"พล.อ.ประยุทธ์" ส่งแรงใจถึงทีมชาติ...นัดชิงฟุตบอลไทย-อินโด แมตสำคัญ ชี้ชะตา โค้ชซิโก้ (รายละเอียด)

Publish 2016-12-17 10:03:22

กลับเข้ามาช่วงนี้ เรามาติดตามประเด็นร้อนแรงที่คนไทยทั้งชาติเฝ้าอย่างใจจดจ่อ สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชายชิงแชมป์ AFF ซูซุกิคัพ แมทชิงชนะเลิศ นัดที่ 2 หลังจากที่นัดแรก ทีมไทยบุกไปพ่ายคาบ้านอินโดนีเซีย 2 ประตูต่อ 1  ทำให้นัดชิงที่ 2 ที่แข่งในประเทศไทยถือเป็นแมทชี้ชะตาเลยก็ว่าได้

ภายหลังจากการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน  เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016 รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก  ในวันที่ 14 ธ.ค.59  ระหว่าง  ทีมชาติอินโดนีเซีย เปิดสนาม ปากันซารี สเตเดียม พบ ทีมชาติไทย เเชมป์เก่า ในเวลา  เวลา 19:00 น.  ผลปรากฏว่า ทีมชาติไทย เเพ้ไป 1-2   ก่อนจะกลับไป ชิงชนะเลิศ นัดที่2  สนามราชมังคลากีฬาสถาน 17ธค. 59   เวลา 19.00น.



จากสกอร์นี้ ก็ยังทำให้ทีมชาติไทยได้เปรียบอยู่บ้าง จากคำสัมภาษณ์หลังจบเกมส์นัดแรกของ กัปตันทีมอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา   ที่ออกมากล่าวสั้นๆว่า    

 “เราไม่ได้เสียหายอะไร เรายังเหลืออีกเกมในบ้าน วันนี้สกอร์แค่ 2-1 นัดชิงในบ้านเรายิง 1-0 ก็จะเป็นแชมป์ ตามกฏอะวเย์โกล์ (ยิงประตูทีมเยือน)  ผมมองว่าเราไม่ได้เสียเปรียบอะไร” ดาวยิงช้างศึกกล่าวหลังจบเกม

ขณะที่ เฮดโค้ช อย่าง ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน  เเละก็ได้หลุดพูดคำหนึ่ง  เป็นปริศนา ออกมาว่า  เกมชิงฯนัด2 รับมือ อินโดฯ ที่บ้านเรา  17ธค. นี้   ยังไงเราต้องชนะ1-0  เเต่ถ้าชนะ 1-0 ไม่ได้ ก็รู้ตัวเองอยู่เเล้ว 

ซึ่งเป็นนัยยะ สื่อกลายๆว่า  ถ้าทีมชาติไทย ไม่สามารถคว้าเเชมป์ ซูซูกิคัพ 2016 ตนเองก็คงประกาศอำลาทัพช้างศึก

จนเมื่อทีมกลับถึงประเทศไทย สื่อก็ไปรอสัมภาษณ์โค้ช ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ซึ่งก็ให้สัมภาษณ์ทันที

ซึ่งเมื่อทัพช้างศึกเดินทางถึงประเทศไทยที่เรียบร้อย ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทยได้เผยว่า “เรามีลูกอเวย์โกลอยู่ ฉะนั้นเราขอแค่ยิง 1-0 ก็สามารถเป็นแชมป์ได้ เราเชื่อว่าถ้าเราเดินเกมได้ราบรื่น ทุกคนเข้าใจวิธีการเล่นประกอบกับเสียงเชียร์น่าจะทำให้ทีมเราทำได้”

“จริงๆแล้วตรงภาพรวมเราผิดพลาดที่จุดของเราเองมากกว่า และก็เรื่องลูกกลางอากาศเราก็ต้องป้องกันให้ดีกว่านี้ แต่ต้องยอมรับว่าคนที่ไม่ได้อยู่ในสนามจะไม่รู้บรรยากาศเป็นยังไง แต่น้องๆทุกคนช่วยกันเล่นเต็มที่อยู่แล้ว ฉะนั้นเราเชื่อว่า 1 ลูกมันสามารถเป็นไปได้ อยู่ที่แฟนบอลว่าจะเข้าไปเชียร์กันเต็มสนามขนาดไหน”

อัลเฟรด รีเดิล เฮดโค้ชทีมชาติอินโดนีเซีย ระบุประตูตีเสมอในเกมที่พลิกแซงชนะทีมชาติไทย 2-1 ศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016 รอบชิงชนะเลิศนัดแรก มาจากสองปัจจัยนั่นคือพลังเชียร์จากแฟนบอลและมีโชคช่วย

“เราเล่นได้ไม่ดีในครึ่งแรก ในการเจอกับทีมที่ดีที่สุดของอาเซียน แต่ประตูตีเสมอเปลี่ยนจังหวะความเร็วของเกมสำหรับเรา”

สำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศนัดที่สองจะมีขึ้นวันเสาร์นี้ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ขณะที่แฟนบอลอินโดนีเซีย พากันแห่โพสต์ข้อความชื่นชม และภูมิใจกับผลงานการคัมแบ๊กของทัพนักเตะการูดาผ่านโซเซียล มีเดีย โดยพร้อมใจกันติดแฮชแท็ก #TimnasJuara ซึ่งมีความหมายว่า “ทีมแชมเปี้ยน” กลายเป็นแฮชแท็กเทรนด์ฮิต ยอดทวีตกว่า 50 ล้านครั้ง

แต่ทว่า หลังจบเกมส์ ก็ยังมีประเด็นที่ แฟนบอลชาวไทย และ คนที่ติดตามชมเกมส์นัดดังกล่าว ได้เห็นถึง การที่แฟนบอลอินโดนีเซีย จุดพลุ และยิงแสงเลเซอร์ ใส่ตาของสองนักเตะทีมชาติไทย อย่าง อุ้ม ธีรธร บุญมาทัน  และ เจ้าตอง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย

ซึ่งต่อมาทาง เจ้าหน้าที่ควบคุมการแข่งขันเกม "เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ" รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก ได้ทำรายงานเรื่องแฟนบอลอินโดนีเซีย มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลังยิงเลอร์เซอร์ก่อกวนแข้งช้างศึก และจุดพลุแฟร์ในสนาม ส่งถึงสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียหรือเอเอฟซี เรียบร้อยแล้ว

ด้านบิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กล่าวว่าตนเองเตรียมให้เงินอัดฉีดเพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ประกาศไปแล้วว่าจะให้เงินอัดฉีด 17 ล้านบาท หากคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ได้สำเร็จ โดยเงินดังกล่าวมาจากเงินรางวัลจากสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งอาเซียนประมาณ 7 ล้านบาท และจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ 10 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในรายละเอียดของการอัดฉีดเพิ่มเติมนอกเหลือจาก 17 ล้านบาท ตนจะขอเป็นคนพูดคุยกับนักเตะ ทีมชาติไทย ก่อน

สำหรับเกมส์ในนัดที่ 2 จะมีขึ้นในเวลา 19.00 น. ของวันเสาร์ที่ 17 ธ.ค. นี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน  ก็นักฟุตบอลก็ต้องการกำลังใจจากแฟนบอลชาวไทย ให้เข้าชมและเชียร์กันอย่างล้นหลามเหมือนเช่นทุกครั้ง 

ซึ่งแม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้ให้สัมภาษณ์ ในระหว่างการเดินทางลงพื้นที่ติดตามการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่วัดวารีปาโมกข์ ต.ตะเครี๊ย  อ.ระโนด จ.สงขลา เกี่ยวกับนักฟุตบอลทีมชาติไทยในแมทชิงชนะเลิศว่า ว่า ไม่เป็นไร เมื่อคืนก็ดูอยู่ ตอนแรกให้กำลังใจนำ 1-0 แต่ก็กลัวว่าจะแผ่ว แต่ตอนหลังอาจจะแรงเชียร์ของเจ้าภาพและสนามคนเยอะมาก และทีมเพื่อนบ้านก็แข็งแรง เข้มแข็ง แต่ไม่เป็นไรช้างศึกไทยต้องอดทน ส่วนนัดต่อไปวันเสาร์ชนะ เล่นให้ชนะ ตั้งใจชนะไว้ก่อน ผลออกมาอย่างค่อยว่ากัน ตั้งใจต้องชนะ

ขณะที่ในโลกออนไลน์ นั้นก็ได้เกิดกระแสเรียกร้องใน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเชียร์ ช้างศึก ถึงขอบสนาม เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจให้กับนักฟุตบอลทีมชาติไทย

อย่างเช่น ประธานาธิบดี โจโก วิโดโด้ ที่ได้เดินทางมานั่งเชียร์ทีมชาติอินโดนีเซีย ในแมทรอบรองชนะเลิศ ที่สู้นัดเหย้ากับทีมชาติเวียดนาม และก็เป็น ทีมชาติอินโดนีเซีย สามารถเอาชนะได้ทั้ง 2 นัด จนเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศได้  ส่วนท่านนายก จะเดินทางมาเชียร์ที่ขอบสนามหรือไม่ นั้น ก็คงต้องติดตามกันต่อไป

แต่ถ้าจะพูดถึงความได้เปรียบของทีมชาติไทย ตามกฎอเวยโกลนั้น ถ้าชนะ 1:0 ก็จะเพียงพอต่อการได้แชมป์  เพื่อให้เกิดความเข้าใจ เรามีข้อมูลมานำเสนอกัน


สำหรับกฎอเวย์โกล (Away Goal)  ในการแข่งขันฟุตบอลแบบทัวร์นาเม้นต์ที่เป็นการแข่งขันแบบสองนัดเหย้าเยือนนั้น ในสมัยเมื่อร้อยกว่าปีก่อน หากแต่เหย้าเยือนสองนัดแล้วสกอร์รวมสองนัดเท่ากัน จะต้องมีการแข่งขันต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาทีและหากยังเสมอกันยังไม่รู้ผลแพ้ชนะกันอีกก็จะต้องมีการยิงลูกโทษที่จุดโทษเพื่อตัดสินหาผู้ชนะ ทางยูฟ่า หรือสหพันธ์ฟุตบอลยุโรปมองว่าหากเป็นเช่นนี้ อาจทำให้เวลาการแข่งขันยืดเยื้อกินเวลายาวนานเกินไป จึงได้มีการคิดค้นกฎ อเวย์ โกลเกิดขึ้นและถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในปี 1965

โดยจะขอยกตัวอย่างของกฎอเวย์โกล พอสังเขปคือ การแข่งขันที่สนามของทีม A นัดแรก ทีม A ชนะทีม B 2-1  นัดที่สอง  กลับมาเล่นที่สนามของทีม B ทีม B ชนะ ทีม A 3-2  สกอร์รวมสองนัด ทีม A เสมอกับทีม B 4-4

ในกรณีเช่นนี้ ทีม A จะเป็นฝ่ายเข้ารอบเพราะว่าทีม A มายิงประตูได้ที่สนามของทีม B 2 ประตูส่วนทีม B ยิงประตูได้ที่สนามของทีม A เพียงหนึ่งประตูเท่านั้น

ที่ยูฟ่าคิดค้นระบบแบบนี้ขึ้นมาเพราะว่าในการแข่งขันฟุตบอลสโมสรยุโรปมีหลายคู่ที่สกอร์รวมอาจจะเสมอกันเมื่อเล่นไปสองนัดเหย้าเยือน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ลดความได้เปรียบเสียเปรียบเมื่อต้องต่อเวลาพิเศษออกไป ยูฟ่าจึงคิดกฎ Away Goal ขึ้นและเพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักฟุตบอลของทั้งสองทีมเปิดเกมบุกเข้าหากันมากขึ้นด้วย และความสนุกสนานก็จะเกิดขึ้นแก่แฟนบอลและผู้ติดตามอย่างไม่ต้องสงสัย กฏอเวย์โกลในฟุตบอลยุโรปทีมที่เป็นทีมเหย้ามักจะเล่นด้วยความระมัดระวังตัวเพราะหากเสียหนึ่งประตูหมายถึงคุณต้องไปยิงประตูที่สนามของคู่แข่งให้ได้นั่นเอง

แต่เมื่อเราย้อนกลับมาดูคำสัมภาษณ์ของโค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ว่า ถ้าไม่สามารถป้องกันแชมป์ ซูซูกิคัพ นี้ได้ก็ รู้ตัวอยู่แล้ว.... แสดงว่าอะไร หรืออาจเป็นได้ว่า ซิโก้อาจจะลาออกหรือไม่

สำหรับซิโก้ นัดเดิมเป็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย ในตำแหน่งกองหน้า ปัจจุบันเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทยแต่ก่อนที่จะได้เป็นหัวหน้าฝึกสอน โค้ชซิโก้ เคยคุมที่มสโมสรทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อย่างทีมฮ่องอัญลาย ในเวียดนาม มาแล้ว แต่ผลงานยังไม่เคยได้พาสโมสรคว้าแชมป์รายการใดๆเลย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2556 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แต่งตั้งให้ซิโก้เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ก่อนที่จะนำทีมชาติไทยชุดดังกล่าวลงแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรกับทีมชาติจีน และทีมชาติไทยสามารถเอาชนะทีมชาติจีน ด้วยการทำประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์คือ 5 ต่อ 1

โดยในปลายปีเดียวกัน ซิโก้คุมทีมชาติไทยชุดเดียวกันคว้าเหรียญทองในการแข่งขันฟุตบอลชายกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 27 ที่กรุงเนปยีดอของประเทศพม่า โดยในการชิงชนะเลิศ ทีมชาติไทยชนะอินโดนีเซีย 1 ประตูต่อ 0

ส่วนการแข่งขันฟุตบอลชาย ในกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 17 ปี พ.ศ. 2557 ที่นครอินช็อนของเกาหลีใต้ ซิโก้ใช้ผู้เล่นชุดเดิม ชนะ 5 นัดแรก เสียเพียง 3 ประตู แต่อยู่ใน 2 นัดสุดท้าย ซึ่งแพ้ทั้งหมด จึงได้อันดับ 4 ของการแข่งขันดังกล่าว

และในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน ซิโก้ก็คุมทีมชาติไทยชุดใหญ่เป็นครั้งแรก โดยนักเตะแกนหลักมาจากชุดเดิม เข้าแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 และคว้าแชมป์ได้สำเร็จเป็นสมัยที่ 4 ของทีมชาติไทย ทั้งเป็นการกลับมาชนะเลิศรายการนี้ เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี โดยนัดชิงชนะเลิศ สามารถเอาชนะทีมชาติมาเลเซีย ด้วยประตูรวมสองนัด 4 ประตูต่อ 3

ในปี พ.ศ. 2558 ซิโก้พาทีมชาติไทยชุดเดิมคว้ารางวัลรองชนะเลิศฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 โดยนัดสุดท้ายเสมอเกาหลีใต้ 0 ประตูต่อ 0 โดยหลังจบเกมซิโก้ก็ออกมาขอโทษแฟนบอลไทยที่ไม่สามารถคว้าแชมป์คิงส์คัพได้ โดยบอกว่าลูกทีมสู้อย่างเต็มที่ถึงที่สุดแล้ว

ต่อมาซิโก้ก็เรียกตัวนักฟุตบอลทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีชุดใหม่ เข้าแข่งขันฟุตบอลเอเชียเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี 2016 รอบคัดเลือก และผ่านเข้ารอบสุดท้ายในฐานะอันดับ 2 ที่ดีที่สุด ก่อนจะมอบหมายให้ โชคทวี พรหมรัตน์ อดีตนักฟุตบอล เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชุดนี้เป็นการชั่วคราวซิโก้จีงไม่ได้คุมทีมชุด U-23 ที่ลงแข่งขันซีเกมส์ 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์ แต่ไทยก็สามารถคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ โดยนัดสุดท้ายไทยชนะพม่า 3 ประตูต่อ 0

ซิโก้ได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับทีมชาติไทยอีกครั้ง ในวันที่ 3-5 มิถุนายน การคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี หลังจากครั้งล่าสุดคว้าแชมป์ในครั้งที่ 38 เมื่อปี พ.ศ. 2550

สำหรับนัดสุดท้ายนี้ ไมใช่เฉพาะการป้องกันแชมป์สมัยที่ 5 ติดต่อกันเท่านั้น แต่ยังเป็นการการันตีตำแหน่งผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยของโค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อีกด้วย



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วัสดา แสงทิพย์