ระบอบทักษิณยังมีอิทธิพลในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ...??? (มีข้อมูล)

Publish 2016-11-26 11:38:23

ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตกในไม่ใช่น้อยที่ระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอย่าง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ออกมาระบุว่าเตรียมดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่พยายามช่วยเหลือผู้ต้องหาคดีระเบิดในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ให้พ้นผิด

โดยพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ได้มีการออกมาระบุถึง ติดตามความคืบหน้าคดีระเบิดในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน พร้อมยืนยันว่า มีความคืบหน้าไปมาก โดยได้กำชับให้พนักงานสอบสวนทำสำนวนคดีให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจาก ขณะนี้ล่าช้าเกินกว่า 3 เดือน ตามที่กฎหมายกำหนดไว้

พร้อมยอมรับว่า พบมีกลุ่มบุคคลพยายามสร้างหลักฐานเท็จ เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ต้องหาให้พ้นผิด โดยตำรวจทราบตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวแล้ว และเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ มีการออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องแล้ว 11 หมาย และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน

 



ซึ่งบุคคลที่จะสามารถที่จะสร้างหลักฐานเท็จได้ก็จะต้องเป็นพนักงานสอบสวนหรือว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น

 

ความน่ากลัวอยู่ตรงนี้ คนเหล่านี้เป็นพวกที่ก่อเหตุก่อการร้ายและมีคนในกลไกอำนาจรัฐไปช่วย โดยพล.ต.อ.ศรีวราห์ บอกว่ามีส่วนได้เสียด้วย แสดงว่าแม้จะอยู่ภายใต้รัฐบาลคสช. แต่บรรดาข้าราชการที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับด้านความมั่นคงหรือทางด้านคดีหรือกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้น กลับไม่มีส่วนได้เสียหรือไปช่วยเหลือผู้ที่ก่อเหตุร้ายอย่างนี้ถือว่า น่าเป็นห่วง

ซึ่งในส่วนนนี้นั้นเรายังไม่รู้ว่าเป็นใครแต่ถ้าคดีนี้เป็นคดีที่เกี่ยวเนื่องทางการเมืองเหมือนที่ผู้คนในรัฐบาลได้ยืนยันมาได้ตลอด

แต่ที่แน่นอนก็คือคู่ขัดแย้งทางการเมืองของรัฐบาลชุดนี้ก็คือ ระบอบทักษิณ แสดงว่าระบอบทักษิณยังแข็งแรงอยู่ในระบบราชการไทย โดยเฉพาะในกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น

ทั้งนี้หากเรามาไล่เรียงเหตุความวุ่นวายทั้งการลอบวางระเบิด และเพลิงไหม้ ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตั้งแต่ช่วงวันที่ 11 สิงหาคม ซึ่งถือได้ว่าเป็นการก่อวินาศกรรมครั้งร้ายแรง

วันที่ 11 ส.ค. 15.00 น. ระเบิดที่ตลาดเซ็นเตอร์พอยท์ อ.เมืองตรัง

และ 22.30 น. ระเบิด 2 จุดย่านบาร์เบียร์หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

วันที่ 12 ส.ค. ที่จ.พังงา ก็เกิด เพลิงไหม้ตลาดนัดแหล่งท่องเที่ยวเขาหลัก ร้านค้าเสียหาย 80 ล็อก นอกจากนี้ยังพบระเบิด ที่ อ.ตะกั่วและหน้าตลาดนัดบางเนียง

นอกจากนี้ที่จังหวัดกระบี่ยังเกิด เพลิงไหม้เพิงขายของหน้าหาดอ่าวนาง แต่สามารถคุมเพลิงได้

ที่ อ.เมือง จ.ตรังก็เกิดเพลิงไหม้ที่ห้างลีวิวัฒน์ถาวร (ลีมาร์ทซุปเปอร์ค้าส่ง)

จ.สุราษฎร์ธานี เกิดเพลิงไหม้ร้านทวีสินพลาสติก คุมเพลิงได้ นอกจากนี้ยังมีการระเบิด 2 จุดใกล้หน่วยตำรวจใน อ.เมือง

จ.นครศรีธรรมราช เกิดเพลิงไหม้ห้างเทสโก้โลตัส อ.เมือง

ที่ประจวบคีรีขันธ์มีระเบิด 2 จุดที่หน้าวัดหัวหิน และหอนาฬิกาหัวหิน

ปิดท้ายกันที่ ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต พบระเบิด 2 จุดและยังพบพบวัตถุต้องสงสัย

 

ทั้งนี้จากเหตุการณ์ระเบิดดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้นก็มีกล้องวงจรปิดทยอยเผยแพร่ก็ถือได้ว่าเป็นโชคดีของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะปรากฏภาพผู้ต้องสงสัย ชัดมาก จนสามารถนำไปออกขออนุมัติศาล

สำหรับผู้ต้องหาที่จับกุมได้คือ นายอับดุลกอเดร์ สาแล๊ะ อายุ 35 ปี ชาวอ.ยะรัง จ.ปัตตานี ผู้ต้องหาก่อเหตุระเบิดวางเพลิงเผาทรัพย์ห้างลีมาร์ท ซุปเปอร์ค้าส่ง จ.ตรัง

 

และนายฮากีม ดอเลาะ อายุ 32 ปี  อ.เมือง จ.ปัตตานี  ผู้ต้องหาวางเพลิงห้างโลตัส นครศรี โดยนายฮากีม ถูกจับได้ด้วยพรก.ฉุกเฉิน ที่จ.ปัตตานี เนื่องจากผู้ต้องหาระเบิดคาร์บอมบ์ โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว อ.เมือง ปัตตานี เมื่อวันที่23สิงหาคม ในข้อหา ร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันพยายามฆ่า ร่วมกันก่อการร้าย มีวัตถุระเบิดในครอบครอง อั้งยี่ซ่องโจร ร่วมกันมีระเบิด ร่วมกันทำให้เกิดระเบิด

เราต้องย้ำกับคุณผู้ชมว่าพฤติกรรมของคดีที่มีผู้ต้องหานั้นเป็นคนในพื้นที่ภาคใต้แต่เป็นกลุ่มคนหน้าใหม่ที่ไม่เคยก่อเหตุมาก่อน

ซึ่งสอดคล้องกับที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดาที่ออกมาเปิดเผยตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ว่าเป็นกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์และผิดหวังจากการลงประชามติ

ทางรายการต้องขอย้ำในข้อพิสูจน์อีกเหตุการณ์ที่เห็นได้อย่างเด่นชัด นั้นก็คือคดียิงวัดพระแก้ว


เมื่อการชุมนุมในปี53 พบว่าเป็นช่วงเวลาที่มีการนำเอาอาวุธสงครามมาใช้กันอย่างมากมาย 1ในนั้นก็คือการใช้เครื่องยิงลูกจรวจอาร์พีจี โดยความมุ่งหวังของคนร้ายต้องการให้เกิดความเสียหายต่อกระทรวงกลาโหมและวัดพระแก้ว

ซึ่งคดีดังกล่าวเป็นคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ซึ่งขณะนั้นก็เป็นยุคของนาย ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอในขณะนั้น

และมีการจับคนร้าน 1 ราย คือส.ต.ต.บัณฑิต สิทธิทุม ซึ่งภายหลังการสอบสวนนายธาริตก็ออกมาให้ข้อมูลว่าผู้ต้องหารับสารภาพ เพราะจำนนต่อหลักฐาน ระหว่างการให้ปากคำ

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 1 พฤศภาคม 2553 นายธาริต ในฐานะกรรมการ ศอฉ. แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ถึงการจับกุม ส.ต.ต.บัณฑิต สิทธิทุม ในคดียิงระเบิด RPGว่า ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษจะแจ้งดำเนินคดีในข้อหาก่อการร้าย ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต

พนักงานจึงทำสำนวนการส่งอัยการและมีการส่งฟ้องต่อศาลเมื่อต้นปี 2554 จนเมื่อวันที่  13 ธ.ค. 2554 ศาลอาญารัชดาตรวจสอบพยานหลักฐานแล้ว เห็นว่าโจทก์มีพยานหลักฐานเป็นรถกระบะ และอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ และยังพบวัตถุพยานที่เกี่ยวข้องกับจำเลยในรถคันดังกล่าว การกระทำของจำเลยมีความมุ่งหมายเพื่อขู่เข็ญ บังคับรัฐบาลให้ยุบสภา ทั้งยังสร้างความปั่นป่วนให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน และเป็นการกระทำโดยใช้อาวุธร้ายแรง พิพากษาให้จำคุก 38 ปี

ในระหว่างนั้นท่าทีของฝ่ายโจทย์ก็คือ ดีเอสไอและอัยการก็เริ่มที่จะมีท่าทีเปลี่ยนไปหลังจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์บริหารประเทศ

และต่อมา 9 สิงหาคม 2556 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษากลับเนื่องจากพยานโจทก์เบิกความขัดแย้งกันในสาระสำคัญของคดี และหลักฐานยังมีข้อเคลือบแคลงน่าสงสัย จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย

ต่อมา 20 ตุลาคม 2558 ศาลฎีกาได้ยืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง ส.ต.ต.บัณฑิต เนื่องจากพยานอัยการไม่ชัดเจน

ก็เป็นที่สุดแล้วว่าคดีที่คนร้ายซึ่งเป็นตำรวจได้รับว่าจ้างจากอดีตผู้บังคับบัญชายศพันตำรวจโทในคดีนั้นให้ใช้อาร์พีจียิงวัดพระแก้ว แม้ผู้ต้องหานั้นจะรับสารภาพแต่เมื่อแนวทางผู้บริหารประเทศเปลี่ยนไปจึงทำให้ฝ่ายโจทย์ที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐได้ให้ข้อมูลบางสิ่งขัดกันระหว่างศาลชั้นต้นและศาลอุทรณ์จนในที่สุดคดีดังกล่าวนั้นก็มีคำสั่งยกฟ้องในที่สุด

ซึ่งจากข้อมูลข้างต้นเราจะเห็นได้ว่าระบบศาลของไทยนั้นมี 2 ศาลนั้นก็คือระบบไต่สวนและระบบกล่าวหา ซึ่งในตอนต่อไปเราจะอธิบายถึงความหมายของทั้ง 2 ระบบให้ได้รับทราบ

โดยคดีข้างต้นนั้นก็ถือได้ว่าอยู่ในระบบกล่าวหา ซึ่งการกล่าวหานั้นก็คือโจทย์ โดย พนักงานสอบสวน และอัยการนั้นก็เสมือนว่าเป็นโจทย์ก็ต้องมีการกล่าวหาผู้กระทำความผิดและต้องมีหลักฐานที่หนาแน่นเนื่องจากว่าถ้าหลักฐานอ่อนก็อยากที่จะฟ้องได้

ซึ่งเราก็ต้องเฝ้าติดตามกันต่อไปเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของตำรวจและทางพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล นั้นก็ต้องทำให้ความจริงปรากฎให้สังคมได้รับรู้

 

เรียบเรียงโดย : วัสดา สำนักข่าวทีนิวส์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วัสดา แสงทิพย์