อภิสิทธิ์ ชี้สุเทพ ตั้งพรรคใหม่เป็นสิทธิ์ทำได้ จี้ คสช. ปลดล็อกกฎหมายพิเศษ สร้างความมั่นใจเดินตามโรดแมป

"อภิสิทธิ์ ชี้"สุเทพ" ตั้งพรรคใหม่เป็นสิทธิ์ทำได้ จี้ คสช. ปลดล็อกกฎหมายพิเศษ สร้างความมั่นใจเดินตามโรดแมป

Publish 2018-02-25 15:03:24

นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย จะตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ ว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ และจะต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้ไม่กังวลว่าการตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ของนายสุเทพจะส่งผลกระทบต่อสมาชิกพรรคที่ยังมีบางส่วนศรัทธาในตัวนายสุเทพ เพราะถือเป็นสิทธิของแต่ละคนที่จะตัดสินใจ จะอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ต่อหรือไม่ แต่ตอนนี้สมาชิกพรรค ยังไม่มีบุคคลใดลาออก และแนวความคิดของพรรคประชาธิปัตย์ได้ยืนหยัดในแนวคิดและอุดมการณ์มาโดยตลอด ที่พร้อมสนับสนุนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ กับนายสุเทพนั้น อาจมีแนวคิดที่ต่างกันในการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ แม้จะมีจุดร่วมในหลายๆ เรื่อง
 



นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งว่า ส่วนตัวมองว่าคือเสียงสะท้อนแทนประชาชนอีกจำนวนมาก แต่ทุกอย่างต้องอยู่ภายในกรอบของกฎหมาย เพื่อไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้น ขณะเดียวกัน อยากให้ คสช. ได้ผ่อนคลายกฎหมายพิเศษ และเปิดกว้างในการรับฟังให้มากขึ้น และเชื่อว่าจะไม่สั่นคลอนต่อรัฐบาลและ คสช. เพราะเป็นเสียงสะท้อนจากประชาชนส่วนหนึ่งเท่านั้น และรัฐบาลต้องลดเงื่อนไขที่ถือว่าเป็นปัญหาและอุปสรรคไปสู่ความขัดแย้ง และให้ความสำคัญของความน่าเชื่อถือของโรดแมปด้วย

นายอภิสิทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีมติไม่การเห็นชอบบุคคลที่ควรได้รับการเสนอชื่อเป็น กรรมการการเลือกตั้ง ทั้ง 7 คน ว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหาทั้งหมดจะต้องมาทบทวนเกี่ยวกับปัญหาที่ผ่านมาว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอีก และให้เกิดความราบรื่นในการสรรหารอบใหม่


ในส่วนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลจะต้องสร้างความเชื่อมั่นเพื่อให้ทุกอย่างสามารถเดินตามโรดแมปได้ แต่ส่วนตัวเห็นว่า กกต. ชุดเก่าสามารถทำหน้าที่ไปก่อนได้ แม้จะมีกระแสข่าว การลาออก ของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. แต่การลาออกมีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว และส่วนที่มีบางฝ่ายมองว่าการกำหนดคุณสมบัตของ กกต.ทั้ง 7 คน นั้นสูงเกินไป ทำให้เป็นอุปสรรคการสรรหา ส่วนตัวมองว่า ไม่ใช่เป็นประเด็นหลัก เพราะมีบุคคลที่มีคุณสมบัติอีกมากมาย ไม่กล้าเข้ามาดำรงตำแหน่ง พร้อมมีความเห็นว่า กรรมการที่สรรหา ต้องสร้างความเชื่อมั่นเพื่อให้บุคคลอื่นๆ สามารถกล้าที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง

 


 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์