ปฏิบัติการป้องเจ๊ ซับน้ำตา ว่าที่เบอร์ 1 เพื่อไทย ร้องเรียกความชอบธรรม

ปฏิบัติการป้องเจ๊ ซับน้ำตา ว่าที่เบอร์ 1 เพื่อไทย ร้องเรียกความชอบธรรม

Publish 2017-10-18 17:09:25

จะเจตนาหรือไม่ แต่สังคมโดยเฉพาะในโซเซียลมีเดีย ก็พิพากษาไปแล้วว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ว่ากันว่าจะขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งในเวลาไม่ช้า สร้างภาพเพื่อเรียกคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง ระหว่างทำกิจกรรมขึ้นรถขบวนแห่ เชิญชวนประชาชนปลูกดาวเรือง รองรับพระราชพิธีสำคัญ

หลังจากภาพคุณหญิงหน่อยปรากฏบนโซเซียลมีเดีย ส่งผลให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนาๆ ถึงความไม่เหมาะสม เพราะถือเป็นการอาศัยช่วงที่คนไทยโศกเศร้าหาเสียงเพื่อตัวเอง จนเมื่อมีเสียงวิจารณ์มากเข้า เจ้าตัวจึงต้องมาขอโทษทั้งน้ำตา  
 

 

 



โดยเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม คุณหญิงสุดารัตน์ เปิดแถลงข่าวว่า “ขอโทษประชาชนที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ส่วนรถที่ใช้นั้นก็ติดสติ๊กเกอร์ชื่อดิฉันมา 10 กว่าปีแล้ว ยืนยันไม่ได้ใช้รถคันนี้เพื่อจุดประสงค์ในการหาเสียง แต่ทุกอย่างเราทำด้วยหัวใจเพื่อถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 ส่วนกรณีที่ คสช.ระบุ อาจจะติดต่อมาเพื่อปรับทัศนคติ ถ้าติดต่อมาก็ยินดีที่จะพูดความจริง ส่วนที่มีการระบุว่า เรื่องดังกล่าวจะเป็นเงื่อนไขการปลดล็อคทางการเมืองนั้นดิฉันไม่ทราบว่าคสช.คิดอย่างไร แต่มอง ว่าเป็นคนละเรื่องกัน และได้อธิบายสิ่งที่ทำไปแล้ว หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มสามารถติดต่อมาได้”

ทั้งนี้ ก่อนที่ “คุณหญิงหน่อย” จะออกมาขอโทษไม่กี่นาที ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต หรือหมวดเจ๊ยบ อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ออกตัวปกป้องเจ๊ ด้วยการส่งข่าวให้สื่อมวลชน เนื้อหาว่า  อยากให้ทุกฝ่ายมองถึงเจตนาที่ดี ว่าท่านก็เป็นหนึ่งในคนไทยที่อยากมีส่วนร่วมในการแสดงออกถึงความจงรักภักดี เหมือนคนไทยคนอื่น ๆ

คุณหญิง สุดารัตน์ พร้อมจะทำอะไรเพื่อพ่อหลวง ร.9 อย่างสุดกำลังความสามารถที่จะกระทำได้ เพราะนี่ก็เป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว จึงอยากให้ทุกฝ่ายเปิดใจรับฟังเหตุผลของคุณหญิงสุดารัตน์ ด้วยใจที่เป็นธรรมและปราศจากอคติ ทั้งนี้ สิ่งที่กังวล ก็คือ หากการแสดงออกถึงความจงรักภักดีกลับถูกจ้องมองในลักษณะจับผิดและถูกใช้เป็นประเด็นโจมตีกันทางการเมือง อาจทำให้ประชาชนทั่ว ๆ ไป ที่มีเจตนาดีและอยากแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันรู้สึกท้อถอยหรือหมดกำลังใจก็เป็นได้

และหลังมีเสียงวิจารณ์จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. โดย บิ๊กตู่ กล่าวเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม  ว่าต้องการให้สังคมช่วยกันกดดันและประณามคนแบบนี้ ต่อมา ลูกรักอย่าง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตร รมว.ไอซีที โพสต์ข้อความว่า “ฝ่ายทำดีก็ทำกันไป อีกฝ่ายทำก็ไม่ต้องทำ เอาดีแต่จับผิด เหยียบย่ำคนอื่นให้ตัวเองสูงขึ้น สังคมจะเลือกแบบไหน ต้องคิดแยะๆนะครับ เพราะวันหนึ่งเราอาจจะไม่เหลือคนทำงานเลยก็ได้ ไม่ทำก็ไม่มีใครจับผิด แต่ถ้าทำแล้วถูกจับผิดบิดเบือน แถมโดนสังคมประณามกระหน่ำซ้ำสอง ผมว่าเจ็บปวดครับ ผมไม่บังอาจตัดสินว่าใครถูกใครผิด แต่อยากให้อ่านคำชี้แจงเหล่านี้บ้าง... ฯลฯ”
 

 


ต่อมานายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทยอีกคน โพสต์ข้อความ ตอนหนึ่งว่า ว่า เยอะเกินไปมั้ย ผมเชื่อว่าการแสดงออกของคุณหญิงไม่ใช่เป็นการฉวยโอกาสหาเสียง สิ่งที่คุณหญิงได้กระทำลงไปคือการแสดงออกถึงความจงรักภักดีซึ่ง เป็นเสรีภาพที่สามารถกระทำได้โดยไม่มีรูปแบบ แต่เมื่อเกิดประเด็นที่ทำให้กลุ่มคนอีกฝ่ายเกิดความเข้าใจผิด คุณหญิงก็ได้ออกมากล่าวขอโทษกับสังคมแล้ว เรื่องนี้จึงสมควรยุติลง

นายวัฒนา ระบุว่า เสรีภาพในการแสดงออกเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน แต่เผด็จการเคยชินกับการละเมิดสิทธิของประชาชนมาโดยตลอดเป็นเวลากว่าสามปีที่อยู่ในอำนาจ จนเลยเถิดมาถึงเสรีภาพในการแสดงออกถึงความจงรักภักดี ซึ่งทุกคนพึงมีสิทธิอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าจะประกอบอาชีพหรือมีบทบาทใดๆในสังคมก็ตาม นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง จึงควรวางตัวให้สมกับเป็นผู้ใหญ่และควรช่วยคลี่คลายสถานการณ์เพื่อสร้างบรรยากาศปรองดอง แต่การออกมาซ้ำเติมคุณหญิงโดยขอให้สังคมช่วยกันประณามทั้งที่คุณหญิงไม่ได้ทำสิ่งใดที่เป็นความผิด จึงเป็นการฉวยโอกาสทางการเมืองในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังเป็นการสุมไฟความขัดแย้งให้ขยายตัวมากขึ้น ผมว่าน่าละอายนะครับ

ทั้งนี้ ต้องยอมรับเสียงวิจารณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของคุณหญิงสุดารัตน์ มากทีเดียว เพราะนอกจากจะได้รับการประณามจากสังคมแล้ว ยังจะถูก คสช.ตักเตือนอีกต่างหาก ดังนั้น เมื่อภาพออกมาเช่นนี้ จึงต้องมีการปกป้องจากแกนนำพรรคเพื่อไทย 

แต่ไม่แน่ใจว่า การออกมาปกป้องเช่นนี้จะส่งผลดี หรือทำให้เรื่องที่ควรจะจบ ต้องยืดเยื้อออกไปอีกหรือไม่ หากยืดเยื้อกลายเป็นประเด็นต่อไปเรื่อยๆ การซับน้ำตาครั้งนี้ แทนที่จะเป็นผลดี อาจกลับกลายเป็นผลเสียต่อ “คุณหญิงหน่อย” ก็ได้

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

แสน มวลมิตร

ติดตามข่าวอื่นๆ