Set Zeroว่าที่กกต.!!แม้คนจาก"ศาล"ก็ไม่รอด เปิดรธน."ไม่มีความเชียวชาญ" หรือ"ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์"??

Set Zeroว่าที่กกต.!!แม้คนจาก"ศาล"ก็ไม่รอด เปิดรธน."ไม่มีความเชียวชาญ" หรือ"ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์"??

Publish 2018-02-23 11:15:42

การลงมติครั้งนี้ เป็นการล้มกระดานว่าที่ กกต.ใหม่ทั้ง 7 คน เพื่อสรรหากันใหม่ เท่ากับว่า สนช. Set Zero กกต.รอบ 2 เพราะรอบแรก สนช.เห็นชอบ พ.ร.ป.กกต.ให้ Set Zero กกต.ชุดปัจจุบัน พอสรรหามาใหม่ก็ Set Zero ล้มกระดานอีกรอบ 

 

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (ก.ก.ต.) จำนวน 7 คน ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๒๒ ได้บัญญัติไว้ว่า

 

โดยที่ประชุม สนช. ได้สั่งให้มีการประชุมลับ เพื่อพิจารณารายงานการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 7 คน โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 13.00 น. ที่ประชุมจึงได้เปิดให้ลงมติโดยเป็นการลงมติลับด้วยการเข้าคูหากาบัตรลงคะแนน ผลปรากฏว่า ที่ประชุมมีมติไม่ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 7 ราย ด้วยคะแนนเสียงที่ท่วมท้น ดังนี้

 

 




นายฐากร ไม่เห็นชอบด้วยคะแนน  156 เห็นชอบ 27 งดออกเสียง 17,

นายเรืองวิทย์ ไม่เห็นชอบด้วยคะแนน  175 เห็นชอบ 10 งดออกเสียง 14, 

นางชมพรรณ์ ไม่เห็นชอบด้วยคะแนน 168 เห็นชอบ 16 งดออกเสียง 16, 

นายอิสสรีย์ ไม่เห็นชอบด้วยคะแนน 149 เห็นชอบ 30 งดออกเสียง 21, 

นายประชา ไม่เห็นชอบด้วยคะแนน  125 เห็นชอบ 57 งดออกเสียง 86, 

นายฉัตรไชย ไม่เห็นชอบด้วยคะแนน 128  เห็นชอบ 46 งดออกเสียง 26   

และ นายปกรณ์ ไม่เห็นชอบด้วยคะแนน  130 เห็นชอบ 41 งดออกเสียง 29

 

ทั้งนี้การที่ สนช. ไม่ให้ความเห็นชอบผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อไปเป็นกรรมการขององค์กรอิสระ ถือเป็นครั้งแรกที่โหวตคว่ำยกชุด โดยขั้นตอนต่อไป สนช. จะต้องรายงานการประชุมไปให้คณะกรรมการสรรหาและที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อดำเนินการสรรหาบุคคลมาให้ สนช. ลงมติให้ความเห็นชอบใหม่อีกครั้ง ขณะที่ทั้ง 7 คนดังกล่าว จะไม่สามารถกลับมาสมัครใหม่ได้ตาม พ.ร.ป.กกต. ฉบับใหม่

 

 

 การที่สนช.จะเห็นชอบบุคคลดังกล่าวทั้ง 7 คนได้นั้นจะต้องมีคุณสมบัติตามที่มาตรา๒๒๒ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

ฃรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้บัญญัติไว้ว่า

มาตรา ๒๒๒ คณะกรรมการการเลือกตั้งประกอบด้วยกรรมการจํานวนเจ็ดคนซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภา จากบุคคลดังต่อไปนี้ 

(๑) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาการต่างๆ ที่จะยังประโยชน์แก่การบริหารและจัดการ การเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งได้รับการสรรหา จากคณะกรรมการสรรหา จํานวนห้าคน

(๒) ผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านกฎหมาย มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และเคยดํารงตําแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีผู้พิพากษา หรือตําแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการมาแล้วเป็นเวลา ไม่น้อยกว่าห้าปี


เรามาดูว่าทั้งใน (๑)  และ (๒) วุฒิสภาในที่นี่หมายถึงสนช. จะให้มีความเห็นชอบด้วยนั้น ผู้สัมครจะต้องเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาการต่างๆ ที่จะยังประโยชน์แก่การบริหารและจัดการ การเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และการที่สนช.ไม่เห็นชอบทั้ง5 คนนั้น ต้องเพราะความสามารถขาดจากข้อกำหนดนี้ไป เป็นผู้ที่ไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ หรือไม่ก็ต้องเป็นผู้ที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม และไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต

 

ในส่วนของ(๒)  ซึ่งผู้สมัครได้รับการสรรหาจากฝ่ายตุลาการ ซึ่งเป็น1ใน3 ฝ่ายอำนาจตามหลักการประชาธิปไตย ซึ่งผู้สมัครที่ผ่านการสรรหา ต้องมีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านกฎหมาย มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และเคยดํารงตําแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีผู้พิพากษา หรือตําแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการมาแล้วเป็นเวลา ไม่น้อยกว่าห้าปี ซึ่งบุคลจากที่ประชุมศาลฏีกาส่งมา แต่กลับถูกสนช.คว่ำไป หมายความว่าบุคคลทั้งสองไม่มีคุณสมบัติใช่หรือไม่ ซึ่งเรื่อวดังกล่าวกระทบไปถึงความน่าเชื่อถือของที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกา ดังนั้นต้องจับตาองค์กร ฝ่ายนิติบัญญัติ คือ สนช. กับฝ่ายตุลาการจะเกิดการกระทบกระทั่งกันหรือไม่ ต้องติดตามต่อไป

 

 

ทั้งนี้ยังได้มีรายงานข่าว การลงคะแนนของสมาชิกสนช. เป็นการตัดสินใจแบบกะทันหัน หลังจากที่มีการถกกันในการประชุมลับ ซึ่งการลงคะแนนแบบนี้ก็แสดงให้เห็นว่าสมาชิกสนช. ไม่มั่นใจในกรรมการสรรหา ไม่เชื่อมั่นในกรรมการสรรหา ไม่รู้ไปทำงานกันมาอย่างไร ถึงออกมาเป็นแบบนี้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่สนช.จำเป็นต้องให้คำตอบกับสังคม

 

 

 โดยขั้นตอนหลังจากนี้ จะต้องเริ่มกระบวนการสรรหากันไม่ โดยประธานศาล , องค์กรอิสระ และ สนช. จะต้องตั้งคณะกรรมการสรรหาชุดใหม่ภายใน 20 วัน จากนั้นก็เริ่มเปิดรับสมัครและสรรหาภายใน 90 วัน แล้วให้ สนช.ลงมติใหม่ภายใน 45 วัน

 

    แต่การล้มกระดานครั้งนี้ไม่มีผลต่อ Road Map การเลือกตั้ง เพราะ กกต.ชุดปัจจุบันยังทำหน้าที่รักษาการต่อไป และยังมีอำนาจเต็มในการจัดการเลือกตั้ง



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม
HASTAG : Set Zero กกต.