ดิ้นอีกยก!! พท.ออกแถลงการณ์สู้ จี้"บิ๊กตู่" หยุดชี้นำกระบวนการยุติธรรมโกงจำนำข้าว

Publish 2016-09-29 11:36:59

วันนี้ ( 29 ก.ย.)  พรรคเพื่อไทย  ออกแถลงการณ์ ว่า ตามที่ได้ปรากฏจากคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลายครั้ง เกี่ยวกับการดำเนินคดี และการเรียกให้รับผิดทางแพ่งกับผู้ต้องรับผิดในโครงการรับจำนำข้าว อันมีลักษณะของการชี้นำการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และชี้นำการพิจารณาคดีของศาล และยังได้อาศัยรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา 44 พิพากษาคดี ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.เพื่อเปลี่ยนแปลงขั้นตอนทางกฎหมายปกติ และคุ้มครองความรับผิดของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ล่าสุด ได้สัมภาษณ์ต่อสาธารณชน โดยเปิดเผยจากกรณีที่ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ได้ระบุว่าจะฟ้องตนเอง ว่า "ก็รอจากตอนที่ตัวเองออกจากคุกมาก่อนแล้วกัน ไปเอาคดีตัวเองให้จบก่อนมาฟ้องผม" นั้น


พรรคเพื่อไทย เห็นว่า หัวหน้า คสช.เป็นผู้คุมอำนาจเบ็ดเสร็จในการปกครองประเทศ โดยมีอำนาจพิเศษตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เหนือฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการ และเป็นนายกฯ ซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาล การกระทำใดๆ ย่อมมีผลต่อการทำหน้าที่ขององค์กรต่างๆ เหล่านั้น การพูดในลักษณะให้นายบุญทรงออกจากคุกมาก่อน ทั้งที่คดีนี้มีการฟ้องร้องนายบุญทรงยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลนั้น เป็นกรณีที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจว่า เป็นการพูดชี้นำผลคดีไว้ล่วงหน้า นายบุญทรงจะต้องถูกศาลตัดสินให้จำคุก อันถือเป็นการก้าวล่วงอำนาจการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล ซึ่งต้องเป็นไปโดยอิสระ ถูกต้อง และเที่ยงธรรม


จึงเห็นได้ว่า การดำเนินการของหัวหน้า คสช.เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว มีลักษณะของการหวังผลไว้ล่วงหน้าว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องถูกศาลพิพากษาให้จำคุก และจะต้องให้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งให้ได้ ทั้งที่ควรจะเปลี่ยนให้กระบวนการยุติธรรมได้ดำเนินการไปตามขั้นตอนตามกฎหมายปกติ และศาลได้มีความเป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาคดี ซึ่งความเป็นอิสระของฝ่ายตุลาการนั้น ถือเป็นหัวใจสำคัญในการอำนวยความยุติธรรมให้กับบุคคล เมื่อหัวหน้า คสช.อยู่ในฐานะที่จะใช้อำนาจให้มีผลทั้งในทางนิติบัญญัติและตุลาการ จึงเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะชี้นำกระบวนการยุติธรรมดังกล่าว


พรรคเพื่อไทย จึงขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ยุติการกระทำใดๆ อันจะมีผลให้การบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐมิได้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายปกติด้วยความสุจริต ถูกต้อง และเที่ยงธรรม และยุติการก้าวก่าย แทรกแซง หรือชี้นำการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลด้วย