เจ้าของบ้านต้องกุมขมับ!!! คนซื้อน้ำตาตก"หมู่บ้าน"ดังราคาระดับหลายล้านต่อหลัง แต่คุณภาพร้าวยับถึงฐานราก "ลูกบ้าน"รวมตัวฟ้องแต่ผลยากกว่าที่คิด

Publish 2017-03-28 12:21:08

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจดัง แหม่มโพธิ์ดำ  ได้มีการแชร์ข้อความถึงกรณี หมู่บ้านดัง ซึ่งมีการขายบ้านในราคาระดับล้านแต่สภาพบ้านนั้นทำเอาลูกบ้านที่ซื้อไปถึงกับน้ำตาตก เนื่องจากบ้านนั้นร้าวเยอะมาก แน่นอนว่าไม่ใช่แค่หลังเดียว ต่อมาลูกบ้านได้รวมตัวกันฟ้องรอง โดยอ้างว่าถูกบีบต่างๆ นานา จากลูกบ้านเกือบ200หลังคาเรือน จนเหลือเพียง 23 หลังที่สู้ต่อจนได้ขึ้นศาลแพ่งได้

 

ข้อความในเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ระบุว่า

สวัสดีค่ะ หนูเป็นลูกบ้านโครงการวิลเลต กาญจนาภิเษก ที่ปลูกสร้างโดย บ. พฤกษา เรียลเอสเตส จำกัด (มหาชน)ค่ะ

เมื่อวันศุกร์ที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมาได้ไปขึ้นศาลแพ่งธนบุรีในคดีผู้บริโภคฟ้องบริษัท พฤกษา รวมทั้งสิ้น 23 หลังคาเรือนค่ะ

เนื่องจากมีผู้ฟ้องร้องจำนวนมาก จึงคดีที่กระทบต่อความมั่นคงค่ะ



ขอย้อนความไปช่วงกลางปี 2559 ก่อนนะคะ มีลูกบ้านท่านนึงของหมู่บ้านวิลเลต ทาวน์โฮม กาญจนาภิเษกได้ไปร้องเรียน สคบ. เรื่องบ้านเสียหาย แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ทั้งสคบ.เองและบริษัทรุมด่าจนร้องไห้กลับมาค่ะ นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ได้ตั้งLINEหมู่บ้านและเชิญชวนกันรวมกลุ่มเพื่อร้องเรียนบริษัท ซึ่งทั้งโครงการมีปัญหาเรื่องดินทรุดตัว, ไฟฟ้ารั่ว, น้ำรั่ว, ท่อตัน และอื่นๆอีกมากมาย หมู่บ้านมีทั้งหมด 254 หลัง รวมกลุ่มกันได้เกือบ 200 หลังค่ะ จนกลายเป็นข่าวในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ค่ะ 

จากนั้นทางผู้ประกอบการและลูกบ้านทั้งหมดที่ได้รับความเดือดร้อนก็ได้มาจัดประชุมที่หมู่บ้านเพื่อหาข้อยุติร่วมกัน ซึ่งทางผู้ประกอบการจะเข้ามาซ่อมแซมให้ทุกหลัง ลูกบ้านส่วนใหญ่เห็นว่าทางผู้ประกอบการจะเข้ามารับผิดชอบจึงโอเค ยินยอมให้เข้ามาซ่อมแซมบ้านค่ะ แต่ปัญหาเกิดจากว่าผู้ประกอบการซ่อมแซมเพียงแค่ลูบหน้าปะจมูกเท่านั้นค่ะ

 

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2560 ลูกบ้านรวมตัวกันฟ้องร้องศาลแพ่งธนบุรีทั้งหมด 23 หลังคาเรือน โดยศาลนัดพร้อมในวันที่ 17 มีนาคม 2560 ซึ่งทางเราได้ส่งจดหมายเชิญสำนักข่าวต่างๆรวม 19 ช่องค่ะ

แต่เนื่องจากกะทันหันจึงมาเพียงช่องเดียวคือ Thai PBS ซึ่งทางนักข่าวได้มาทำข่าวที่หน้าศาลและได้มาทำข่าวต่อที่หมู่บ้านค่ะ (Thai PBSช่วยเหลือแนะนำอะไรหลายๆอย่างให้ดีมากๆค่ะ อยากขอบคุณนักข่าวช่องThai PBSมากๆค่ะ)

ซึ่งทางThai PBSจะออกข่าวทั้งหมดในวันจันทร์ที่ 20 มีนาคม 2560 พร้อมกับนัดลูกบ้านมาให้สัมภาษณ์ในรายการสดด้วยค่ะ แต่กลับถูกระงับและยกเลิกการออกอากาศสด ซึ่งทางเราคาดว่าอาจถูกการล๊อบบี้ค่ะ

ที่เราฟ้องร้อง เพราะเราไม่ต้องการให้พฤกษาซ่อมแซมอีกต่อไปแล้วค่ะ เราหมดความเชื่อมั่นกับพฤกษาแล้ว เราต้องเงินค่าเยียวยามาซ่อมแซมบ้านของเราเองค่ะ

ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา พวกเราถูกบีบต่างๆนานา จากเกือบ200หลังคาเรือน จนเหลือเพียง 23 หลังที่สู้ต่อจนได้ขึ้นศาลแพ่งค่ะ

จึงอยากจะขอความอนุเคราะห์กรุณา ช่วยพวกเราจากบริษัทที่ขาดความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค และขาดธรรมภิบาลของการเป็นผู้ประกอบการนี้ด้วยค่ะ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเวลาต่อมา ของวันที่ 27 มี.ค.2560 

ทางโครงการวิลเลตกาญจนาภิเษก ได้มีจดหมายชี้แจงมายังสำนักข่าวทีนิวส์ ทีได้นำเสนอข่าวดังกล่าวข้างต้นออกไปนั้น ว่า
จากกรณีที่มีลูกค้าโครงการวิลเลตกาญจนาภิเษก บางส่วน จำนวน 23 หลัง แจ้งปัญหาเกี่ยวกับความชำรุดบกพร่องของบ้านไปยังสื่อต่างๆ ในประเด็นความชำรุดบกพร่องต่างๆ นั้น 

บริษัทขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ดังรายละเอียดต่อไปนี้

1. กรณีที่ลูกค้า 23 หลัง อ้างว่าบ้านรุดนั้น ในประเด็นนี้ขอเรียนว่าบ้านทั้ง 23 หลัง ไม่มีปัญหาด้านโครงสร้าง ฐานรากและโครงสร้างบ้านยังคงมีความมั่นคงแข็งแรง
ตามหลักวิศวกรรม ไม่ใช่บ้านทรุดตัวตามที่กล่าวอ้าง ซึ่งการทรุดตัวนั้น เป็นการทรุดตัวของดินบริเวณรอบตัวบ้าน ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากการทรุดตัวตามธรรมราติ
ของดินในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประกอบกับมีบ้านบางหลัง มีการต่อเติมภายหลัง

2.กรณีรายการวัสดุอุปกรณ์ภายในบ้านไม่ตรงตามแบบ ไม่เป็นความจริงแต่ประการใด ความชำรุดบกพร่องสามารถเกิดขึ้นได้จากการใช้งานและตลอดจนเสื่อมสภาพ
ตามระยะเวลา ลูกบ้านส่วนใหญ่รับโอนกรรมสิทธิ์มาแล้วเป็นระยะเวลาประมาณ 5 ปี

3. กรณีที่บริเวณกำแพงร่วมกั้นแบ่งระห่างบ้านหรือรั้งบ้าน ลานซักล้าง ลานจอดรถ  มีความชำรุดบกพร่องนั้น ในประเด็นนี้ มีปัจจัยและองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องหลาย
ประการที่ก่อให้เกิดความเสียหาย อาทิเช่น การต่อเติม ซึ่งแม้บ้านบางหลังมิได้มีการต่อเติม แต่ด้วยดครงการบ้านวิลเลตกาญจนาภิเษก เป็นบ้านแบบทาวน์โฮมหลาย
หลังติดกัน ดังนั้น เมื่อบ้านหลังใดหลังหนึ่งต่อเติม ย่อมมีผลต่อบ้านหลังอื่นๆที่มิได้ต่อเติมด้วย

    อีกทั้ง บริษัทฯ ขอเรียนว่าบ้านทุกหลังในโครงการหรือแม้แต่จำนวน 23 หลังนี้ มีแนวทางปฏิบัติเฉกเช่นเดียวกัน เป็นขั้นตอนตามลำดับดังนี้
(1) บริษัทมีหนังสือถึงลูกบ้านเพื่อขอเข้าสำรวจความเสียหาย ฉบับลงวันที่ 17 ตุลาคม 2559
(2) บริษัทมีหนังสือขอเข้าแก้ไขซ่อมแซมเพื่อส่งมอบบ้านในสภาพตามสัญญา ฉบับลงวันที่ 10 มกราคา 2560
(3) บริษัทได้มีหนังสือการรับประกันผลงานต่อไปอีกจำนวน 6 เดือน ฉบับลงวันที่ 25 มกราคม 2560

ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวนี้ บ้านจำนวน 23 หลัง บางส่วนให้ความร่วมมือในการให้วิศวกรเข้าตรวจสอบและได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว และบางหลังให้เข้าสำรวจความ
เสียหายแต่ไม่ประสงค์ให้บริษัทเข้าซ่อมโดยประสงค์ขอเรียกเป็นเงินแทนการแก้ไข และบางหลังไม่ให้เข้าสำรวจและไม่ให้เข้าซ่อแซม ซึ่งในส่วนนี้ บริษัทได้รับหนังสือ
จากกลุ่ม 23 หลัง ให้ชดเชยเป็นเงินหลังละ 350,000 บาท โดยบริษัทไม่สามารถพิจารณาให้ได้ เนื่องจากาการเข้าร่วมเจรจากับกลุ่ม 23 ราย ได้ความว่า

    เมื่อลูกค้ารับเงินไปแล้วอาจจะมิได้ดำเนินการแก้ไขก็ได้ โดยลูกค้าแจ้งกับฝ่ายบริษัทว่าขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของลูกค้าเอง ซึ่งฝ่ายบริษัทมีความเป็นห่วงและ
กังวลใจอย่างยิ่ง เกรงว่าจะมีผลกระทบต่อบ้านข้างเคียงที่บริษัทได้ดำเนินการแก้ไขคืนสภาพปกติให้แล้ว ตลอดจนบ้านจำนวน 23 หลัง มีความเสียหายแตกต่างกัน
และบางส่นความเสียหายไม่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทหรือบางหลังได้รับการแก้ไขแล้ว ซึ่งบริษัทยินดีให้ข้าดำเนินการแก้ไขให้ตามหลักวิศวกรรม และยินดีให้ผู้
เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมคนกลางเข้ามาร่วมในการตรวจสอบ
 

 

 

 

4. กรณีงานระบบสาธารณูปโภคต่างๆ และการส่งมอบให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯเป็นผู้ดูแล: ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการส่งมอบและร่วมหารือกับผุ้แทน
สมาชิกลูกบ้านส่วนใหญ่ ซึ่งมีการจัดประชุมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

5. กรณีภาพข่าวหรือการนำภาพความเสียหาย เช่น รอยย้าวต่างๆ มาโพสต์หรือแชร์ต่อแพร่หลาย ขอเรียนเน้นย้ำ ว่า บ้านจำนวน 23 หลัง ไม่ปรากฏความเสียหายใน
ส่วนโครงสร้างหลักของบ้านที่ส่งมอบตามสัญญา เว้นแต่เป็นความเสียหายจากการต่อเติมขึ้นมาภายหลังที่ไม่ถูกหลักวิสวกรรมและไม่ผ่านการยื่นขออนุญาตต่อหน่วย
งานราชการให้ถุกต้องอีกประการหนึ่ง

6. กรณีมีการนำภาพการป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมบริเวณกำแพงหรือรั้วบ้านออกเผยแพร่ ว่าเป็นแนวทางและวิธีการแก้ไขนั้น บริษัทขอเรียนว่าเป็นการสร้างความเข้าใจบิดเบือนข้อเท็จจริง เนื่องจากเป็ฯเพียงการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้นเพิ่มเติมเท่านั้น และอยู่ระหว่างรอคิวเข้าดำเนินการแก้ไขหรือบางหลังยังไม่ยินยอมให้บริษัทเข้าแก้ไข

    บริษัทฯ ขอเรียนว่าการนำเสนอข่าวดังกล่าวมีข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและบ้านนจำนวน 23 หลัง อยู่ในระหว่างการพิจารณาแห่งคดีของาล เข้าข่ายความผิดเป็นการละเมิดอำนาจศาล ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพร่ง พุทธศักราช 2477 มาตรา 32 ตลอดจนการนำเสนอข่าวให้เกิดความเสียหายกับบริษัท ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย
    ทั้งนี้โครงการฯ มีนโยบายที่จะมุ่งเน้นพัฒนาปละปรับปรุงคุณภาพของสินค้าและบริการ เพื่อความพึ่งพอใจของลูกค้า โดยพ้อมที่จะดำเนินการแก้ไขรายการต่างๆที่อยู่ในความรับผิดชอบทุกประการ พร้อมกันนี้ ขอขอบคุณรายการข่าวทีนิวส์ ที่เป็นสื่อกลางในการนำเสนอข่าวที่เป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย หากมีคำถามหรือข้อสงสัย สามารถสอบถาม ได้ที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร โทร. 02209 3900


จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ขอแสดงความนับถือ
(นายปิยบุตร เลิศดำริห์การ)
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจคอนโด 3


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ภัทราพร วโรภาสพิมาน