สหรัฐเรียกร้องให้"เฮสบุลเลาะห์"ถอนกำลังออกจากซีเรีย ป้ายสีเป็นผู้ก่อการร้าย...แต่"รัสเซีย"ตอกหน้าใส่ แท้จริงเป็นนักรบต่อต้านการก่อการร้าย!!!

Publish 2017-04-17 11:37:20

วันที่ 17 เม.ษ. 60 เพจเฟซบุ๊ก "หมี CNN" ได้โพสต์ข้อความโดยระบุเนื้อหาว่า 



Jeerachart Jongsomchai / "อเมริกาเรียกร้องให้ เฮสบุลเลาะห์ ถอนกำลังออกจากซีเรีย"

... หลังจากที่ "อเมริกา" ยิงจรวดโทมาฮอว์กใส่ "ซีเรีย" หลายสิบลูก แล้วยังไม่พอ ยังบากหน้าหนาของนายเรกซ์ ทิลเล่อร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศไปพบปูตินที่มอสโกว์อีก โดยเรียกร้องให้รัสเซียหยุดการสนับสนุนซีเรีย 
ที่สำนักข่าวรัสเซียอินไซด์เดอร์บอกว่า มันเป็นคำร้องขอที่งี่เง่าสิ้นดี ที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศอเมริกาแถลงข่าวเรียกร้องขอให้กลุ่ม "เฮสบุลเลาะห์" เก็บกระเป๋าและออกจากซีเรียโดยเร็ว

... State Department spokesman Mark Toner made a different but equally stupid request during a press conference in Washington: Hezbollah must pack up and leave Syria

... ในสงครามซีเรียนั้น นอกจาก "รัสเซีย" แล้ว อีกกลุ่มหนึ่งที่สำคัญมากและรัฐบาลซีเรียขาดไม่ได้และช่วยรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับชาวซีเรียตลอดมาในการสู้รับกับกลุ่ม ไอซิส และ อัลนุสรา ที่ฝ่ายอเมริกา นาโต้ อิสราเอล ซาอุดิอาระเบียหนุนหลังตลอดมา ก็คือ "เฮสบุลเลาะห์" ที่มี "อิหร่าน" สนับสนุนตลอดมา เพราะหลังการปฏิวัติอิสลามในอิหร่าน ปี 1979 ( ที่สื่อและการโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายตรงข้ามจะบอกว่าเป็นเรื่องเล่นละครและบอกว่า อิหร่าน และ อเมริกานั้นสนิทกัน และหลายคนก็เชื่อตามไปง่ายๆ โดยไม่มองความจริงทีเกิดขึ้น แต่เชื่อธงที่ผู้นำฟันธงมาให้ต้องเชื่อ โดยปราศจากความกล้าที่จะคิดแย้งและหาความจริงมาแย้งหักลบล้างข้อพิรุธของสิ่งที่บอกเล่ามา ) เพราะหลังหารปฏิวัตินั้น อิหร่านประกาศว่าจะขจัดอิทธิพลของตะวันตกออกจากประเทศอิสลาม รวมทั้งจะไม่ยอมรับการมีอยู่ของรัฐอิสราเอล ที่ประเทศอิสลามหลายประเทศยอมสยบแนบเท้ายิวไปหมดแล้ว

... โดยถ้ารัสเซียและเฮสบุลเลาะห์สามารถถูกทำลายได้ ซีเรียจะต้องตกเป็นของฝ่ายอเมริกา อิสราเอล อย่างแน่นอน และก็จะไม่มีใครมาเป็นหอกข้างแคร่ของรัฐ "อิสราเอล" อีกต่อไป

... ซึ่ง "อเมริกา" นั้นพยายามออกข่าวตีปีปร้องบอกชาวโลกว่า "เฮสบุลเลาะห์" นั้นเป็นผู้ก่อการร้าย แต่ทาง "รัสเซีย" กลับบอกว่า พวกเขาเป็นนักรบที่ต่อต้านการก่อการร้ายต่างหาก เพราะได้สู้รบขับไล่พวก ไอซิส และ อัลนุสรา ที่เป็นสาขาของอัลกออิดะห์ ที่มองว่าเป็นพวกก่อการร้ายตัวจริงมากกว่า ในซีเรียออกไป


... ย้อนไปใน "สงครามกลางเมืองเลบานอน" ในช่วงปี 1982 นั้นทาง "เฮสบุลเลาะห์" ที่ส่วนหนึ่งเป็นปาเลสไน์ที่อพยพจากปาเลสไตน์ และ จอร์แดน ที่ไม่ยอมรับผู้อพยพชาวมุสลิมด้วยกัน แต่เลบานอนรับไว้ และเฮสบุลเลาะห์ที่รวมกับชาวเลบานอนมุสลิมก็อาศัยเลบานอนตอนใต้เป็นฐานโจมตีอิสราเอลที่มาปล้นดินแดนของเขาทางตอนเหนือของอิสราเอล โดยอิสราเอล ให้การส่งเสริม "สงครามกลางเมืองทางศาสนาในเลบานอน" โดยการสนับสนุนกลุ่ม "กองกำลังชาวคริสต์" South Lebanon Army (SLA), เพื่อเลี้ยงไว้ทำลายเฮสบุลเลาะห์และชาวอิสลามอีกที เป็นทหารรับจ้างของยิว แต่ "อิหร่าน" ก็ได้ขนส่งอาวุธยุทโธปกรณ์และเสบียงต่างๆ รวมทั้งนายทหารที่ได้รับการฝึกอย่างดี ไปที่เลบานอน โดยผ่านทาง "ซีเรีย" ที่ซีเรียก็ยินยอมให้ผ่านอย่างเต็มใจ ( ถ้าประเทศเจ้าของยินยอม จะไม่ผิดกฏหมายระหว่าประเทศ ) เพื่อจะไปช่วยนักรบอิสลามและกลุ่มเฮสบุลเลาะห์ตลอดมา ในสงครามเลบานอน

... ดังนั้น "อิสราเอล" อเมริกา และนาโต้ จึงไม่ชอบพอ "ซีเรีย" อีกเรื่องหนึ่ง ที่ทำให้เกิดความไม่มีเสถียรภาพของรัฐยิวในทางตอนเหนือ เพราะทำตัวเป็นทางผ่านทหารและอาวุธเสบียงให้เฮสบุลเลาะห์มาทำลายรัฐผิดกฏหมายยิว

... มุมมองของทั้งอเมริกาและรัสเซียก็ต่างกันเกี่ยวกับ กลุ่ม "เฮสบุลเลาะห์" ดังนั้น สงครามในซีเรียจะยังคงมีต่อไป เพราะตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกา ในกลางปีที่แล้ว ทางนักการเมืองอมเริกาก็ได้บอกเป็นนัยมานานแล้วว่า CFR มีแผนจะดันเรื่อง "สงครามซีเรีย" ผ่านสภาให้ได้ภายในปี 2017 จะได้เป็นสงครามแบบถูกกฏหมายเต็มรูปแบบของอเมริกาเสียที ที่ถ้ากฏหมายผ่านสามารถขนทหาร ขนอาวุธ ขนอาหารเสบียงไปได้อย่างเปิดหน้า ไม่ต้องหลบๆซ่อนๆให้ทหารรับจ้างอย่างเดียว, แบบที่เคยผ่านสภาคองเกรส มาเมื่อปี 2003 ที่ออกกฏหมายให้ไปโจมตี "อิรัก" ได้ ( โดยตอนนั้นข้ออ้างเรื่องอิรักมีอาวุธทำลายล้างสูง ที่ตอนนี้ก็ยังหาไม่เจอเลย ) แต่ถึงจะถูกกฏหมายอเมริกา แต่ก็ผิดกฏหมายระหว่างประเทศ เพราะว่ายูเอ็นเสือกระดาษยังไม่ได้อนุมัติยินยอมให้ส่งทหารไปแต่อย่างใด

... คราวนี้จึงต้อง "หาเหตุข้ออ้าง" เรื่องซีเรียใช้ "แก๊สพิษ" กับฝ่ายตรงข้ามมาเป็นข้ออ้างในการบุกเข้าไปทำลายซีเรีย แต่ว่าครั้งนี้ เหยื่อสารพิษ ไม่มีแผลผุผองตามตัว หรือการหายใจหืดหอบ เหมือนแก๊สซารินครั้งที่แล้ว จนทำให้ฝ่ายตรงข้ามมองว่า เร่งถ่ายวีดีโอมากจน ไม่แนบเนียนและเร่งร้อนเกินไป ( แต่ถ้าเป็นจริง ก็ขอแสดงความเสียใจกับเหยื่อผู้บริสุทธิ์ด้วย )

... ตัวแปรอย่างหนึ่งของอุณหภูมิของ "สงครามซีเรีย" ก็คือ "สภาคองเกรสของอเมริกา" ถ้าเรื่องผ่านเมื่อไหร่ พวกเขาจะเปลี่ยนเกียร์เร่งเดินหน้าเต็มที่อย่างแน่นอน

 

 

Cr.หมี CNN


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์

ติดตามข่าวอื่นๆ