ร่อนหนังสือขอชาวนา22จังหวัดงดทำนาปี เตรียมพื้น 1.2 ล้านไร่ที่รับน้ำ!

ร่อนหนังสือขอชาวนา22จังหวัดงดทำนาปี เตรียมพื้น 1.2 ล้านไร่ที่รับน้ำ!

Publish 2018-09-02 12:45:04


พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ใกล้เคียงกับเมื่อวาน โดยภาคเหนือมีการกระจายของฝนมากกว่าภาคอื่นๆ  มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีการกระจายของฝนใกล้เคียงกับเมื่อวาน ส่วนภาคเหนือยังคงมีปริมาณฝนมากกว่าภาคอื่นๆ

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ ตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี นครปฐม และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก    มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ ต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.



พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2561 - 7 กันยายน 2561 ในช่วงวันที่ 1 – 2 ก.ย. 61 บริเวณประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง ส่วนในช่วงวันที่ 3 – 7 ก.ย. 61 บริเวณประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ข้อควรระวัง   ในช่วงวันที่ 3 – 7 ก.ย. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม ไว้ด้วย  ในช่วงวันที่ 1 – 2 ก.ย. 61 ร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาว และเวียดนามตอนบนมีกำลังอ่อนลง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังอ่อน ทำให้บริเวณประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง ส่วนในช่วงวันที่ 3 – 7 ก.ย. 61 ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังปานกลาง

ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 1 – 2 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ส่วนในช่วงวันที่ 3 – 7 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 1 – 2 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ส่วนในช่วงวันที่ 3 – 7 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 1 – 2 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ส่วนในช่วงวันที่ 3 – 7 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก    ในช่วงวันที่ 1 – 2 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ส่วนในช่วงวันที่ 3 – 7 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ตลอดช่วงลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 1 – 2 ก.ย. 61 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรส่วนในช่วงวันที่ 3 – 7 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 1 – 2 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำส่วนในช่วงวันที่ 3 – 7 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส



นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้อำนวยการกลางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เปิดเผยว่า กอปภ.ก. โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่า หลายพื้นที่มีฝนตกหนัก ปริมาณน้ำสะสมมาก

กอปรกับประกาศของศูนย์เฉพาะกิจติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งระเทศไทย (กฟผ.) แจ้งว่า เขื่อนวชิราลงกรณจะระบายน้ำเพิ่มขึ้นวันละ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นวันละ 58 ล้านลูกบาศก์เมตร ในช่วงวันที่ 4 10 กันยายน 2561 และเขื่อนศรีนครินทร์จะระบายน้ำเพิ่มขึ้นวันละ 6 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นวันละ 28 ล้านลูกบาศก์เมตร ในช่วงวันที่ 7 13 กันยายน 2561 ซึ่งส่งผลให้พื้นที่รับน้ำท้ายเขื่อนตามแนวริมลำน้ำ และพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย น้ำล้นตลิ่ง และน้ำไหลหลาก กอปภ.ก. จึงได้สั่งการจังหวัดเสี่ยงภัย 8 จังหวัด ได้แก่ 

กาญจนบุรี (อำเภอทองผาภูมิ อำเภอไทรโยค อำเภอเมืองกาญจนบุรี อำเภอท่าม่วง และอำเภอท่ามะกา) ราชบุรี (อำเภอ บ้านโป่ง อำเภอโพธาราม และอำเภอเมืองราชบุรี) นครปฐม (อำเภอกำแพงแสน อำเภอบางเลน และอำเภอดอนตูม) สมุทรสงคราม (อำเภอบางคนที อำเภออัมพวา และอำเภอเมืองสมุทรสงคราม) ชัยนาท (อำเภอสรรพยา) สิงห์บุรี (อำเภอเมืองสิงห์บุรี อำเภออินทร์บุรี และอำเภอพรหมบุรี) อ่างทอง (อำเภอไชโย อำเภอเมืองอ่างทอง และอำเภอป่าโมก) พระนครศรีอยุธยา (อำเภอเสนา อำเภอบางบาล และอำเภอผักไห่)

รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมรับมือสถานการณ์อุทกภัย น้ำล้นตลิ่ง และน้ำไหลหลาก โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามสภาพอากาศ ตรวจวัดปริมาณฝน สังเกตการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมทั้งแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท ห้างร้านที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา และประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด ตลอดจนกำชับกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัคร แจ้งข้อมูลข่าวสารและสถานการณ์ภัยให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สามารถติดต่อแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

 

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้อำนวยการกลางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เปิดเผยว่า กอปภ.ก. โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่า หลายพื้นที่มีฝนตกหนัก ปริมาณน้ำสะสมมาก

กอปรกับประกาศของศูนย์เฉพาะกิจติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งระเทศไทย (กฟผ.) แจ้งว่า เขื่อนวชิราลงกรณจะระบายน้ำเพิ่มขึ้นวันละ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นวันละ 58 ล้านลูกบาศก์เมตร ในช่วงวันที่ 4 10 กันยายน 2561 และเขื่อนศรีนครินทร์จะระบายน้ำเพิ่มขึ้นวันละ 6 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นวันละ 28 ล้านลูกบาศก์เมตร ในช่วงวันที่ 7 13 กันยายน 2561 ซึ่งส่งผลให้พื้นที่รับน้ำท้ายเขื่อนตามแนวริมลำน้ำ และพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย น้ำล้นตลิ่ง และน้ำไหลหลาก กอปภ.ก. จึงได้สั่งการจังหวัดเสี่ยงภัย 8 จังหวัด ได้แก่ 

กาญจนบุรี (อำเภอทองผาภูมิ อำเภอไทรโยค อำเภอเมืองกาญจนบุรี อำเภอท่าม่วง และอำเภอท่ามะกา) ราชบุรี (อำเภอ บ้านโป่ง อำเภอโพธาราม และอำเภอเมืองราชบุรี) นครปฐม (อำเภอกำแพงแสน อำเภอบางเลน และอำเภอดอนตูม) สมุทรสงคราม (อำเภอบางคนที อำเภออัมพวา และอำเภอเมืองสมุทรสงคราม) ชัยนาท (อำเภอสรรพยา) สิงห์บุรี (อำเภอเมืองสิงห์บุรี อำเภออินทร์บุรี และอำเภอพรหมบุรี) อ่างทอง (อำเภอไชโย อำเภอเมืองอ่างทอง และอำเภอป่าโมก) พระนครศรีอยุธยา (อำเภอเสนา อำเภอบางบาล และอำเภอผักไห่)

รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมรับมือสถานการณ์อุทกภัย น้ำล้นตลิ่ง และน้ำไหลหลาก โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามสภาพอากาศ ตรวจวัดปริมาณฝน สังเกตการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมทั้งแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท ห้างร้านที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา และประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด ตลอดจนกำชับกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัคร แจ้งข้อมูลข่าวสารและสถานการณ์ภัยให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สามารถติดต่อแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย