สำนวนไม่น่าจะอ่อน !?!?! "ทนายสุวัฒน์" ให้เหตุผลชัดคดี "สลายพันธมิตร" ...มีหลายส่วนที่มันไม่สอดคล้องกับคดีเก่าๆ (มีคลิป)

Publish 2017-08-03 12:49:34

ผ่านไปแล้วสำหรับหนึ่งคดีสำคัญการเมืองร้อน วานนี้(2 ส.ค.2560) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาคดีสลายการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย  7 ตุลาคม 2551 ในคดีนี้ อัยการสูงสุด ยื่นสำนวนฟ้อง ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.สรุปข้อกล่าวหาจำเลย 4 คน  ประกอบไปด้วย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี,พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และมีผู้บาดเจ็บ รวม 471 คน  ต่อมาศาลได้ มีคำพิพากษา ยกฟ้องจำเลยทั้ง 4 คน โดยชี้ว่าไม่ปรากฏข้อเท็จจริง สั่งการให้เจ้าหน้าที่ใช้กำลังกับกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตร 
 



ในรายการ ทีนิวส์ สด ลึก จริง ได้สัมภาษณ์พิเศษ สุวัฒน์ อภัยภักดิ์ ทนายพันธมิตร ซึ่งระบุถึงแนวทางการต่อสู้ของกลุ่มพันธมิตรหลังจากที่เมื่อวานนี้คำพิพากษาของศาลยกฟ้องจำเลยทั้งสี่ ว่า เนื่องจากว่าอันนี้มันเป็นปัญหาทางด้านการต่อสู้กันทางกฏหมายนะครับ ซึ่งกฏหมายบัญญัติไว้ว่า ศาลฏีกาแผนกอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทำการพิพากษายกฟ้องอย่างนี้และคปช.มีวิทธิที่จะอุทรณ์ได้ภายใน 30 วัน โดยหลักการแล้วเนี่ยเหมือนมวยแหละครับ 4 5 ยกคุณต้องต่อยให้ครบ 5 ยกอะครับ ดังนั้นกลุ่มพันธมิตรเนี่ย ควรจะเรียกร้องไปยังคณะกรรมการปปช. ว่าควรจะต้องใช้สิทธิในการที่จะยื่นอุทรณ์ตามที่ประชุมใหญ่ของศาลฏีกาต่อไป ภายใน 30 วันครับ
 

ขณะเดียวกัน ทราบว่าแกนนำกับนักวิชาการเนี่ยที่ยังคงเหลืออยู่ เพราะบางคนก็ไปติดคุกติดตารางกัน ซึ่งเขาก็จะมีการประชุมกันในวันพรุ่งนี้ครับ แต่ว่าปปช.จะประชุมวันนี้จะรีบลงมติว่าจะอุทรณ์หรือไม่ ผมก็ไม่ทราบว่าจะรีบไปทำไมในเมื่อคำพิพากษาตัวเต็มคุณก็ยังไม่เห็น แต่อย่างที่เรารู้เลยเนี่ยปปช.พยายามที่จะทำเรื่องถอนฟ้องตั้งแต่ต้นแล้วครับ

แล้วในส่วนของคำพิพากษาตัวเต็มทางกลุ่มพันธมิตรยังไม่มีใครได้เห็นเลยครับ เพราะว่าเมื่อวานนี้ จะเป็นการพิพากษาส่วนบุคคลแล้วก็มารวมกัน ก็มีแต่คำพิพากษาที่ออกมาโดยทางศาลยุติธรรม ทางศาลฏีกาเนี่ยสรุปย่อมาให้ หนึ่งหน้าครึ่งก็เห็นกันแค่นั้นแหละครับ


พันธมิตรหลายคนเขาก็ไม่พอใจ เพราะว่าในคำพิพากษามีหลายส่วนที่มันไม่สอดคล้องกับคดีเก่าๆ เช่นว่า ศาลปกครองเคยบอกว่าการชุมนุมของพันธมิตรเนี่ยนะครับ ต่อมามีการสลายการชุมนุม ศาลปกครองก็ตัดสินว่า ตอนแรกผิดและให้จ่ายค่าเสียหาย และอยู่ๆพอมาคดีเนี่ย การชุมนุมเป็นการไม่สงบไป ทีนี้มันก็เป็นกรณีที่ปปช.เขาฟ้อง แต่คดีเดิมเนี่ยเป็นคดีทนายของพันธมิตรเขาทำเอง และเรามีข้อมูลเยอะนะครับ

สำหรับผมยังไม่ถูกใจนะครับผมพูดตรงๆอย่างนี้ ยังไม่สะใจอะครับ ไม่ว่าการจะนำพยานมาสืบอะไรก็ตาม ผมพูดกับทนายที่ทำงานไปตั้งแต่ต้นแล้วนะครับ ว่าถ้าขืนสืบอย่างนี้แพ้แน่ เคยให้ความเห็นเขาไปติการทำงานของเขาไป แต่เขาก็ไม่แก้ไขอะไรกัน  ทั้งนี้ สำนวนไม่น่าจะอ่อน แต่ในการนำสืบ การซักพยานฝั่งตรงข้าม น้ำหนักพยานเนี่ยครับมันได้แค่ไหน อันนี้ผมก็ไม่ทราบผมไม่ได้ไปนั่งฟังการพิจารณาคดีด้วย


อย่างไรก็ตามประเด็นที่สังคมกำลังให้ความสนใจอยู่ขณะนี้ และยิ่งทำให้ต้องติดตามเรื่องนี้อย่างทวีคูณ ก็คือการทำงานของประธานปปช.  อย่าง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ.ในฐานะโจทก์ต้องเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะยื่น อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลหรือไม่   เพราะ ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 195 วรรค 4 ได้บัญญัติ ไว้ว่า ให้การยื่นอุทธรณ์ สามารถทำได้ทั้งโจทก์และจำเลยภายใน 30 วันหลังศาลฯ มีคำพิพากษา โดยไม่ต้องมีพยานหลักฐานใหม่ และให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา คัดเลือกองค์คณะ มาพิจารณาคดีและให้ถือว่าเป็นคำตัดสินของที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกา  

 แต่มีข้อแม้ตามร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ระบุว่าจำเลยต้องยื่นอุทธรณ์ด้วยตัวเองจะให้ทนายความกระทำแทนไม่ได้


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธิดารัตน์ พูลศิริ