รัฐบาล เร่ง โครงการในพื้นที่ EEC !!!   ผลประโยชน์ใคร !!

รัฐบาล เร่ง โครงการในพื้นที่ EEC !!! ผลประโยชน์ใคร !!

Publish 2017-10-31 10:32:11

เป็นอีกกระแส ที่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักวิชาการ  เอ็นจีโอ  ผ่านโลกโซเชียล ที่ตั้งข้อสังเกต ความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาลและคสช.ในการใช้อำนาจ ม.44 ยกเลิกกฎหมายผังเมืองในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) โดยมองว่าจะเป็นการเปิดทางให้มีการถมทะเลโครงการมาบตาพุด เฟส 3 ที่จังหวัดระยอง

 

เพราะขณะนี้โครงการมาบตาพุดเฟส 3 ที่จะมีการถมทะเลและมีการจัดทำรายงาน EHIA ส่งให้กับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และ คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ไปแล้วนั้น ในทางกฎหมายโครงการนี้จะไม่สามารถผ่านการอนุมัติของ สผ. และ คชก. เพราะขัดกับกฎหมายผังเมืองของ จ.ระยอง แต่คำสั่งดังกล่าวได้ยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายผังเมือง ฉะนั้นโครงการมาบตาพุดเฟส 3 จะได้รับการอนุมัติให้ก่อสร้างได้ รวมทั้งโครงการอื่นๆ ในอนาคต ในพื้นที่มาบตาพุดและพื้นที่อื่นๆ ของ EEC ด้วย
 

 

 



ทำให้เกิดคำถาม...ตามมาว่า การเร่งออกคำสั่งดังกล่าว เพียงเพื่อต้องการผลักดันให้โครงการในพื้นที่ EEC ผ่านโดยเร็ว เพราะเป็นเมกะโปรเจกต์ใหญ่ของรัฐบาล... เป็นการใช้อำนาจและนำทรัพยากรธรรมชาติไปให้นายทุน  โดยไม่ได้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนและกฎหมายที่มีบังคับใช้อยู่  

 

และเพื่อสกัดกระแสข่าวดังกล่าว ไม่ให้แพร่หลายและถูกนำขยายไปเป็นประเด็นทางการเมืองต่อไป  ทางรัฐบาลจึงสั่งการให้เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาค สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สรกศ.) “คณิศ แสงสุพรรณ” ออกมาชี้แจง

โดยยืนยันว่า นโยบายในการพัฒนา EEC เป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยการออกคำสั่งม.44 เรื่องนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกรมโยธาธิการและผังเมืองกับ สกรศ.ที่ต้องการให้มีการวางผังพื้นที่ 3 จังหวัดให้ต่อเนื่องกันโดยใช้ข้อมูลผังเมืองเดิมที่มีอยู่นำมาปรับปรุงให้เป็นผังพื้นที่เดียวกัน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือมาบตาพุด หรือโครงการอื่นๆ ประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

 

พร้อมยืนยันว่า กลไกการพิจารณาอนุมัติผังเมืองและทุกเรื่องสำคัญนั้น คณะกรรมการนโยบายเป็นผู้ให้ความเห็นชอบ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พร้อมรัฐมนตรีหลายท่านที่กำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณารอบคอบ ไม่ได้ให้อำนาจบุคคลใด หรือสำนักงาน ที่จะอนุมัติผัง หรือดำเนินการได้โดยตนเอง

 

 

 

 


ทั้งนี้ แผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค นั้น สกรศ. จะได้ทำงานร่วมกับกรมโยธาธิการ แล้วเสร็จใน 6 เดือน การนำแผนผังดังกล่าวไปจัดทำผังเมืองขึ้นมาใหม่ ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี

 

ตามเป้าหมาย EEC เป็น เมกะโปรเจกต์ที่ นายกรัฐมนตรี และรองนายกฯ สมคิด ต่างคาดหวัง ให้เป็นผลงานชิ้นโบแดงรัฐบาล และเป็นตัวจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศตามแผนยุทธศาสตร์ประเทศ 20 ปี

 

....เป็นเรื่องที่ต้องจับตา ดูกันต่อไป

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธารา มั่นฤทัย

ติดตามข่าวอื่นๆ