากิน เป็นเพียงแต่ชนแฝงตัวอยู่ในพม่าเท่านั้น เพราะต่างพ่ายแพ้สงครามให้กับพม่าในขนาดนั้น

สิ่งที่คนไทยพึงระลึกอยู่เสมอก็คือ พระราชดํารัสของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท วังหน้าในรัชกาลที่ ๑  ครั้นเมื่อสงครามเก้าทัพ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท เป็นแม่ทัพ ทัพ ๒ ถือพล ๓๐,๐๐๐ ไปตั้งรับทัพพม่าที่เมืองกาญจนบุรี (เก่า) สกัดกั้นทัพพม่าที่ยกเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ ทรงประกาศปลุกขวัญไพร่ทหารว่า

"พวกเจ้าเป็นไพร่ ข้าเป็นพระราชวงศ์ แต่เจ้ากับข้าเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือเราเป็นคนไทย เป็นเจ้าของแผ่นดินเหมือนกัน รบวันนี้เราจะแสดงให้ผู้รุกรานเห็นว่า เราหวงแหนแผ่นดินไทย รบวันนี้เราจะไม่กลับมาค่ายนี้อีกจนกว่าจะขับไล่ศัตรูไปพ้นชายแดน ข้าจะไม่ขอให้พวกเจ้ารบเพื่อใคร นอกจากรบเพื่อแผ่นดินของเจ้าเอง แผ่นดินที่เจ้ามอบให้แก่ลูกหลานของเจ้าได้อยู่อาศัยอย่างเป็นสุขสืบไป"


ถ้อยประกาศดังกล่าวชัดเจนในตัวเองดีอยู่แล้ว เป้าหมาย "รักษาประเทศชาติ" มอบให้แก่ลูกหลาน ไม่มีไพร่ ไม่เจ้า มีแต่คนไทย สายเลือดไทย ร่วมสู้ไปด้วยกัน ให้พ้นภัย ดังนั้นไม่ว่า จะเป็นคนไทยแท้โดยสายเลือด หรือคนเชื้อชาติจีน  หรือชาติอื่นๆก็ตามแต่ ที่ได้เดินทางหนีภัย แสวงหาความเจริญ ความมั่งคัง ฐานะ ลาภ ยศ  และได้เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นแผ่นดินประเทศไทย อยู่กันอย่างสุขสบาย กลับมีคนบางกลุ่มบางก้อน ไม่คิดสำนึกต่อยังสามารถคิดเนรคุณได้ลงคอ!!!!

 

มาถึงสถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อ"ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ”เดินหน้าเข้าสู่การเมืองโดยได้นำเสนอหลักคิดของตัวเองออกมามากมายไปในทางที่ “ขบถ” ต่อระบบดั้งเดิมของสังคม จึงจะต้องตั้งคำถามว่า"เข้าใจ"หรือไม่ว่า??

 

สังคมดั้งเดิมเกิดขึ้นจากรากฐานอะไรและวิวัฒนาการมาเป็นอย่างไรจึงเป็นอยู่ในปัจจุบันและหากจะเปลี่ยนแปลงไปอนาคตก็ต้องพิจารณาว่า จะใช้หลักคิดใด เป็นหลักฐานในการเปลี่ยนแปลง??

 

 "ธนาธร"ทำตัวมีปัญหากับ"สถาบันพระมหากษัตริย์" ทั้งๆท่ี"ต้นตระกูล"ของธนาธร"หนีตาย" มาจากจีนผืนแผ่นดินใหญ่มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของ"พระมหากษัตริย์ไทย"แล้วก็ใช้แผ่นดินนี้แสวงหาความร่ำรวยจนลูกหลานอย่างธนาธรอยู่กันอย่างสุขสบาย 

 

แต่ยังสามารถคิดเนรคุณได้!!!!ลองไตร่ตรองดูว่าเป็นความจริงหรือไม่??

 

ทิ้งท้ายด้วยบทความตอนหนึ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวกับคณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด และข้าราชการ ในวันที่๑๖ สิงหาคม๒๕๖๐

 

"ประวัติศาสตร์ชาติไทยมีมาเกือบ พันปีมีพระมหากษัตริย์มาตลอด ฉะนั้นหน้าที่ของพวกเรา สิ่งแรกจะต้องเชิดชูสถาบันด้วยความจงรักภักดีปกป้องรักษาพระบรมเดชานุภาพให้ได้ เราต้องหนักแน่น วันนี้โลกเปลี่ยนแปลงเยอะ"

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม